วิจารณ์โดย ปัฐมานันท์ แสงพลอยเจริญ
ในโลกปัจจุบันเป็นโลกที่แข่งขันด้วยข้อมูลข่าวสาร หากใครได้รับข้อมูลมากกว่าก็จะเป็นผู้กำชัยชนะเหนือผู้อื่น แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าข้อมูลที่เราได้รับนั้นตรงกับความจริงที่เกิดขึ้น ดังที่วินทร์ เลียววารินทร์ ผู้เขียนเรื่องสั้นเรื่อง “คดีมโนสาเร่” ได้แสดงความคิดเห็นว่า
“ถ้าความจริงคือสิ่งที่ท่านมองเห็น สิ่งที่ท่านมองเห็นอาจไม่ใช่ความจริง” หมายความว่าข่าวสารที่ท่านอ่านจากหนังสือพิมพ์นั้นถูกรายงานขึ้นโยภาพที่นักข่าวหรือคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ มองเห็นแต่ความจริงของเหตุการณ์นั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่นักข่าวมองเห็นมันอาจถูกบิดเบือนได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และมุมมองของผู้ที่เห็นเหตุการณ์นั้น
คำกล่าวข้างต้นนี้น่าจะสนับสนุนแนวคิดของเรื่องได้ดีที่สุด ว่าไม่ให้หลงเชื่อข้อมูลข่าวสารที่ดูสมจริง เพราะสิ่งที่นำมาเสนอนั้นอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงก็ได้ ด้วยเหตุนี้เราควรใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์ข่าวสารที่เราได้รับ
แนวคิดนี้ได้สะท้อนออกมาเป็นเรื่องสั้นแนวทดลองที่ใช้กลวิธีการนำข่าวมาบรรยายประกอบการเขียนเรื่องสั้น เนื้อหาคือ “นคร” บัณฑิตใหม่จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงและน่าจะมีอนาคตที่สดสวยเพราะเขาได้งานที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้ที่เชียงราย ขณะที่เขากำลังเลือกซื้อของเพื่อจะนำไปอยู่ป่า โชคชะตาก็เล่นตลกเมื่อเขานำมีดที่ซื้อมาใหม่ออกมาเชยชมตรงป้ายรถเมล์ ทำให้ชายคนหนึ่งในบริเวณนั้นกลัวลนลาน ยอมนำทรัพย์สินของตนยัดเยียดให้กับเขาเพราะคิดว่าเป็นโจร ทำให้เขาต้องกลายเป็นผู้ต้องหาทั้ง ๆ ที่มิได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น ภายหลังชายคนนั้นนำเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าเขาเป็นโจร ทำให้คนบริสุทธิ์เช่นเขาต้องถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ต้องหาลักทรัพย์ ก่อคดีอุกฉกรรจ์ จนทำให้เขาต้องระหกระเหินหนีการจับกุมตำรวจและเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งโจรจีนฮ่อหลายครั้ง เฉียดตายมาก็มาก จนสุดท้ายเขาอาจกลายเป็นคนชั่ว เพราะถูกสถานการณ์บังคับ
เรื่องสั้นนี้วินทร์ใช้กลวิธีนำเสนอที่แปลกใหม่ ด้วยการใช้บทนำขึ้นต้น เพื่อสรุปความคิดให้ผู้อ่านได้ทราบว่าเรื่องที่กำลังอ่านอยู่นี้มีทิศทางไปในลักษณะใด ภายในเรื่องสั้นใช้การบรรยายสลับบทสนทนซึ่งวินทร์ได้สร้างให้เรื่องสั้นนี้เป็นบันทึกเล่มหนึ่งที่ตัวละครหลักเป็นผู้เขียนขึ้นเอง และนำข่าวที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นตัวเชื่อมเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้ผู้อ่านทราบว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นต่อไป
นอกจากนี้วินทร์ได้แทรกกลวิธีบิดเบือนความจริงจากข่าวไว้อย่างแนบเนียน ด้วยการนำข่าวมาเป็นตัวชี้นำอนาคตของตัวละครหลักให้พบกับเหตุการณ์ที่ระทึกขวัญ เพื่อเตือนใจให้เราอ่านข่าวอย่างมีวิจารณญาณ เพราะอาจมีเบื้องหลังแอบแฝงอยู่ เช่น ผลประโยชน์ อิทธิพลจากอำนาจมืด หรือการคาดเดาเหตุการณ์ที่ผู้เขียนข่าวประสบ
ดังที่ผู้เขียนได้บอกให้ผู้อ่านทราบในตอนต้นเรื่องว่า “ข่าวต่าง ๆ ที่คุณกำลังจะอ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง แต่อย่าเพิ่งแน่ใจ...” เพราะข่าวที่หนังสือพิมพ์นำเสนอไม่ตรงกับเนื้อเรื่องเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นครถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรจี้ชายแปลกหน้าที่สนามหลวง เป็นโจรงัดธนาคารกรุงเทพ สาขาบางพลัด หรือกระทั่งเหตุเพลิงไหม้บางกอกเกสต์เฮาส์และกุฏิพระที่จังหวัดยโสธรว่าเกิดจากไฟฟ้าช็อต ทั้ง ๆ ที่ความจริงไม่ได้เป็นไปตามข้อสันนิษฐานของผู้เขียนข่าวเลย
ความผิดพลาดของข่าวที่วินทร์นำมาชี้ให้ผู้อ่านเห็นนั้น วินทร์เน้นไปที่ความผิดพลาดของการเสนอเนื้อหา และวันเวลา ทำให้ผู้อ่านได้เห็นว่าความจริงถูกบิดเบือนจากข่าว
เรื่องสั้น “คดีมโนสาเร่” นับว่าเป็นเรื่องสั้นเชิงทดลองที่มีความแปลกใหม่ น่าสนใจ มีการเสนอแนวคิดที่ต่างไปจากเดิม คือให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณในการรับสารจากหนังสือพิมพ์ เพราะสิ่งที่ผู้เขียนข่าวนำมาเสนอเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้น ไม่อาจนำมาเป็นข้อมูลหลักในการตัดสินใจได้
เราไม่เคยรับรู้ความจริง จริงๆ เลยครับ..1.เพราะประสาทสัมผัสของเราเองไม่เคยให้ความจริงกับเราอย่างแท้จริง..2.สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เคยจริงแท้แน่นอนเพราะมันแปรเปลี่ยนไปไม่สิ้นสุด..ลองตรองดูนะครับ..ความจริงแท้ คืออะไร?..
ชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ ลองตรองดูนะครับ..ความจริงแท้ คืออะไร? จะเก็บไปคิดค่ะ