ครอบครัว

         ถ้าจะว่ากันไปแล้ว...ชีวิตคนเราเกิดมาในแต่ละคน มีความแตกต่างกันเสียจริง ๆ บางคนเกิดมามีความสุข มีความอบอุ่น เนื่องจากอยู่กับพ่อ - แม่ ญาติ พี่น้อง ที่มีความรัก + ความจริงใจ + ใส่ใจ + ดูแล + ให้คำแนะนำ ปรึกษา + เป็นที่พึ่งให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ได้อย่างดี แต่สำหรับบางครอบครัวเกิดมาก็ไม่ได้อยู่กันเป็นครอบครัว เด็ก ๆ บางคน ถูกพ่อ - แม่ ทิ้งให้อยู่กับตา - ยาย ปู่ - ย่า หรือบางคนก็อาจถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง...มีให้เห็นตามข่าวต่าง ๆ มากมาย เด็กบางคนก็มีปัญหา ต้องดูแล พ่อ - แม่ ที่ป่วยด้วยโรคร้ายรุมเร้า ต้องขาดเรียนบ้าง เพื่อทำงานหาเงินมาตั้งแต่เด็ก ๆ...ชีวิตวัยเด็ก ถ้าได้คบคนดี หรือมีผู้ใหญ่ที่ดี ๆ คอยพูด คอยแนะนำ ก็จะไม่เกิดปัญหา แต่ถ้าคบกับคนที่ไม่ดี ชักจูงไปในทางที่ผิดแล้วละก็จะทำให้เด็กคนนั้นเสียคนไปเลยก็ได้...สิ่งเหล่านี้ มีใครคิดบ้างว่า..."มันคือปัญหาสังคมในเวลาต่อมา" เพราะการที่ชีวิตในวัยเด็กของเขาได้รับผลต่าง ๆ นี้ ทำให้เด็ก ๆ แต่ละคนมีภูมิต้านทานแตกต่างกัน...

         แม้เรื่องการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ (ว่าจะไม่พูดแล้วเชียว!!! แต่ขอพูดนิดหนึ่ง) ซึ่งความจริงการศึกษาจะมีคุณภาพหรือไม่นั้น ต้องแก้เสียตั้งแต่ต้นเหตุ หรือต้นน้ำ นั่นคือ "ครอบครัว" ทุกคนในชุมชนไม่ว่าใคร ๆ ที่อยู่ร่วมกันในชุมชน ต้องช่วยกันใส่ใจเด็ก ๆ ที่อยู่ภายในชุมชนนั้น ๆ เสมือนตัวเองเป็นพ่อ แม่ พี่น้อง เหมือนกับสมัยก่อน ๆ ที่ พ่อ แม่ สามารถทิ้งให้เด็ก ๆ อยู่กันเองได้โดยมีเพื่อนบ้านช่วยดูแล...แต่สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน ต่างครอบครัว ต่างคน ไม่ใส่ใจซึ่งกันและกัน ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทรหายไป ความห่วงใยในความเป็นมนุษย์ที่ต้องพี่งพากันนั้นหายไป...ไม่สนใจกัน เป็นสังคมแบบตัวใคร ตัวมัน จึงทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้น...ในความคิดของผู้เขียน คิดว่า "ถ้าทุกคนช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน จะทำให้ชุมชนและสังคมนั้นเข้มแข็งขึ้น" ซึ่งสามารถสร้างให้เป็นสังคมหรือชุมชนที่เข้มแข็ง...โครงการต่าง ๆ ยังสร้างได้ แต่ทำไม? เรื่องการสร้างสังคมหรือชุมชนให้เข้มแข็งในเรื่องของ "การดูแลใส่ใจเด็กเล็ก ๆ จะทำกันไม่ได้"

         เมื่อผู้ใหญ่ทุกคนในชุมชนนั้นร่วมมือกันช่วยกันดูแล เหมือนเด็ก ๆ เป็นลูก หลานในครอบครัวของเราเอง จะทำให้พื้นฐานทางด้านจิตใจของเด็ก ๆ เข้มแข็ง (ถึงเวลาที่คนไทยจะสร้างความเข้มแข็งในชุมชนในทุก ๆ ด้านหรือยัง)...มีภูมิคุ้มกันในเรื่องของความรัก ความอบอุ่นขึ้นมาแทนที่การขาดความอบอุ่น การไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะฝังอยู่ในจิตใจของพวกเขาและจะมาถ่ายทอดในตอนโตในวัยที่พวกเขาได้ทำงานอยู่ในสังคมของการทำงาน ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นพฤติกรรมต่าง ๆ ของเขาและรู้ได้ทันทีว่าเขามีความอบอุ่นหรือเป็นคนที่ขาดความอบอุ่น ทางบ้านมีปัญหาหรือไม่มีปัญหา มันจะโผล่มาตอนวัยทำงานนี้เอง...

         ถ้าทุก ๆ คนในชุมชน ช่วยกันดูแลเด็ก ๆ โรงเรียนโดยเฉพาะครูต้องรับช่วงต่อในด้านการศึกษา การให้ความรู้ การให้ความรัก ความเมตตา การเป็นครูที่เป็นด้วยจิต วิญญาณของความเป็นครูเช่นเดียวกับครูในสมัยก่อนที่เป็นเสมือน พ่อ - แม่ ของเด็กจริง ๆ ถ่ายทอดความรัก ความห่วงใย ความหวังดีให้กับพวกเขาให้ได้เพราะสิ่งเหล่านี้ จะทำให้พวกเขามีจิตใจที่ดี เมตตา รู้จักความกตัญญูกตเวที สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในสังคมสมัยนี้ หาดูยากมาก ไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะสังคมสมัยนี้จะเป็นสังคมที่แต่ละคนมุ่งหวังผลประโยชน์กันมากกว่า ๆ ที่จะทำงานด้วยใจ การให้ ๆ ด้วยใจ ให้แล้วมีความสุข เราจะไม่ค่อยได้เห็น ได้สัมผัส ถ้าเราได้เห็นก็จะพบเห็นน้อยคนนัก...เป็นเพราะจากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น...ถ้าเป็นนโยบายของภาครัฐให้สร้างความเข้มแข็งของชุมชนแล้วละก็ เชื่อได้เลยว่า "สังคมของคนสมัยก่อน ๆ จะกลับมา" เช่น การมีความรัก เห็นอกเห็นใจ ความเอื้ออาทร ความหวังดีต่อกัน ฯลฯ จะกลับมาและเมื่อเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เขาจะเป็นพลเมืองดีของสังคมประเทศไทย สิ่งที่เราเห็นว่ามันขาดหายไป ก็จะกลับมา เป็นเพราะว่า "คนเราในปัจจุบัน ละเลย เพิกเฉยกับสิ่งเหล่านี้" จึงทำให้เกิดปัญหา...ถ้าทุกคนเข้มแข็ง มีภูมิต้านทานแล้ว "คุณภาพการศึกษา" ไม่ต้องมานั่งโทษกันเช่นทุกวันนี้หรอก ทุกสิ่งจะกลับคืนมา...กับคำว่า "คุณภาพ"

         เรื่องบางเรื่อง อาจเป็นสิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ และก็ไม่ได้ใส่ใจ...แต่มันสามารถรวมกันเป็นเรื่องใหญ่ ๆ ได้ในวันข้างหน้า...เป็นเรื่องที่ทุกคนนึกไม่ถึง...แต่ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า "มันใช่เชียวล่ะ" แล้วแบบนี้ สังคมไทยจะเข้มแข็งได้เมื่อไร? ตราบใดที่พื้นฐานยังอ่อนแอ กับคำว่า "คุณภาพ" ในอนาคตก็อย่าไปหวัง...ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหากันเสียตั้งแต่ต้นนั่นแหล่ะ จึงจะใช่...เพราะทุกวันนี้ ผู้เขียนก็พยายามทำ ๆ ให้ต้นน้ำ คือ ครอบครัวแข็งแรง เข้มแข็ง ลูก ๆ หลาน ๆ มีภูมิต้านทานที่เข้มแข็ง พวกเขาจะได้อยู่ในสังคมได้และไม่สร้างปัญหาให้กับสังคมที่พวกเขาอยู่...แล้วสิ่งต่าง ๆ ที่เรียกว่า "คุณภาพ" ไม่ว่า เรื่องการศึกษา เรื่องการใช้ชีวิต เรื่องจิตใจ ฯลฯ จะตามตัวพวกเขามาเอง...เพราะพวกเขามีความสุข มีความรักที่เกิดขึ้นใจ มีความเมตตา มีความเอื้ออาทรในจิตใจของเขาแล้ว...โดยพวกเขาจะเกิดจิตสำนึกในการร่วมสร้าง นั่นเอง..."คุณภาพ" ก็จะเกิดตามมา ไม่ต้องโหยหาเฉกเช่นปัจจุบันนี้หรอก...เริ่มเสียตั้งแต่บัดนี้ ไม่มีอะไรสายเกินไป สำหรับการตั้งต้นที่ทุกคนร่วมมือกันทำ...ไม่เฉพาะเรื่อง "คุณภาพ" แต่กลับจะได้ "คนดี มีคุณธรรม" เป็นผลพลอยได้ติดมาอีก...เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องการไม่ใช่หรือ กับคำว่า "เป็นคนดี มีคุณธรรมและมีคุณภาพ"

 จาก...ความคิดเห็นของคน ๆ หนึ่งที่ได้ร่วมสร้างความแข็งแรงให้กับครอบครัวแล้ว และจะเกิดผลทางด้าน "คุณภาพ" โดยเฉพาะ "การศึกษา" จากผลผลิตของลูก..."พี่ภัคร" ส่วนคนต่อไป คือ "เจ้าฟ้าคราม" คนนี้ต้องคอยดูผลผลิตอีกยาวไกล...

 

ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่เข้ามาอ่าน...

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๑  กันยายน  ๒๕๕๖