มันไม่สนุกหรอก หากเราต้องวิ่งทำพฤติกรรมเดิม ๆ

ผิดอย่างเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อยู่เป็น สามสี่ปี 
 
จะว่าไปอันที่ผิดแบบเดิม ๆ มา 3-4 ปีนั้น ไม่ใช่หรอกค่ะ
มันเป็นมานานแล้ว อาจจะเป็นมาตั้งแต่เกิด
นี่เป็นเพียงพื้นที่การเรียนรู้ที่ครูบาอาจารย์เมตตาให้หนูได้เรียน
 ได้เห็นธาตุแท้ของ จิตชั่ว ๆในตัวเองมากกว่า
แล้วท่านก็เมตตาอดทนสั่งสอน มาตลอด 3-4 ปี
 
ตัวชั่วข้างในจิตก็ยังไม่ได้หมดไป ในทางกลับกัน มันยิ่งเผยโฉมหน้าความชั่วออกมาให้เห็นมากขึ้น ๆ
จนแทบจะยอมรับกับตนเองไม่ได้ อยากจะวิ่งหนี
แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะหนีไปไหน
 
ความชั่วมันก็วิ่งติดตามไปเพราะมันเกาะกิน อยู่ในจิตใจ
เป็นหัวเชื้อที่นำมาให้ได้เกิด
ชาตินี้โชคดี มีโอกาสได้เกิดเป็นคน ได้พบครูบาอาจารย์ผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรมคอยอบรมสั่งสอน
ซึ่งก็ไม่รู้หรอกว่าชาติก่อน ๆ เกิดเป็เดรัชฉานมาสักกี่ชาติ
 
จิตชั่ว ๆ ก็ยังดึงความสงสัยมาให้งง ๆว่า 
จะทำๆได้ รึ
จิตนักสู้นั้นเด็ดเดี่ยว 
แต่หันเข้ามาดูจิตดูใจตนเอง มันเหี่ยว ๆ กระด้าง ๆ กระจอก ๆ มันอยากดีก็ออกอาการจ๋อย
 
เมื่อก่อนกิเลสพาทำ มันอวดดี
แต่ตอนนี้ พอจะพาขัดพาเกลามันหงอยค่ะ
 
ครูเมตตาให้พิจารณาเรื่อง 
นักรบฝีมือดี แต่เสเพล
 
จะออกรบแต่ละที
 ก็มัวแต่กินเหล้าเค้านารีก่อนออกรบ
แทนที่จะใช้ความสามารถได้เต็มกำลัง เต็มอัตราศึก
ก็มัวแต่ขาดสติเมาปริ้น
จะเอาสตอปัญญาที่ไหนไปฆ่ากิเลส
 
มีความสามารถแต่ขาดสติก็งัดมาใช้ไม่ได้
 
หลวงพี่เมตตาชี้ นี่แหละ จิตมันไม่เห็นภัย
 
ได้โจทย์เพิ่มจากหลวงพี่ว่า
หากอยากได้คำตอบก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานถาม
ก่อนภาวนา หลังภาวนา และสวดมนต์ 
หรือตื่นลืมตาได้สติก็ให้ถามหาคำตอบเอง
 
เห็นจริงลงไปในจิต กับ ตัวอย่างที่ครูเมตตาเปรียบเปรยให้ได้คิด
ขาดสติทำให้งัดสติปัญญาออกมาใช้ไม่ทัน
 
จิตหนูเหมือนกินเหล้าและเมากามอยู่ตลอดเวลา
จิตมีธรรมชาติของการขาดสติและหลง
ขาดสติได้ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ดื่มเหล้านี่แหละ
กรรมเก่ามันคงดื่มมามาก มาปัจจุบันจึงให้ผล
 
ทำยังไงจะหาย
คำถามนี้แทงทะลุเข้ามา ณ กลางใจ
 
คำตอบมีขึ้นแต่ใจ ยังโอดครวญว่า
ทางรอดทางเดียว มีทางเดียวเท่านั้น
 
วันนี้จิตนี้ยังไม่ได้ดีขึ้น แค่ฉุดตนเองขึ้นมาจากปากขุมนรกเท่านั้น
ยังไม่มีเครื่องประกันว่าจะไม่ไปอบาย
 
ที่รู้แน่ ๆ ชีวิตนี้ มีกัลยาณมิตร มีครูเมตตาไม่ห่างหาย
มีพระพี่ชายมาช่วยเมตตาเกื้อหนุนให้เดินตามครูอย่าได้หวั่นไหว
ความคิดใด ๆ ที่พาให้ไม่เชื่อ หนีห่างครูบาอาจารย์ 
ไม่ทำตามสิ่งที่เป็นกุศลที่ท่านพาทำ นั่นมันคือ กิเลส คือความชั่วมันมาครอบงำจิต
หากสิ่งใดที่นอกทางแห่งมรรค 
นั่นมันผิดทางหลงผิด 
พลาดแล้วก็เอาใหม่ 
มีแค่นั้น ทั้งครูและหลวงพี่ก็เมตตานำพาไปในทางเดียวกัน
 
ตอนนี้จิตข้างในมีคำหนึ่ง
"หนูอยากเลิกเมาแล้วค่ะ"
 
คนกินเหล้าจะรู้สึกว่า กินเหล้าแล้วเมา
แต่สองสามวันมานี้ จิตนี้แสดงอาการ เมา แทบจะตลอดเวลา
จนรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา
 
อาหารที่อยู่ตรงหน้า หนูต้องลิ้มรสเอง
ธรรมที่อยู่ตรงหน้าหนูต้องปฏิบัติเองถึงจะรู้เอง
 
ปล่อยวางอาการเมาโลก แล้วก็ตามดูจิต ดูใจตนเองให้ทัน
รู้ให้ทันกิเลส อย่าให้มันลากไปหลาย 
ลดอาการถูกกิเลสลาก ก็น่าจะพออยู่ได้ผ่อนคลายกว่านี้นะ