นักเรียนกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง

                การให้โอกาสแก่นักเรียนทุกคนในฐานะเป็นพลเมืองของประเทศให้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นภารกิจหลักของผู้บริหารการศึกษาระดับประเทศในการกำหนดนโยบาย ดำเนินนโยบาย และติดตาม ดูแล กำกับให้ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับเร่งส่งเสริม สนับสนุนและสร้างเสริมนักเรียนทุกคนให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นคนไทยผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รักการอ่าน แสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง และเติบโตเป็นพลเมืองที่ทันสมัยและมีทักษะหลากหลาย

            การพัฒนานักเรียนทุกคนและทุกช่วงอายุให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนในฐานะพลเมืองที่มีคุณค่าและมีคุณภาพของชาติในอนาคต จึงควรมีจัดกระบวนการศึกษาเรียนรู้ที่เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตรองรับนักเรียนทุกระดับและทุกประเภทการศึกษาให้ได้รับการพัฒนาทุกด้านและสมดุลอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเป็นฐานหลักของการพัฒนาคนไทยให้เข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรมจริยธรรม มีค่านิยมที่พึงประสงค์ มีวินัยในการเรียนรู้ สอดคล้องกับการผลิตและพัฒนาคนตามความต้องการของประเทศ

           จากการสอบถามผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูผู้สอนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ได้ข้อสรุปปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน 4 ประการ คือ

            1. ปัญหาเรื่องการวิเคราะห์ความต้องการการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้แก่ นักเรียนขาดทักษะ กระบวนการ และประสบการณ์ในการวิเคราะห์ความต้องการการเรียนรู้ของตน นักเรียนไม่ทราบว่าตนเองมีความสนใจหรือต้องการเรียนรู้เรื่องใดหรือเลือกไม่ได้ว่าตนเองสนใจหรือต้องการเรียนรู้เรื่องใดเป็นพิเศษ ขาดที่ปรึกษาที่จะช่วยคอยกระตุ้น ชี้นำ และชี้แนะการเรียน ทางบ้านไม่ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง นักเรียนมีปัญหาเรื่องวัยและวุฒิภาวะ นักเรียนไม่ค่อยได้เรียนรู้ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายจึงทำให้ไม่ทราบว่าตนเองจะสามารถเรียนรู้ได้ดีเมื่ออยู่ในสถานการณ์การเรียนรู้แบบใด สาระการเรียนรู้ที่ได้เรียนผ่านๆ มาไม่เอื้อประโยชน์ต่อความต้องการในการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และผู้ปกครองยังไม่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ด้วยตนเองจึงยังคงเน้นให้นักเรียนท่องจำเพื่อให้ได้คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงมาก ครูผู้สอนยังขาดเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือสอนไม่หลากหลายวิธี ผู้ปกครองและชุมชนตั้งความหวังที่จะให้นักเรียนและลูกหลานของตนได้ศึกษาต่อในสาขาวิชาที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของนักเรียน และสังคมสภาพแวดล้อมรอบตัวนักเรียนที่มักกล่าวเชิงตำหนิมากกว่าเชิงสร้างสรรค์หากนักเรียนกระทำผิด ส่งผลให้นักเรียนขาดความเชื่อมั่น ขาดความมั่นใจ และไม่กล้าแสดงออก จึงจำเป็นต้องพึ่งพาเพื่อนคนอื่นๆ

              2. ปัญหาเรื่องการกำหนดจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้แก่ ครูไม่ได้ฝึกนักเรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การหาทางเลือกของตนเอง และการใช้กระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการกำหนดจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ด้วยตนเอง นักเรียนจึงมักเลียนแบบเพื่อนและไม่สามารถค้นพบตนเองในเรื่องความสามารถและความถนัดที่แท้จริงของตนเองได้ สาระจากบทเรียนที่ครูสอนไม่สอดคล้องกับจุดหมายปลายทางที่นักเรียนต้องการและบางเรื่องมีความยากเกินวุฒิความพร้อมของนักเรียน การวัดและประเมินผลระดับชาติไม่สอดคล้องกับศักยภาพและสิ่งที่นักเรียนได้เรียน นักเรียนขาดเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน นักเรียนขาดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ มักจะสนใจเรื่องบันเทิงมากกว่าสาระหลักที่ควรเรียนรู้ตามหลักสูตร นักเรียนขาดการมีส่วนร่วมในการวางแผนและกำหนดจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้ส่วนใหญ่เกิดจากการจัดการโดยผู้อื่นทั้งสิ้น ปัญหาจากสภาพการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนที่เป็นแบบตายตัว ส่งผลให้ผู้ปกครองและนักเรียนจำเป็นต้องยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข และนักเรียนขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าคิดและทำนอกกรอบเนื่องจากเคยชินอยู่กับระบบเดิม

              3. ปัญหาเรื่องการวางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้แก่ นักเรียนขาดประสบการณ์ตรงเรื่องการวางแผนในชีวิตประจำวันจึงทำให้ไม่สามารถวางแผนการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ลักษณะการเรียนของนักเรียนที่กำลังเป็นอยู่เกิดจากการวางแผนของผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง นักเรียนขาดที่ปรึกษาเพื่อช่วยชี้แนะและแนะนำในเรื่องการวางแผนการเรียนรู้ การดำเนินการตามแผน การวัดและประเมินผล ตลอดจนการปรับปรุงการวางแผนที่ต่อเนื่อง ปัญหาเรื่องเนื้อหาสาระที่โรงเรียนกำลังดำเนินการอยู่ขณะนั้นยังไม่สอดคล้องและไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน ปัญหาเรื่องเวลาที่ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนมีมากเกินไปส่งผลให้นักเรียนไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับวางแผนการเรียนรู้ของตนเองที่เป็นระบบ นักเรียนขาดการชี้แนะเรื่องการประเมินความสามารถของตนเอง นักเรียนบางรายประเมินความสามารถของตนเองสูงไปซึ่งอาจส่งผลให้การวางแผนการเรียนของตนเองผิดพลาด ปัญหานักเรียนขาดการจดบันทึกเรื่องที่เป็นประโยชน์ทำให้ขาดข้อมูลสำคัญๆ ที่จะช่วยเป็นแนวทางสำหรับศึกษาในชั้นสูงๆ ต่อไป และปัญหานักเรียนขาดการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเองจึงทำให้ไม่สามารถกำหนดโครงการการเรียนรู้รายบุคคลได้

              4. ปัญหาเรื่องการแสวงหาแหล่งวิทยาการและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้แก่ นักเรียนนักเรียนขาดการรวบรวมรายชื่อ ข้อมูล แหล่งความรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ตรงกับความสนใจของตนเองเพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าต่อไป ดังนั้นเมื่อนักเรียนจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้และจากเทคโนโลยีต่างๆ จึงไม่สามารถเลือกใช้ได้ข้อมูลเฉพาะที่สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง ปัญหาเรื่องโรงเรียนและชุมชนขาดแคลนแหล่งความรู้  แหล่งวิทยาการ และเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ นักเรียนขาดความรู้ วิธีการ และทักษะในการสืบค้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ นักเรียนขาดการใฝ่รู้ใฝ่เรียน และความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาตนเอง นักเรียนมีเวลาน้อยในการเข้าถึงและใช้แหล่งเรียนรู้ ขาดทักษะในการแสวงหาความรู้จากแหล่งวิทยาการที่หลากหลาย ขาดพี่เลี้ยงหรือผู้ช่วยที่จะคอยให้คำแนะนำในเรื่องวิธีการสืบค้น นักเรียนในชนบทไกลๆ มีความยากลำบากในการเดินทางไปยังแหล่งเรียนรู้ เนื่องจากไม่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตใช้ที่บ้าน ร้านให้บริการอินเตอร์เน็ตถูกสังคมมองในแง่ลบว่าเป็นแหล่งเล่นเกมและเป็นแหล่งรวมกลุ่มนักเรียนที่อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ผู้ปกครองจึงไม่อนุญาตให้นักเรียนเข้าไปใช้บริการ ปัญหาขาดการพัฒนาด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต และนักเรียนบางส่วนใช้เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ไม่เหมาะสมสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ที่โรงเรียนต้องการโดยมักจะใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อความบันเทิงใจมากกว่า

               ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง พ.ศ. 2549 - 2553 ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ที่ได้ประเมินสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 20,534 แห่ง พบว่า มาตรฐานด้านนักเรียนโดยเฉพาะมาตรฐานที่ 6 ที่เป็นคุณลักษณะสำคัญของการเป็นบุคคลที่เรียนรู้ด้วยตนเอง ได้แก่ นักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงนิสัยรักการอ่าน สนใจในการแสวงหาความรู้จากแหล่งต่างๆ รอบตัว มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน สนุกกับการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีสถานศึกษาที่ได้ผลประเมินระดับต่ำกว่าระดับดี ร้อยละ 23.95

                จากข้างต้น ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน และผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาจึงควรตระหนักถึงเหตุผลและสภาพปัญหาข้างต้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนที่ถูกต้องจึงไม่ควรเน้นแต่เนื้อหาสาระเท่านั้น แต่ต้องจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ตระหนักถึงปัญหาและค้นหาแนวทางในการแก้ปัญหาต่าง ๆอย่างมีระบบ ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ตลอดจนมีการใช้สื่อการเรียนรู้หลายชนิดเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น การเรียนรู้ด้วยตนเองเกิดจากการศึกษาที่มีจุดเริ่มมาจากการเริ่มต้นมีชีวิตของคน การศึกษาลักษณะนี้จะต้องดําเนินไปตลอดเวลา และอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ด้วยเหตุนี้นักเรียนจึงต้องเรียนรู้วิธีหาความรู้ด้วยตนเองเพื่อให้เป็นนักเรียนที่พึงประสงค์ของสังคมทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จำเป็นต้องใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนภายใต้สังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแสวงหาความรู้ และสร้างสรรค์องค์ความรู้ เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการต่างๆ ในส่วนของตน ให้มีความรู้และทักษะทัดเทียมกับพลเมืองของนานาอารยประเทศ และเพื่อให้เป็นผู้ที่มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ เลือกสรรแหล่งความรู้ และเข้าถึงแหล่งความรู้ได้โดยง่าย ดังนั้น การได้รับความรู้อย่างถูกต้องและการเข้าถึงแก่นสาระของความรู้นั้นจะช่วยให้นักเรียนสามารถนําความรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี และมีความสามารถในการคิดและคิดเป็น สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) .. 2545 มาตรา 22 ที่ได้กําหนดแนวทางในการจัดการศึกษาไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ฉะนั้นครูผู้สอนและผู้จัดการศึกษาจะต้องเปลี่ยนแปลงบทบาทจากการเป็นผู้ชี้นําและผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปเป็นผู้ช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนนักเรียนในการแสวงหาความรู้จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองสูงสุด สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนานักเรียนตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2555 ที่กำหนดพันธกิจสำหรับพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ให้ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นการพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการพัฒนาสู่คุณภาพระดับสากล และกำหนดกลยุทธ์หลักคือการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับตามหลักสูตร และส่งเสริมความสามารถด้านเทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ และขยายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงครอบคลุมผู้เรียนทุกคนให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ

              ดังนั้น การพัฒนานักเรียนให้เป็นผู้ที่เรียนรู้ด้วยตนเองควรได้มีการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์การเสริมสร้างนักเรียนที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับ มาตรฐานคุณภาพผู้เรียนที่ว่าด้วยผลการจัดการศึกษาของการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จาก สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) รอบที่ 3 (พ.ศ. 2554 - 2559) ที่ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการประเมินมาตรฐานด้านผู้เรียนจากมาตรฐานที่ 6 ในคราวประเมินสถานศึกษาทุกสังกัดทั่วประเทศในรอบที่ 1 และรอบที่ 2 มาเป็นการประเมินสถานศึกษาในตัวบ่งชี้พื้นฐานที่ 3 ผู้เรียนมีความใฝ่รู้และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง หมายถึง ผู้เรียนค้นคว้าหาความรู้จากการอ่าน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนรู้ และผู้เรียนเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงร่วมกับผู้อื่นทั้งในและนอกสถานศึกษา และสอดคล้องกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นให้แก่นักเรียนเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตั้งอยู่บนพื้นฐานขององค์ประกอบสำคัญอันได้แก่พัฒนาการด้านการเรียนรู้ของนักเรียน รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักเรียน และทฤษฎีการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัยของนักเรียน เริ่มตั้งแต่การ กำหนดให้มีนโยบาย และวิสัยทัศน์ระดับสถานศึกษาที่เหมาะสมต่อการพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองการส่งเสริมให้มีการวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับสถานศึกษาโดยเน้นคุณลักษณะนักเรียนที่พึงประสงค์ตามสาระการเรียนรู้ที่จำเป็นและการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องในการส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง การส่งเสริมและพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้ความเข้าใจและมีความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างอิสระและสร้างสรรค์ การจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการสร้างเสริมนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง การส่งเสริมสนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ครูผู้สอน ได้แก่ การจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณเพื่อใช้ในการพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยยึดหลักความเสมอภาคและเป็นธรรม การสร้างขวัญและกำลังใจในการพัฒนานักเรียนโดยการส่งเสริมให้ครูผู้สอนทุกคนได้รับการบริการด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ และการนิเทศ ติดตามและประเมินผลครูผู้สอนอย่างกัลยาณมิตรเพื่อส่งเสริม สร้างขวัญและกำลังใจให้ครูเกิดความมั่นใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เส้นทางใสๆแห่งใจพัฒนา



ความเห็น (0)