วันนี้เป็นเวรประจำวัน มีหน้าที่หลายอย่างใครเป็นครูคงรู้ดี แต่ขาดไม่ได้คือกิจกรรมที่คุ้นเคย "การอบรมหน้าหน้าเสาธง" มันก็มีมาช้านานแล้วละ แต่วันนี้ข้าพเจ้ามีนิทานดีๆๆได้มาจาก 7-ELEVEN ตอนเดินทางไปดูงานมหกรรมการศึกษาท้องถิ่นที่เมืองทองธานีในวันที่  2 สิงหาคมที่ผ่านมา  อ่านจบตั้งแต่อยู่บนรถแล้วละ วันนี้เลยหยิบไปเล่าหน้าเสาธง เพื่ออยากฝึกให้นักเรียนมีทักษะการฟังและทักษะการคิด

เรื่องมีอยู่ว่านายทิฐิเป็นคนที่มีฐานะไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็ขยันทำมาหากินค้าขายจนมีเงินมีทองระดับหนึ่ง  หลังจากนั้นได้เดินทางท่องเที่ยวเพื่อหาประสบการณ์ชีวิตตามประสาคนมีอันจะกิน และแล้วเขาก็ผลัดหลงไปในทะเลทรายที่แห้งแล้งไม่มีน้ำและอาหาร ทำให้เสบียงและน้ำหมดไป  เขาหิวมากหน้ามืดตาลายคิดว่าตัวเองจะต้องตายแน่แล้วและไม่สามารถจะขอความช่วยเหลือจากใครได้ เพราะไม่มีใครสัญจรไปมาในเส้นทางนั้น  นายทิฐิจึงได้อธิฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานน้ำให้เขาสักหยดแก้กระหาย ทันใดนั้นก็มีชายแปลกหน้าชาวเยอรมันผ่านมาและได้ยื่นถุงหนังสีน้ำตาลให้นายทิฐิดื่มพร้อมบอกว่านี่  วาสซาร์  ดื่มเสียซิ  แต่นายทิฐินั้นกลับไม่พอใจ เพราะตัวเองขอน้ำดื่มไม่ใช่วาสซาร์  และเขาก็ไม่ยอมดื่มมัน  ชายแปลกหน้าจึงเดินจากไป  นายทิฐิจึงอธิฐานวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานน้ำให้เขาดื่ม  หลังอธิษฐานก็มีพ่ค้าชาวจีนผ่านมาพบนายทิฐิ พร้อมกับยื่น ซือจุ้ย ให้นายทิฐิดื่ม แต่เมื่อรู้ว่าไม่ใช่น้ำนายทิฐิก็ไม่ยอมดื่ม เขาจึงได้อธิษฐานวอนขอน้้ำอีก คราวนี้มีพ่อค้าชาวอินเดียผ่านมา พร้อมหยิบยื่น ปานี ให้เขาดื่ม แต่เมื่อรู้ว่าไม่ใช่น้ำนายทิฐิก็ไม่ยอมดื่มและพ่อค้าชาวอินเดียได้เดินจากไป ในที่สุดนายทิฐิก็ตายเพราะขาดน้ำและอาหาร

 

คำถาม  นักเรียนได้ข้อคิดอะไรจากนิทานเรื่องนี้บ้าง 

มีนักเรียนส่งคำตอบมา  2  คน คือ

ข้อคิดที่ได้จากนิทานของ  ด.ญ. ศริญญา รวมรั้ว นักเรียนชั้นม.1 คือ เราไม่ควรมีทิฐิกับคนที่มีน้ำใจกับเรา

และข้อคิดของนางสาวสุกัญญา ชิณนาค นักเรียนชั้นม.3  คือไม่ควรปล่อยให้โอกาสดีๆๆผ่านไป

เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งและเราจะเสียดายทีหลัง 

ผลการทำกิจกรรมวันนี้ จากการสังเดตเห็นนักเรียนตั้งใจฟัง (บรรยากาศตอนเช้าแดดไม่ร้อน อากาศดีมาก)

ส่วนการจะคิดต่อยังมีน้้อย หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเด็กยังขาดทักษะการฟังที่ดี (ดูจากจำนวนผู้ร่วมสนุกตอบคำถาม)

คนที่ร่วมสนุกตอบคำถามได้รับการเสริมแรงนิดๆๆหน่อยๆๆจากครู