บทคัดย่อ

 

 

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เรื่องการบวก การลบ การคูณและการหารเศษส่วนชั้นประถมศึกษาปีที่5 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้นักเรียนร้อยละ 80 ของนักเรียนทั้งหมด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ 75  ขึ้นไป และ3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์  กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านมูลนาค อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2555 จำนวน 15 คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติได้แก่แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วน จำนวน 17 แผนการจัดการเรียนรู้ 17 ชั่วโมง 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและสะท้อนผลการปฏิบัติได้แก่แบบประเมินทักษะกระบวนการ แบบประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์แบบฝึกทักษะแบบทดสอบย่อยท้ายวงจรจำนวน 4 ชุดแบบสังเกตพฤติกรรมการสอนของครู แบบบันทึกการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน   3)  เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ได้แก่   แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ เรื่อง  การบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละค่าเฉลี่ยเลขคณิตส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสรุปความเรียง

ผลการวิจัยพบว่า1) กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5ได้รับการพัฒนาตามรูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการซึ่งมี 4 ขั้นตอนคือ1.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เป็นขั้นเตรียมความพร้อมของนักเรียนทบทวนความรู้เดิมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนระลึกถึงประสบการณ์เดิมเพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างความรู้ใหม่ 1.2 ขั้นสอนได้แก่ขั้นเผชิญปัญหาเป็นรายบุคคล ขั้นไตร่ตรองระดับกลุ่มย่อย และขั้นไตร่ตรองระดับชั้นเรียน1.3 ขั้นสรุป เป็นขั้นที่นักเรียนกับครูร่วมกันสรุปหลักการและกระบวนการแก้ปัญหาในเรื่องที่เรียนและ 1.4 ขั้นฝึกทักษะ เป็นขั้นที่นักเรียนทำแบบฝึกทักษะและทบทวนความรู้ที่เรียนการสะท้อนผลการปฏิบัติการเป็นการประเมินจากข้อมูลที่รวบรวมได้จากการการสังเกตของผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยและนักเรียนแล้วนำข้อมูลที่ได้จากการสะท้อนผลมาปรับปรุงข้อบกพร่องในแผนการจัดการเรียนรู้ใหม่ในวงจรต่อไป 2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ75ขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ80 3) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือที่ใช้มาสะท้อนผลการปฏิบัติ นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ คือ นักเรียนสามารถเลือกวิธีการแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัญหา เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง มีความสามัคคี กล้าแสดงความคิดเห็น สามารถอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้ มีทักษะในการทำงานกลุ่ม มีความรับผิดชอบ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการแสวงหาความรู้และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้และ 4) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผลปรากฏว่าความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์อยู่ในระดับมาก