ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอน

ทฤษฎีการเรียนรู้

ทฤษฎีการเรียนรู้ธอร์นไดค์

  ธอร์นไดค์ ถือว่าการเรียนรู้เป็นการแก้ปัญหา ซึ่งจากที่ธอร์นไดค์ได้ทดลองปัญหาได้สรุปกฎเกี่ยวกับการเรียนรู้ 3 ข้อ เช่น

1.  กฎแห่งความพร้อม(Law of Readiness) กฎนี้กล่าวถึงสภาพการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีความพร้อมทุกด้าน ทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นด้านครูผู้สอน ด้านผู้เรียน

2.  กฎแห่งผล(Law of Effect)  การเรียนรู้จะเกิดได้ดี ก็ต่อเมื่อนักเรียนรู้ผลการกระทำ เช่น เมื่อถ้าครูตรวจงานเสร็จแล้ว ต้องแจ้งให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนสนใจ

3.  กฎแห่งการฝึกหัด(Law of Exercise) สิ่งใดที่กระทำบ่อยๆ ก็จะเกิดความชำนาญ ดังนั้นครูต้องฝึกให้นักเรียนมีการปฏิบัติบ่อยๆ เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และเกิดการชำนาญ

ทฤษฎีการเรียนรู้พาฟลอฟ

  พาฟลอฟได้ศึกษาการเรียนรู้โดยการกำหนดเงื่อนไข คือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองที่ต้องวางเงื่อนไข ซึ่งเขาเรียกว่า ทฤษฎีเงื่อนไขแบบคลาสสิกแบ่งเป็นทฤษฎี 4 ประการ ดังนี้

1.  กฎการลดพฤติกรรม

2.  กฎแห่งการคืนกลับ

3.  กฎความคล้ายคลึงกัน

4.  กฎการจำแนก

ทฤษฎีการเรียนรู้กัทรี

  กัทรีได้สรุปกฎการเรียนรู้ไว้ว่า

1.  เมื่อมีสิ่งเร้าเกิดขึ้นพร้อมด้วยการตอบสนอง และเมื่อมีสิ่งเร้าในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก ก็จะมีแนวโน้มการตอบสนองในแนวเดิม เช่น การทำการบ้านก่อนนอนก็มักจะทำการบ้านเวลาเดิม

2.  หลักการกระตุ้นครั้งสุดท้าย ถ้าการเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์จากการกระทำเพียงครั้งเดียวซึ่งเป็นการกระทำครั้งสุดท้ายในสถานการณ์ใหม่เกิดขึ้นอีก ผู้เรียนจะกระทำเหมือนที่เคยทำครั้งสุดท้าย

ทฤษฎีการเรียนรู้สกินเนอร์

  สกินเนอร์สรุปว่าการเรียนรู้ที่ดีต้องได้รับการเสริมแรง จึงสรุปเป็นกฎเสริมแรง 2 วิธีดังนี้คือ

1.  การเสริมแรงทันที

2.  การเสริมแรงเป็นครั้งคราว

ทฤษฎีการเรียนรู้เพียเจต์

  ได้สรุปพัฒนาการทางสติปัญญาเป็น 4 ระยะ ดังนี้คือ

1.  ขั้นการรับรู้ทางประสาทและการเคลื่อนไหว

2.  ขั้นก่อนการใช้ความคิด

3.  ขั้นการใช้ความคิดทางรูปธรรม

4.  ขั้นการใช้ความคิดทางนามธรรม

การสอน

  การสอนเป็นการชี้แนะผู้ถูกสอนให้มีความรู้และสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ ลักษณะการสอนที่ดี ครูจะต้องเตรียมการสอนอย่างดี เตรียมทุกครั้งที่มีการสอน และเตรียมใหม่ทุกครั้งในแต่ละปี ซึ่งองค์ประกอบในการสอนมีดังนี้

1.  ครู

2.  นักเรียน

3.  วิธีสอน

4.  หลักสูตร

5.  วัตถุประสงค์การสอน

6.  สื่อการสอน

7.  การประเมินผล

ซึ่งผู้สอนจะมีเทคนิคและวิธีสอนที่แตกต่างกัน เช่น สอนแบบบรรยาย ทดลอง กรณีตัวอย่าง เกม สถานการณ์จำลองและอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนว่าจะใช้วิธีใด ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ความเหมาะสมของเนื้อหา นักเรียนจะชอบหรือไม่ชอบก็ขึ้นกับวิธีการสอนของครู

***** ข้อมูลที่ผมหามาได้จากในหนังสือ ตรงนี้คือสรุปมา ถ้าท่านใดสนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในแหล่งสืบค้นตามที่อ้างอิงมา และขอบคุณแหล่งอ้างอิง ณ ที่นี้

บรรณานุกรม

ทิศนา  แขมมณี.(2551).14 วิธีสอนสำหรับครูมืออาชีพ.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุนีย์  ภู่พันธ์.(2546).แนวคิดพื้นฐานการสร้างและการพัฒนาหลักสูตร.กรุงเทพมหานคร : The knowledge center.

อาภรณ์  ใจเที่ยง.(2553).หลักการสอน.กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์.