มิตซูโอะ เล่มสุดท้าย

พิจารณามรณาสติ เมื่อความตายมาถึง เราจะต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ทรัพย์สมบัติ ครอบครัว แม้แต่ร่างกายของเรา ทุกสิ่งทกอย่างในโลกถือเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น

   หนังสือที่ผู้เขียนนำมาที่ออฟฟิซเมื่อเดือนที่แล้ว ตามบันทึก (อ่านเถอะ... ถึงจะเป็นหนังสือเก่า ) ปรากฎว่าหนังสือได้หายไปหมดแล้ว สาเหตุหนึ่งเพราะไม่มีตู้หรือชั้นวางอย่างเป็นทางการ
   แต่ถึงอย่างไรผู้เขียนก็ยังดีใจที่การเดินทางของหนังสือคงไม่ได้หายไปโดยไร้คนหยิบอ่าน เพราะเห้นบางเล่มอยู่ในชั้นเก็บของบนโต๊ะของ รปภ. บางเล่มเห้นแม่บ้าน นั่งอ่านหลังทำงานเสร็จ
นั่นก็พอที่จะนำความดีใจมาสู่ผู้เขียนได้บ้าง
   แต่วันก่อนที่นำรถไปล้าง เห้นหนังสือเล่มหนึ่งของท่าน มิตซูโอะ หล่นอยู่หลังรถ ภาพปกสวยงามมาก ผู้เขียนคิดจะนำไปวางบนโต๊ะที่ทำงาน แต่ก่อนที่ใครๆจะหยิบไปอ่าน หยิบไปเก็บ ผู้เขียน ขอเก้บเป็นบันทึกไว้สักหน่อย

    อย่างน้อยก็เป็นหนังสือของท่านมิตซูโอะ เล่ม สุดท้าย ที่ผู้เขียน นำออกมาเผยแผ่ ธรรมะของท่าน

   ผู้เขียนจึงขอคัดธรรมะบางหัวข้อในหนังสือมาลงในบันทึกนี้ ดังนี้

๕ หัดตายทุกวัน

   ช่วงเวลาที่คนเราจะตาย เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เป็นวิกฤตแห่งชีวิต เราจึงควรฝึกหัดวางใจให้พร้อมที่จะรับความตายด้วยจิตใจที่ดี วิธีหนึ่งคือ

ฝึกตายทุกวัน

ช่วงเวลาก่อนนอน

เราควรจัดเวลาเพื่อทบทวนชีวิต ตั้งแต่เช้าที่เราได้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ

ทั้งเรื่องที่ทำให้เรา พอใจ ไม่พอใจ

กระทบอารมณ์เรา กระทบอารมณ์เขา

สิ่งที่เราทำผิด สิ่งที่เราทำถูก

มีอะไรบ้างที่เราไม่สบายใจ ให้ตั้งสติระชึกทบทวน เพื่อจะได้เป็นบทเรียนไว้แก้ไขปรับปรุงตัว ไม่ให้ผิดพลาดอีก

ทำความรู้สึกว่า อดีตผ่านไปแล้ว แก้ไขไม่ได้ เพ่งพิจารณาความไม่แน่นอน แล้วให้ปล่อยวางสัญญาอารมณ์นั้นๆเสีย

หากวันนี้เรามีความสุขกับปัจจุบันได้ ก็เท่ากับว่าเรามีความพอใจกับชีวิตแล้ว

ดังนั้นหากช่วงเวลาก่อนนอน เราทำจิตใจให้ปล่อยวาง มีความสบายใจได้ ก็เท่ากับว่าเราพอใจ สุขใจในชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมด

   พิจารณามรณาสติ เมื่อความตายมาถึง เราจะต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ทรัพย์สมบัติ ครอบครัว แม้แต่ร่างกายของเรา ทุกสิ่งทกอย่างในโลกถือเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น...

ตอนเช้าตื่นขึ้นมา

ให้มีสติว่ากำลังนอนอยู่ รู้อริยาบทของการนอน ลืมตา ขยับตัว แขน ขา

เมื่อลุกจากที่นอนก็ลุกขึ้นอย่างมีสติรู้ตัว ตามดูจิตใจว่าเป็นอย่างไร เบิกบาน หรือเศร้าหมอง

ทุกเช้าที่เริ่มต้นวันใหม่ ให้ทำความรู้สึกเหมือนกับว่า วันนี้เป็นวันเกิด

จัดเวลาให้เหมาะสม เพื่อเจริญเมตตาภาวนา...

หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ตั้งสติระลึกถึงลมหายใจเข้า ลมหายใจออก

สำรวจดูจิตใจเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า บางทีซึมๆ ไม่เบิกบาน

พยายามปรับจิตใจให้เบิกบาน มีเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์

การเจริญภาวนาจะทำให้จิตใจเบิกบาน เกิดความสุขใจ

ตั้งใจให้มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น

   แผ่เมตตาล่วงหน้าไปถึงบุคคลที่เราจะต้องพบเจอในวันนี้

จะพบกับใครก่อน สัตว์เลี้ยง ที่บ้าน

นึกถึงสถานที่เราจะไปทำอะไรที่ไหน จะต้องทำอะไร

ให้นึกถึงที่ทำงาน เราจะต้องพบกับใคร ก็นึกถึงบุคคลนั้นด้วยจิตใจที่ดี

ภารกิจที่จะต้องทำในวันนั้น ก็ใให้นึกมโนภาพว่าสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี กลับบ้านอย่างมีความสุข สบายใจ

 

....................

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน

ในวันที่ฟ้าสดใสหลังฝนตกหนักในค่ำคืนที่ผ่านมา

08 กันยายน 2556

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ลมหายใจแห่งธรรมะ



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

เบิกบาน ๆ ๆ  นาน ๆ ครั้งที่ใจห่อเหี่ยว  จะฝึกบ่อย ๆ นะคะ  แผ่เมตตา  ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ดูเหมือนจะมีเล่มนี้นะครับ ขอบคุณมากๆครับที่แนะำนำ

เขียนเมื่อ 

มาร่วมฝึกสติค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากๆ ค่ะ …. มีธรรมะ มาเล่าสู่กันฟัง หมอเปิ้นคิดว่า ธรรมะ เป็นคำสอนที่ดี ถ้าเราปฎิบัติได้ ไม่ว่า ผู้แต่งหนังสือธรรมะจะอยู่ใน สถานะก็ตาม นะคะ เพราะ ธรรมะ คือ สิ่งดีงาม อยู่ที่เราผู้ปฏิบัติ ====> ปฏิบัติได้ เราก็ รู้ตัว รู้สถานะ รู้กาละ ซึ่งน่าจะ เป็น รู้สติ นะคะ ทำให้เราไม่ประมาท ไม่ปล่อยตัว รู้ตัว ทุกขณะ นะคะ

ขอบคุณบทความดีดีนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ได้เวลาพักผ่อนแล้วจ้ะคุณพิชัย...พักผ่อนอย่างมีสติ...พรุ่งนี้งานยังรอจ้ะ  ราตรีสวัสดิ์จ้ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากค่ะ...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณพิชัย

ขอบคุณ การให้แนวคิดดีดี ชอบข้อความ " ....ทุกอย่างในโลก ถือเป็นเรื่องชั่วคราว..."

เป็นข้อความ  นำมาสู่  "กำลังใจ"  ให้สู้ต่อไป  ได้ มากมาย ทีเดียว ค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

..สติ เป็น..ธรรม..เอก..(เป็นหนัง..สือ..เล่มสุดท้าย..ในบ้าน..ท่าน..ที่..ทุกท่าน..จะทิ้งไม่ได้..มั้ง..โดย..เฉพาะ..อาจารย์ขจิต..ของ..เรา..อิอิ)...