จากเรื่องทีมงานทำงานโดยขาดการสื่อสารที่ดีต่อกัน ต่างคนต่างมุ่งทำงานในส่วนของตัวเอง ทำให้งานเมื่อเย็นวานล่าช้า

   "หนูโทรไปก็ไม่มีใครรับสาย ไม่มีใครมารับเอกสารงานเลย" น้องผู้หญิงบอกเมื่อผู้เขียนถามถึงเหตุเมื่อวาน

   "มีน้องกลับสองคนครับพี่ เข้าใจว่างานหมด ก็เกือบสองทุ่มแล้ว ไม่คิดว่าจะมีงานออกมาอีก" ทีมออกสินค้าให้เหตุผล

   "อ้าวแล้วไม่มีใครมอนิเตอร์งานเลยเหรอว่าเหลือเท่าไหร่ จะรอแต่แผ่นกระดาษไปให้ คอมฯมีไว้ทำไม" ผู้ช่วยผู้จัดการตำหนิทีมงาน เมื่อผู้เขียนไปปรึกษา

   "เออ ผมว่าการสื่อสารของทั้งสองคนน่าจะมีปัญหานะครับ น้องผู้หญิงค่อนข้างจะปากกล้า ไม่ค่อยให้เกียรติเท่าไหร่ น้องผู้ชายที่อายุมากกว่าจึงไม่อยากจะคุยด้วย เลยไม่ต้องคุยกันเลย" ผู้เขียนพยายามอธิบาย ขณะผู้ช่วยฯทำเสียง เออ ออ

   "บางครั้งงานที่ออกมาผิดเวลา ก็ทำให้วางแผนกันผิดนะครับ และน้องๆผู้ชายก็เหนื่อยกันทั้งวัน พอทำงานจะเสร็จอยู่แล้ว กลับมีงานมาเพิ่มอีกในเวลาที่เตรียมจะกลับบ้าน" ผู้เขียนอธิบายต่อ

   ผู้เขียนพูดคุยกับผู้ช่วยฯผู้ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งหัวหน้า ค่อนข้างเสียงดัง ประมาณว่าผู้เขเียนเองก็ค่อนข้างจะเห็นใจทีมงานที่ออกแรง ขณะที่ผู้ช่วยฯก็เหมือนจะตำหนิทีมงานชายและเอียงมาทางน้องผู้หญิงมากกว่า

   สายๆพอลงไปข้างล่าง น้องผู้หญิงที่กล่าวถึงจึงรีบเดินเข้ามาบอกว่า ...ไม่ได้ออกเอกสารช้านะ ...ทำให้ผู้เขียนอึ้งไปเหมือนกันที่ผู้ช่วยฯนำเรื่องที่คุยกันไปบอกน้องผู้หญิง

...........

   ทั้งวันผู้เขียนจึงเวียนวนอยู่กับเรื่องที่จะหาทางแก้ไขปัญหานี้ แม้งานวันนี้จะเบาบางกว่าเมื่อวาน แต่ผู้เขียนเองกับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจมากนัก จึงตั้งใจจะกลับบ้านแต่วันหน่อย

   ทุ่มกว่าแล้วขณะกำลังปิดคอมฯ ฝนก็เทลงมาห่าใหญ่ เสียงฟ้าคำรามครืนๆ 

  พอฝนซาจึงเดินออกมาหน้าออฟฟิซด้านล่าง รปภ.บอก

  "รถพี่อยู่ไหนคะ " ผู้เขียนชี้บอกอยู่ริมรั่ว

  "น้ำท่วมนะคะ ให้หนูถอยออกมาให้ไหมคะ" ผู้เขียนลังเล ก่อนยื่นกุญแจให้

  "ขับได้นะ แล้ว รปภ.จะไม่เปียกเหรอ"ผู้เขียนเอ่ยถาม

  "ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูก็เลิกแล้ว"

  "ขอบคุณครับ"

...........

   ขณะขับรถกลับบ้าน ผู้เขียนถอนใจยาว

  รู้สึกสบายใจมากขึ้น  เมื่อนึกถึงน้ำใจของ รปภ.

  จนลืมเรื่องยุ่งๆในที่ทำงาน...

...........

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามขอให้มีความสุขสงบ

ในคืนที่สบายใจหลังฝนกระหน่ำครืน ครืน

10 กันยายน 2556

พ.แจ่มจำรัส