GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

จริยธรรมแห่งการรู้ชั่งใจในการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง

เวลาเราพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียงเรามักจะได้ยินคนหลายๆคนมักสะท้อนว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันล้าสมัย ตกยุค ไม่ทันเหตุการณ์ มันย้อนยุค ไม่สอดรับกับยุคทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ แล้วท่านละได้ยินได้ฟังเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแล้วคิดเห็นเป็นประการใด จะมีสักเสี้ยวหนึ่งไหมที่คิดเห็นอย่างที่เขาคิดเขาพูดกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะพระองค์ท่านสอนให้เรารู้จักประมาณ รู้จักพอ รู้จักยับยั้งชั่งใจ และรู้จักพอดี ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
จากการศึกษาและพยายามทำความเข้าใจเพื่อค้นหาแก่นแห่งความพอเพียง ตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ผมค้นพบว่า โดยรวมแล้วการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางของพระองค์ท่าน(ล้นเกล้าล้นกระหม่อมของชาวไทย ข้าผู้อยู่ใต้เบื้องพระยุคลบาท)ได้ประมวลกรอบจริยธรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ว่ามีอยู่ที่สำคัญๆ 3 ส่วน ได้แก่ 1. พอเพียงในความเป็นอยู่ หมายถึง พอมี พอกิน สามารถพื่งตนเองได้ โดยเหมาะสมตามอัตภาพ ทั้งบุคคล ครอบครัวและชุมชน ไม่หลงกระแสทุนนิยม ใช้ชีวิตหรูหรา ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ตีนไม่ติดดิน ไม่รู้จักวางแผนทำการผลิด และละทิ้งการเก็บออม สร้างหนี้สิน ไม่รู้จักประมาณตน ฯลฯ 2.พอเพียงในความคิด หมายถึง มีการปรึกษากันระหว่างบุคคล ครอบครัว ชุมชน ต้องเสริมกระแสสร้างสคิปัญญาบุคคล สังคม ชุมชน ให้เห็นโทษและพิษภัยของทุนนิยม บรรษัทิลงทุนข้ามชาติ หนุนเสริมจิตสำนึกพออยู่พอกิน เร่งสร้างและพัฒนาตลาดชุมชนที่ชาวบ้านเป็นผู้ผลิตและสนับสนุน ไม่ใช่เป็นพ่อค้า แม่ค้า กู้หนี้มาค้า มาขายรายวันหวังเอากำไรกินมื้อต่อมื้อ 3.พอเพียงในจิตใจ หมายถึง รูจักพอ ไม่โลภมาก ทั้งในระดับบุคคล ครอบตรัวและชุมชน รู้จักใช้ของที่จำเป็น ไม่คลั่งซื้อ และหลงกระแส เพียงแค่ทบทวน สรุปบทเรียนกับการใช้ชีวิตทั้ง 3 ด้านนี้ให้ชัดเจนจริยธรรมสำนึกแห่งการรู้ชั่งใจน่าจะใช้ในการดำเนินชีวิตที่งดงามตามประราชประสงค์แห่งพระมหากษัตรย์ผู้ทรงสร้างทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงที่เร็วนี้เราจะได้เห็นว่าทฤษฎีนี้องค์การสหประชาชาติจะนำออกใช้ทั่วโลก และเราจะไม่ภูมิใจหรือที่เรามีทางนำจากพระมหากษัตรย์ผู้ทรงยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ใดใดในโลก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 54785
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)