
๙ สิงหาคม ๕๖ เป็นการอบรมการเขียนบทร้อยกรองวันที่ ๒ โดยทีมวิทยากรของท่าน
ศน.บุญเสริม แก้วพรหม เช่นเดียวกับเมื่อวานนี้ ซึ่งเมื่อวานคุณมะเดื่อไม่ได้บอกชื่อ
วิทยากรอีก ๓ ท่าน เพราะเกรงจะเขียนผิดวันนี้จึงขอลายชื่อจากอาจารย์โชติ พรมเช็ก
ก็ได้มาดังนี้จ้ะ (ขอบคุณอาจารย์โชติมาก ๆ มา ณ ที่นี้จ้ะ)
๑.ศน.บุญเสริม แก้วพรหม ศน.สพท.นครศรีธรรมราช เขต ๔
๒. อาจารย์เจริญศรี บุญสว่าง โรงเรียนวัดโมคลาน อ.ท่าศาลา
๓. อาจารย์นิภา นวลขาว โรงเรียนบ้านสองแพรกมิตรภาพที่ ๙๒ อ.ท่าศาลา
๔. อาจารย์โชติ พรมเช็ก โรงเรียนวัดเขาน้อย อ.สิชล

เนื้อหาสาระของวันนี้ ว่าด้วยเรื่อง " กลอน ๘ " อาจารย์บุญเสริมได้อธิบายพื้่นฐานใน
การเขียนกลอน ๘ และทดลองให้เขียนคนละบท โดยกำหนดคำว่า " ชอบ"
ของคุณมะเดื่อเขียนไว้ดังนี้จ้ะ
ความรู้สึก บอกได้ ว่า....ไม่ชอบ
เป็นคำตอบ สุดท้าย จากใจฉัน
เธอเป็นใคร มาจากไหน ไม่สำคัญ
มาทางไหน...ไปทางนั้น....ฉัน...ไม่แคร์
(ได้เป็นบทกลอนที่อาจารย์บุญเสริมนำไปยกตัวอย่างในการฝึกใช้คำ การลง
สัมผัส และการใช้เสียงท้ายวรรคด้วยนะจ๊ะ )
จากนั้น ก็ดูวิดีโอเกี่ยวกับการกล่าวสุนทรพจน์แล้วเขียนความรู้สึก หรืออะไรก็ได้ที่ได้
จากการชม เป็นกลอน ๘ คุณมะเดื่อเขียนดังนี้จ้ะ
มธุพจน์ สื่อความ นำให้คิด
ถูกหรือผิด ไตร่ตรอง จะมองเห็น
หากฟังผ่าน ไม่กลับ จับประเด็น
ก็จะเป็น เหมือนตลก ตกเวที

สลับด้วยการร้องเพลง " ฝากหมอน" ที่เนื้อร้องเป็นกลอน ๘ โดยมีผู้เข้ารับการอบรม
อาสาสมัครเป็นผู้ขับร้อง
อ่านกลอน ๘ เป็นทำนองเพลงพื้นบ้าน เพลง " เตาะแตะ" แต่น่าเสียดาย ที่วิดีโอการ
อ่านเป็นเพลงเตาะแตะ ที่คุณมะเดื่อถ่ายไว้ เปิดไม่ได้

อาจารย์โชติและอาจารย์บุญเสริม ได้กรุณาถ่ายทอดเรื่องราวการฝึกให้เด็ก ๆ
ในโรงเรียนของอาจารย์โชติเป็นนักกลอนน้อยได้อย่างประสบความสำเร็จ และได้นำ
ตัวอย่างกาพย์ยานี ๑๑ ที่นักเรียนของอาจารย์โชติ เขียนไว้มาให้ดูด้วย ดังนี้

( กาพย์ยานี ๑๑ " คนขายของเล่น " โดย กวีน้อยโรงเรียนวัดเขาน้อย )

หลังพิธีปิด ดร.ไพรัช มณีโชติ รอง ผอ.สพท.ปข.๑ มอบของที่ระลึกให้กับคณะ
วิทยากร

และถ่ายภาพร่วมกันไว้ เป็นที่ระลึก
เป็นอันว่า...คุณมะเดื่อได้ผ่านการอบรมการเขียนบทร้อยกรองแล้วนะ...ผลงานของ
คุณมะเดื่อ พอจะเลื่อนฐานะจาก ลูกบิด มาเป็น กลอน กับเขาได้บ้างไหมจ๊ะ...อิ อิ
ของฝากจากท่าน อาจาย์บุญเสริม แก้วพรหม ที่คุณมะเดื่อ...และเชื่อว่า อีกหลาย ๆ
คนคงถูกใจนะจ๊ะ
ปล่อยแม่ครัวเขาหุงหา
๑.
ถ้าอยากกินอาหารให้อร่อย ก็ต้องปล่อยให้แม่ครัวเขาหุงหา
เชื่อมั่นในฝีมือเขาลือชา ผ่านเวลาเพาะบ่มเรื่องต้มแกง
อย่าจู้จี้กวนใจไม่เข้าเรื่อง อย่าทำเขื่องสั่งโน่นนี่มีส่วนแบ่ง
อย่าทำเก่งเกินหน้ามาสำแดง อย่าอวดแรงอวดรู้อยู่นอกครัว
ปล่อยแม่ครัวเขาคิดค้นต้นตำรับ ได้เปลี่ยนปรับปรุงแต่งต้มแกงคั่ว
เติมพริกเกลือเจือน้ำตาลตามใจตัว จนรสชาติแซ่บนัวโดยทั่วกัน
ปล่อยแม่ครัวมีเวลาอยู่หน้าเตา ปรับแกงเก่าปรุงแกงใหม่ใจมุ่งมั่น
พัฒนาฝีมือขึ้นเหนือชั้น ทุกจานนั้นก็หมดจดรสโอชา
๒.
อยากเห็นผลการศึกษานั้นเลิศหรู แต่ไม่ปล่อยให้ครูอยู่ในห้อง
ให้ทำงานขยะขยายเป็นก่ายกอง คุณภาพเด็กจึงบกพร่องทุกห้องเรียน
คอยจู้จี้กวนใจไม่หยุดหย่อน ครูจะสอนมาสั่งการ (จน) หยุดอ่านเขียน
ปฏิรูปกี่ร้อยครั้งยังวุ่นเวียน เมื่อบริหารเพี้ยนเพี้ยน....ไม่เปลี่ยนแปลง
รัตนธาดา แก้วพรหม
สำนักกวีน้อยเมืองนคร นครศรีธรรมราช
๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๔
หมายเหตุ บทกลอนนี้อาจจะมีส่วนใดส่วนหนึ่งขาดตกบกพร่องไป คุณมะเดื่อก็ต้อง
ขอกราบอภัยท่านอาจารย์บุญเสริม แก้วพรหมไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะจ๊ะ เพราะเนื่องจาก
คุณมะเดื่อจดไม่ทัน ต้องถ่ายภาพไว้ และไม่แน่ใจว่าได้ครบทั้งหมดหรือไม่ แต่
อย่างไรก็ดี ถ้อยคำสำนวนกลอนชั้นครูของท่านอาจารย์บุญเสริม บทนี้ ก็เป็นเสมือน
เพื่อน ผู้อยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้กับครูทุกคน ทำให้พวกเรารู้ว่า ยังมีกัลยาณมิตร
คือท่านบุญเสริม แก้วพรหม ที่รู้และเข้าใจในสภาพที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่เป็นอย่าง
ดี กราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงจ้ะ
คุณมะเดื่อ
๙ สิหาคม ๕๖
.....กิจกรรมดีดี ที่น่าทำมากๆนะคะ .... ต้องร่วมกัน....สืบสานต่อไป นะคะ .... ขอบคุน บันทึกดีดีนี้ค่ะ ...
มาใหม่นะคะ วันนี้ทั้งงานเลี้ยง ทั้งงานราษฏร์ และงานหลวง สลบก่อนนะคะ
จะมาใหม่พรุ่งนี้ค่ะ
ขอบคุณจ้ะพี่หมอเปิ้น
ฝันดี ราตรีสวัสดิ์จ้ะ
คุณมะเดื่อทั้งง่วง ทั้งเพลีย จ้ะคุณอรคนงาม
นอนก็นอนจ้ะ พรุ่งนี้คุยกันใหม่นะฝันดี
ราตรีสวัสดิ์จ้ะ
มาทางไหน..ไปทางนั้น...ฉันไม่แคร์
เคยร่วมทุกข์..สุขก็ให้..ใจห่วงหา
กาลเวลา..พาลืมเลือน..เหมือนโดนแซ่
หวดกระหน่ำ..ช้ำหัวใจ..รอยไถแปร..
จะไม่แคร์..จริงหรือนี่..สุดที่รัก
หวัดดีท่าน ผอ.คนเก่ง
นั่นแน่ ...แอบมาต่อความยาวสาวความยืดกันด้วยนิ อิ อิ
เตรียมตัว...ดวลลูกบิด เอ๊ย...ดวลกลอน กับคุณมะเดื่อได้เล้ยยย...!
ดีใจด้วยนะคะ ที่น้องมะเดื่อได้เข้าร่วมการอบรมที่บรรยากาศดี และมีประสิทธิผล แถมยังได้แสดงฝีมือการแต่งกลอนด้วย
เพลงฝากหมอนนี่ เป็นเพลงฮิตสมัยที่พี่เรียน ป.กศ. ปี ๒๕๑๐ - ๒๕๑๑ นะคะ ยุคนี้ยังมีผู้ร้องได้อยู่เหรอคะ
ชอบบทกลอนเหน็บแนมท่อนนี้ค่ะ "ปฏิรูปกี่ร้อยครั้งยังวุ่นเวียน เมื่อบริหารเพี้ยนเพี้ยน...ไม่เปลี่ยนแปลง"
สวัสดีจ้ะพี่ไอดิน
เมืองไทยน่ะ ต่อให้ปฏิรูปการศึกษาสักร้อย สักพันครั้ง ก็คงได้แค่นี้แหละจ้ะ ตราบใดที่คนที่.........ยัง " ไม่มีสมองเป็นของตนเอง" ขอบคุณจ้ะ
ทีมวิทยากรมาจากนครฯทั้งนั้นเลยนะครับ
ดีใจที่ได้เปลี่ยนจากลูกบิดมาเป้นประตู เอ้ย กลอน 555
ใช่จ้ะน้องอาจารย์ขจิต
เป็นทีม " กวีน้อยเมืองนคร" จ้ะ ยังเปลี่ยนลูกบิดเป็นประตู
เอ๊ย ...กลอนที่ถาวรไม่ได้หรอกจ้ะ ยังต้องฝึกวิทยายุทธเพื่อฝ่าด่าน 18 อรหันต์อีกหลายปี
จ้ะ..อิ อิ...
ชอบมากครับ ผมยังไม่เคยได้เข้าอบรมหรือเรียนการแต่งร้อยกรองแบบนี้เลยสักครั้ง
อยากเรียนจัง เผื่อจะแต่งร้อยกรองได้หลากหลายอย่างคุณมะเดื่อบ้าง
สวัสดีจ้ะพี่หนาน
นับเป็นครั้งแรกในชีวิตการเป็นครูภาษาไทยเหมือนกันจ้ะ ที่มีการจัดอบรมการเขียนบบร้อยกรองแบบนี้ ซึ่งน่าจะจัดปีละครั้งด้วยซ้ำไปเพราะเป็นเรื่องยากสำหรับ
การสอนให้เด็ก ๆ เขียนบทร้อยกรองจ้ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ