ระบบสุขภาพชุมชน
                                            นายอานนท์ ภาคมาลี (หมอแดง)
ระบบสุขภาพชุมชน เป็นฐานพระเจดีย์ของระบบสุขภาพทั้งหมด ระบบบริการสุขภาพที่ขาดความเข้มแข็งของระบบสุขภาพชุมชนตั้งอยู่ได้ลำบากมาก ดังที่เห็นคนไข้ท่วมท้นโรงพยาบาล ตรวจรักษาไม่หวาดไม่ไหวลำบากทั้งคนไข้และแพทย์พยาบาล ค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพก็มากขึ้นเรื่อยๆ แต่การบริการไม่ทั่วถึงและคุณภาพไม่ดี จึงควรที่ทุกฝ่ายจะสนใจเรื่องระบบสุขภาพชุมชนกันอย่างจริงจัง ระบบสุขภาพชุมชนมีองค์ประกอบสองอย่างร่วมกันคือชุมชนเข้มแข็ง กับระบบสุขภาพที่เป็นทางการประกอบด้วย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (สถานีอนามัย) ซึ่งมีทุกตำบล บางตำบลมีสองแห่ง โรงพยาบาลชุมชนอำเภอละหนึ่งแห่ง เทศบาล/อบต. และสภาผู้นำชุมชนระดับตำบลควรทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายของระบบสุขภาพชุมชนอย่างน้อย 7 ประการดังต่อไปนี้
1. แต่ละตำบลเป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน และมีหัวใจของความเป็นมนุษย์ดังกล่าวในข้อ 5 ข้างต้น
2. แต่ละตำบลมีเศรษฐกิจพอเพียง หรือสัมมาอาชีพเต็มพื้นที่ ดังกล่าวในข้อ 6 ข้างต้น
3. รักษาโรคที่พบบ่อย เช่น เป็นหวัดเจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดท้อง เป็นกลาก เกลื้อน และอื่นๆ ได้โดยการดูแลรักษาตัวเอง ดูแลรักษาในครอบครัว และดูแลรักษาในชุมชน โดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล ซึ่งจำทำได้ด้วยคุณภาพดีกว่าและเสียค่าใช้จ่ายถูกกว่า
4. รักษาโรคเบาหวานและความดันโลหิตได้ โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตพบมาก ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว ส่วนน้อยที่ได้รับการวินิจฉัยก็ได้รับการรักษาไม่ดี โรงพยาบาลใหญ่ไม่มีทางรักษาคนไข้โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ดีเพราะคนไข้แน่นเกิน คนที่เป็นโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่ดีจะมีโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่นโรคหัวใจ โรคไต โรคทางสมอง ตาเป็นต้อ และโรคติดเชื้อ ทำให้เพิ่มภาระทางด้านสุขภาพอีกเหลือคณานับ ฉะนั้นในแต่ละตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขตำบล (สถานีอนามัย)โดยการสนับสนุนของโรงพยาบาลชุมชนต้องสามารถวินิจฉัยคนเป็นโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูงให้ได้หมดทุกคนทั้งตำบลและให้การรักษาอย่างดีที่สุด ซึ่งจะทำให้มีสุขภาพดีและลดภาวะโรคแทรกซ้อนลงไปได้
5. บริการผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุไม่เหมาะสมกับการไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเพราะไม่สะดวก เนื่องจากผู้สูงอายุมักเป็นโรคเรื้อรังต้องการบริบาลถึงที่ ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเรื้อรังควรจะอยู่ที่บ้านของตัวเอง แล้วมีพยาบาลเยี่ยมบ้านไปดูแลให้ถึงที่บ้าน ถ้าผู้ป่วยสูงอายุมีพยาบาลไปบริการถึงบ้านด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์จะเปลี่ยนสภาพนรกในโรงพยาบาลมาเป็นสวรรค์ในบ้านทีเดียว
6. การควบคุมโรค โรคระบาด เช่น โรคไข้เลือดออก หรือไข้หวัดนก โรงพยาบาลไม่สามารถควบคุมได้ แต่ชุมชนเข้มแข็งสามารถควบคุมได้ดังที่มีบางชุมชนที่เข้มแข็งสามารถควบคุมลูกน้ำยุง ทำให้โรคไข้เลือดออกไม่ระบาด ในอนาคตจะมีโรคระบาดใหม่ๆ เช่น โรคซ่าร์ส โรคไข้หวัดนก โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งถ้าควบคุมไม่ได้จะเสียหายใหญ่โตทั้งการสูญเสียชีวิตและสูญเสียเศรษฐกิจ ชุมชนเข้มแข็งจะมีบทบาทอย่างมากในเรื่องควบคุมโรค
7. การสร้างเสริมสุขภาพ ชุมชนเข้มแข็งจะมีบทบาทในการสร้างเสริมสุขภาพได้มาก เช่น การออกกำลังกาย การไม่ใช้สารเสพติด มีพฤติกรรมการบริโภคที่ดี การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาจิตใจ เป็นต้น ถ้าชุมชนเป็นชุมชนสร้างเสริมสุขภาพกันอย่างเต็มที่ จะทำให้ผู้คนมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วนล้มตายโดยไม่จำเป็น ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจลงได้อย่างมหาศาล
เหล่านี้คือเป้าหมาย 7 ประการ ของระบบสุขภาพชุมชน ซึ่งอาจเพิ่มเติมมากกว่านี้ก็ได้ แต่เพียงเท่านี้ก็เห็นความเป็นไปได้ที่จะสร้างสุขภาวะอย่างทั่วถึง ประดุจสร้างสวรรค์บนดิน ระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็งจะทำให้โรงพยาบาลใหญ่ไม่มีคนไข้แน่นเหมือนเดิม เปิดโอกาสให้โรงพยาบาลให้บริการด้วยความประณีตและคุณภาพสูงขึ้น
อีกประการหนึ่ง ขณะนี้กำลังมีการขยายการผลิตพยาบาลของชุมชน ด้วยความร่วมมือระหว่าง เทศบาล/อบต. โรงพยาบาลชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์หรือวิทยาลัยพยาบาล ด้วยความสนับสนุนของสภาพยาบาล โดย เทศบาล/อบต. เลือกคนที่เหมาะสมจากชุมชนของตนส่งไปเรียนพยาบาล โดยเทศบาล/อบต. ออกค่าเล่าเรียน เมื่อจบมาแล้ว เทศบาล/อบต. รับไปทำงานในชุมชน โดยไม่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของกระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นพยาบาลชุมชน ถ้ามีพยาบาลของชุมชนหมู่บ้านละคนหรือหนึ่งคนต่อสองหมู่บ้าน การบริการสุขภาพจะไปถึงทุกบ้านได้อย่างทั่วถึง