สุดท้าย 'ราญ' ก็ยืนยันจะขอลงจากหน้าที่ ยอมถอดหมวกการเป็นหัวหน้าทีม

  

   วันนี้ช่วงเย็น น้องหัวหน้าคนหนึ่งพา 'ราญ' ขึ้นมาปรึกษากับผู้ช่วยผู้จัดการ เรื่องจะขอลงจากการเป็นหัวหน้าทีมหรือLeader จึงช่วยกันสอบถามว่าสาเหตุเกิดจากปัญหาส่วนตัว หรือปัญหาจากงาน หรือจากเพื่อนร่วมงาน

   'ราญ' ทำงานมา 20 ปีแล้ว ด้วยประสบการณ์ในการเช็คสินค้า จึงได้รับการโปรโมทให้เป็นหัวหน้าทีม พักหลังมีปัญหาส่วนตัวเรื่องครอบครัว แยกทางกับภรรยา ลูกติดเที่ยวไม่ยอมเรียน ต้องหยุดงานบ่อย

   ปีที่ผ่านมาได้แฟนคนใหม่ ทุกอย่างทำท่าว่าจะดีขึ้น เก็บเงินได้ ดื่มน้อยลง หยุดงานน้อยลง สุดท้ายได้ข่าวว่าจดทะเบียนจริงจังกับแฟนคนใหม่นี้

   2เดือนที่ผ่านมา เลิกงานเร็วขึ้น แฟนมานั่งรอตั้งแต่หนึ่งทุ่มเพราะเลิกงานก่อน เป็นเหตุให้เขาต้องเลิกงานเร็วเช่นกัน แม้งานจะยังไม่เสร็จ นั่นเป็นเหตุให้ลูกทีมเริ่มมองถึงความเหมาะสม แม้หัวหน้าจะกระตุ้นหลายครั้งก็ไม่ดีขึ้น

   สุดท้ายก็มาถึงวันนี้...

   "ไม่มีปัญหาเรื่องงานจริงๆนะ ถ้ามีปัญหาเรื่องงาน เรื่องเพื่อนร่วมงาน จะได้ช่วยกันหาทางแก้ไข"ผู้ช่วยฯย้ำถามอีกครั้ง

   "ที่เลิกสองทุ่มทุกวันเพราะที่บ้านเอื้อไม่มีที่จอดรถครับ" ราญอ้างเหตุผล

   "แม้คุณจะไม่ได้เป็นหัวหน้าทีม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกงานยังไงก็ได้นะ ต้องรับผิดชอบงานจนเสร็จหรือตามหัวหน้าขอความร่วมมือนะครับ"ผู้ช่วยฯกล่าว ขณะที่ ราญ นิ่งเงียบเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

   "ไม่เป็นไรครับ ปีใหม่ผมอาจจะมีที่ไป"ราญเอ่ย

   "ไปไหนครับ ขอถามหน่อย งานบริษัทไม่มีนโยบายจะให้ใครขอย้ายกันตามอำเภอใจ อย่างน้อยต้องได้รับการยินยอมของหัวหน้าทั้งสองฝ่าย ทั้งต้นและปลายสังกัด...

   ...และสุดท้ายหากไม่ดีขึ้น ไม่ให้ความร่วมมือ ก็ต้องยอมรับกับผลงานและการพิจารณาขึ้นเงินเดือน และยอมรับในผลงานของตัวเอง"ผู้ช่วยอธบายยืดยาว

    "ไม่ได้เป็นการกดดันหรือบังคับว่าจะต้องทำตามที่ขอนะครับว่าจะให้เลิกงานกี่ทุ่มกี่ยาม เสร็จไม่เสร็จ แต่เป็นการขอความร่วมมือ " ผมเสริมบ้าง

      แม้พวกเราสามคนจะเกลี้ยกล่อมยังไง จะใช้ไม้แข็ง ไม้นวม สุดท้าย 'ราญ' ก็ยืนยันจะขอลงจากหน้าที่ ยอมถอดหมวกการเป็นหัวหน้าทีม จนได้ ยอมถูกถอนค่าตำแหน่งและเครดิตที่จะเป็นหัวหน้างาน(Supervisor)เป็นผ็ช่วยฯ(Asisstant Manager)ในโอกาสต่อไป พร้อมทั้งฐานเงินเดิอนที่จะพิจารณามากกว่าระดับพนักงานธรรมดาทั่วไป

   'ราญ' ทิ้งโอกาสนี้ไปเพราะปัญหาส่วนตัวจริงหรือ พวกเราไม่อาจเข้าใจได้... 

   เขาอาจจะมีปัญหามากจนเกินจะแบกรับไหว พอมาเจองานที่ต้องรับผิดชอบมากๆ และมีปัญหาที่ต้องช่วยกันแก้ เลยพาลไม่อยากจะรับผิดชอบ ไม่อยากจะสั่งงาน

  จนสุดท้าย อาจจะไม่อยากจะทำงาน...

  บางทีวิธีนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่เขาคิดถูกก็ได้ใครจะไปรู้

  อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ทำให้การใช้ชีวิตลูกจ้างของเขาดีขึ้น มีความสุขขึ้น

  อาจจะมากกว่าพวกเราที่ขึ้นหลังเสือ แลัวมานั่งเครียดเกร็งอยู่ ก็เป็นได้...

"...ว่าแต่ว่าจะอธิบายกรณีนี้ยังไงดีกับผู้จัดการ ที่ต้องสอบถามแน่นอน ถึงเรื่องการบริหารทีมงาน..."

พวกเรา 3 คน ปรึกษากันต่อ หลังจาก ราญ เดินออกจากห้องประชุมไป

....................

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและขอให้มีความสุขสงบ

ในคืนหนึ่งก่อนเลิกงานขณะเสียงฟ้าร้องครืนๆ

11 กันยายน 2556

พ.แจ่มจำรัส