ในการประชุมของ สกว. เรื่องการวางแผนยุทธศาสตร์ ปี ๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ ระหว่างวันเสาร์และอาทิตย์ที่ ๖ - ๗ ก.ค. ๕๖    ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล มอบหนังสือเล่มเล็ก ต้นวิจัย ใบเศรษฐกิจ ผลิตผลสังคม แก่ผม ๑ เล่ม    พร้อมทั้งบอกว่า เผื่ออาจารย์จะเขียน comment ลง บล็อก”     ทำให้ผมหัวใจพองโต ว่าท่านก็ติดตามอ่าน บล็อก ของผมด้วย    จึงต้องทำการบ้านส่ง ดร. ทวีศักดิ์เสียหน่อย

 

 

เริ่มต้นด้วย ใช้ชื่อหนังสือ ค้นด้วย Google ได้ลิ้งค์เข้าอ่านหนังสือเล่มนี้ ที่นี่   โดยมีลิ้งค์อื่นๆ อีกหลายลิ้งค์เต็มหน้า Google ทีเดียว    ผมให้คะแนนเต็มในด้านทักษะการใช้ Google ในการสื่อสารสังคม    ผมเชื่อว่าท่านเชี่ยวชาญกว่าผมเป็นร้อยเท่า เพราะท่านเป็นผอ. NECTEC มาก่อน    ย่อมเข้าใจเรื่องนี้ดี    องค์กรที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องหลายองค์กร มีผลงานดีๆ มาก    ต้องการสื่อสารผลงานนั้นๆ ต่อสังคม   แต่ไม่รู้จักวิธีใช้ Google   น่าเสียดาย    เจ้าหน้าที่ IT ก็ไม่สนใจจัดการให้ Google ช่วยทำงานให้    เป็นเรื่องหนึ่งที่ทุกองค์กรต้องเอาใจใส่

 

หนังสือสื่อสารผลงานขององค์กรแบบนี้ เราอยากให้ผู้คนเอาไปสื่อสารต่อให้มากที่สุด   ผมจึงสงสัยว่า สวทช. ระบุในหน้าปกในด้านหลังเรื่องสงวนลิขสิทธิ์ไว้เพื่ออะไร   ผมสงสัยว่าเจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารใส่ไว้ตามสูตร    โดยไม่ได้ฝึกทำงานแบบแยกแยะ   แต่การทำเช่นนั้นเป็นการทำให้หนังสือเล่มนี้ลด impact ของตนเอง ที่คนอื่นจะช่วยเสริมโดยการนำไปเผยแพร่ต่อ    ผมอาจเข้าใจผิดในเรื่องนี้    แต่ก็ขอส่งการบ้านประเด็นนี้ด้วย แม้จะไม่แน่ใจว่าครูทวีศักดิ์จะให้คะแนนศูนย์หรือไม่ ในประเด็นนี้  

 

ผมลองค้นใน กูเกิ้ล ด้วยคำว่า ข้าว สวทช.ตอนเช้าวันที่ ๑๐ก.ค. ๕๖   ได้ผล ลิ้งค์ตามลำดับดังนี้ , , , , , , , ​,   จะเห็นว่า ไม่มีข่าวใดที่เป็นเรื่องผลงานวิจัยด้านข้าว ของ สวทช. เลย    มีแต่ข่าวความขัดแย้งกับ รมต. ที่เพิ่งพ้นตำแหน่งไป

 

เนื่องจากผมเป็นคนไม่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ และไม่ดูทีวี จึงไม่ทราบข่าวความขัดแย้งนี้   ได้อ่านข่าวย้อนหลังจึงได้ตระหนักในความชั่วร้ายของนักการเมืองบางคน    ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนี้เพียงบางคนเท่านั้น   มิฉนั้นบ้านเมืองของเราจะไปไม่รอด

 

จะเห็นว่า ผลงานเรื่องข้าวของสวทช. ไม่เด่นพอที่จะเป็นข่าวในสื่อมวลชนไทย    ที่ค้นได้ทาง Google  

 

ลองใหม่ ค้นด้วยชื่อจริงของเรื่องแรก สวทช. กับภารกิจข้าว”  ได้มา ๒ hit ในหนังสือเล่มนี้ทั้งสอง hit   ถือว่าใช้ได้  

 

เนื่องจากในหัวข้อ สวทช. กับภารกิจข้าวมีเรื่องหัววัดความชื้นข้าวเปลือก   ผมจึงค้นด้วยคำ  หัววัดความชื้นข้าวเปลือก”    ได้ hit แรก ที่นี่ ถือว่าใช้ได้

ลองใหม่ ค้นด้วยคำว่า ผลงานวิจัยเรื่องข้าวได้ hit ตามลำดับดังนี้ , , , , ,  กำลังจะใส่ ลิ้งค์ที่ ๖, ๗, ๘, ๙, บังเอิญผลที่ค้นไว้หลุดไป   ค้นใหม่ด้วยคำเดิม อ้าว! ได้ผลชุดใหม่แฮะ   คนละชุดคนละแนวไปเลย ดังนี้ , , , ,   โดยจะเห็นว่า ไม่มีเรื่องราวผลงานของ สวทช. เลย 

 

ทำให้ผมได้ความรู้ว่า การสื่อสารผลงาน ต้องทำเชิงรุก   สื่อสารเข้าไปในวงการของผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากสาระนั้นๆ    ผลงานวิจัยเรื่องข้าว ต้องเอาไปเผยแพร่ในสื่อของวงการข้าว    คือต้องไม่คิดว่าเราสื่อออกไปแล้ว ใครอยากได้ประโยชน์ต้องขวนขวายค้นหาเอาเอง    คิดแบบนี้ในสมัยนี้ผลงานจะไม่ไปถึงผู้ใช้   เพราะสมัยนี้ข่าวสารมากมายล้นหลาม   ต้องสื่อสารเชิงรุก ไม่ใช่สื่อสารแบบตั้งรับ

 

จึงมาถึงประเด็นว่า หน่วยงานต่างๆ สื่อสารผลงานไปทำไม เพื่อใคร

 

ผมมีความเชื่อว่า ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้รับประโยชน์ (beneficiaries) จากผลงานนั้นเป็นหลัก    และผลประโยชน์ของหน่วยงานเป็นที่สอง    ดังนั้น การสื่อสาร ต้องเข้าไปสื่อสารในวงการของผู้รับประโยชน์เป็นตัวตั้ง    และสื่อสารตามกระแสของวงการผู้รับประโยชน์ด้วย   ไม่ใช่ตามกระแสของหน่วยงานวิจัย

 

หน่วยงานต่างๆ น่าจะได้ สำรวจตลาดอย่างที่ผมทำแบบง่ายๆ   ว่าการสื่อสารของตนเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายหรือไม่

 

แต่ที่ผมทดลองทำนั้น เป็นการทำแบบ internet-based   จึงยังไม่น่าจะเป็นวิธีสำรวจตลาดจริงของสังคมไทย   ที่ยังไม่น่าจะอยู่ในระบบสื่อสารบน อินเทอร์เน็ต เป็นหลัก    จึงน่าจะหาวิธีสำรวจตลาดของการสื่อสารแบบอื่น ที่แม่นยำกว่านี้

 

แต่เท่าที่ทำให้เป็นตัวอย่าง ก็น่าจะพอบอกได้ว่าหน่วยงานวิจัย ต้องคิดเรื่องการสื่อสารผลงานวิจัยเสียใหม่

 

 

วิจารณ์ พานิช

๑๐ ก.ค. ๕๖