แรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต

 

        การที่เราได้เกิดมาสักหนึ่งครั้ง เรานั้นจะมีวิธีการใช้ชีวิตอย่างไร เราควรใช้มันให้เต็มที่ให้คุ้มเลยหรือเปล่า หรือเราควรที่จะค่อยๆใช้มัน สิ่งๆนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเลือกทางเดินเส้นไหน อีกทั้งเรื่องที่ว่า การที่เราได้เกิดมานั้น เรามีสิ่งใดจูงใจ ให้เรานั้นได้ใช้ชีวิตต่อไปในทุกๆวัน ซึ่งคำถามนี้ หลายคนอาจจะยังตอบไม่ได้หรือตอบได้ยาก ว่าเรามีแรงบันดาลใจอะไรที่จะใช้ในการดำเนินชีวิตของเรา

 

       แนวคิดที่จะใช้ชีวิตให้คุ้ม ทำสิ่งที่อยากทำนั้น เช่น เที่ยว ดื่มสุรา หรือ เที่ยวกลางคืน อาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนคิดว่าจะทำจากที่ว่าเกิดมาได้ครั้งเดียว แต่หลายๆคนนั้นเลือกที่จะใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง เช่น เข้าวัด ทำบุญ หรือ ทำสิ่งประโยชน์ต่างๆ แล้วเราควรเลือกเส้นทางใด??

 

       สิ่งที่จะช่วยกำหนดสิ่งต่างๆที่เราจะทำคือ แรงบันดาลใจ นี้นี่เอง

 

   แรงบันดาลใจ ( Inspiration ) ถูกนำมาใช้ให้เป็นสาเหตุสำคัญของการสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งงานศิลปะ วิทยาศาสตร์ ดนตรี กวี เพลง ฯลฯ 


 

 

 

 

 

 

     ในที่นี้กลุ่มของพวกเราจะขอกล่าวถึงแรงบันดาลใจที่พวกเรามาเรียนในคณะแพทยศาสตร์


     แน่นอนว่าในการตัดสินใจของแต่ละคนย่อมต่างกันออกไป เราจะมาดูกันว่า ในกลุ่มนี้ แต่ละคนมีแรงบันดาลใจใดบ้างที่ทำให้เราอยากเรียนหมอ

     "อยากเป็นหมอชุมชนที่คอยรักษาป้องกันและดูแลชาวบ้านในชนบท ให้มีสุขภาพร่างกายที่ดีแข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดี อยากเห็นรอยยิ้มของคนไข้ที่กลับมาหาเราเวลาเขาหายจากโรค และมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นเวลาได้รับคำแนะนำจากเรา" 

     "เราเคยอยู่บ้านนอกมาก่อน เคยอยู่ในชนบท ได้อยู่กับพื้นนาพื้นไร่ เคยทำงานกับชาวบ้านมาตั้งแต่เด็ก ทำให้รู้ว่าชาวบ้านไม่ได้อดอยากหรือไม่มีเงิน เขาก็มีเหมือนๆกับเราแค่อาจจะไม่ได้มากพอจะซื้อของที่อยากได้ แต่ก็พอให้มีชีวิตสู้ต่อไป แต่สิ่งที่พวกเขาขาดคือ การแพทย์ โรงพยาบาลไม่ได้มีในทุกๆ อำเภอ เราต้องเดินทางนานพอสมควร แพทย์หลายคนไม่อยากเข้าไปทำงานในชนบท หลายคนมองว่าทุรกันดาร บ้านนอก ดูถูกคนที่จนกว่า วัดกันที่ชนชั้น แต่เราเคยอยู่กับชาวบ้านมาก่อพวกเขาน่าสงสารมาก แพทย์บางคนที่รักษาแทบจะไม่มองหน้าชาวบ้านเลย ตรวจอาการ สั่งยาไปส่งๆ ทำเหมือนไม่ใช่คน เหมือนไม่ได้ใช้หัวใจทำงาน ดูถูกพวกเขา ดูถูกกระดูกสันหลังและปัจจัยจำเป็นของประเทศ ทั้งๆที่ชาวนาชาวไร่เขาปลูกข้าวเลี้ยงปลาให้เราได้กิน แรงบันดาลใจตรงนี้ทำให้เราอยากมาเป็นหมอ อยากจะช่วยเหลือคนโดยเฉพาะชาวบ้าน อยากให้พวกเขาได้รับสิ่งที่ควรจะได้รับทางการแพทย์เสมอภาคเท่ากับคนอื่นๆ ต้องขอบพระคุณโครงการODOD คณะแพทย์ มข. อย่างสูงยิ่ง"

     "แม่เรานั้นเป็นนางพยาบาล ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ตอนเป็นเด็กนั้นแม่มักจะพาเราไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ทุกวันหยุด ชนิดที่ว่าคลุกคลีกับโรงพยาบาลมากกว่าบ้านของตนเอง เรานั้นได้เห็นผู้ป่วยมากมาย ซึ่งแต่ละคนก็ป่วยมาด้วยอาการต่างๆ ซึ่งบางคนก็มีความคิดชนิดที่ว่า ยอมตาย ดีกว่า การทรมานกับการเป็นโรคนั้นๆ ก็ว่าได้ แต่ผู้ป่วยเหล่านั้นกลับมีกำลังใจอีกครั้ง เมื่อพบว่า มี หมอ มารักษา ซึ่งจะสังเกตได้เลยว่าก่อนที่หมอจะมานั้น ผู้ป่วยมีสีหน้าที่ค่อนข้างจะหมดหวัง แต่พอได้พบกับหมอ ใบหน้านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มแห่งความหวังนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมอยากจะมาเป็นหมอ เพราะหมอนั้นไม่ใช่เฉพาะอาชีพที่สามารถรักษาคนทางร่างกายได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรักษาจิตใจของผู้ป่วยได้อีกด้วย"

     "ปัจจุบันมีแพทย์จำนวนหนึ่งที่มาเป็นแพทย์เพื่อต้องการรายได้ที่ดี ต้องการมีหน้าตาที่ดีในสังคม ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นแพทย์เพื่อช่วยเหลือประชาชน มาเรียนเพียงเพราะตามกระแสสังคม พอเข้ามาเรียนแพทย์จนจบ ใช้ทุนต่างๆเรียบร้อย ต่างก็พากันไปทำงานโรงพยาบาลเอกชน เปิดคลินิกหารายได้อย่างเดียว พอเวลาทำงานที่โรงพยาบาลก็ทำงานแบบไม่ตั้งใจ ไม่ได้ให้ความใส่ใจดูแลเป็นห่วงคนไข้มากนัก จนสมัยนี้คนไข้หลายต่อหลายคนบ่นต่างๆนานาหลังจากไปเข้าโรงพยาบาล แทนที่จะมีความรู้สึกดีใจโล่งอกหลังจากที่ได้พบแพทย์ผมจึงอยากเป็นแพทย์ที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านในชนบทจริงๆ ได้ทำหน้าที่ของความเป็นแพทย์ ดูแลเอาใจใส่คนไข้จริงๆ"

     "ในสมัยเด็กผมป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ได้เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลของอำเภอ ในช่วงเวลาทั้งหมด7วันที่อยู่ในโรงพยาบาลผมได้มองเห็นการทำงานของบุคลากรต่างๆในที่แห่งนั้นมีหมอคนหนึ่งเป็นหมอที่ดูแลผม ท่านมักจะแวะมาถามผมทุกวันว่าเป็นอย่างไรบ้างอาการดีขึ้นยัง ผมอยากมีช่วงเวลาแบบนี้ช่วงเวลาที่ได้ดูแลเอาใจใส่คนไข้แบบท่าน ผมจึงเลือกที่จะเดินในเส้นทางนี้"

     "คือคุณแม่ของฉันเป็นพยาบาล แม่มักจะพาฉันไปที่โรงพยาบาลในตอนเด็กๆ โรงพยาบาลจึงเป็นอีกสถานหนึ่งที่ฉันไปบ่อย ในแต่ละครั้งก็จะเห็นผู้ป่วยมากมาย มารอรับการรักษา ฉันอยากจะเป็นอีกคนที่คอยให้ความช่วยเหลือ คอยดูแลผู้อื่นได้ ฉันจึงตั้งใจเรียนจนสอบแพทย์ได้ค่ะ"

     "มีคุณป้าเป็น แพทย์อยู่ สมัยเด็กๆก็ไปหาท่านบ่อยมาก ท่านเปิดคลินิกอยู่ ไม่ว่าใครเจ็บป่วยยังไงไปหาท่าน ก็สามารถรักษาหายได้ ทุกๆคนรักท่าน ท่านเคยบอกว่า 'ท่านทำงานนี้ เพราะท่านรักในรอยยิ้ม ของคนไข้' ทำให้ท่านรักในงานนี้ ผมจึงอยากเป็นเหมือนท่าน ถ้าใครถามผมว่าทำไมอยากเป็นเหมือน ย่า ผมจะตอบเค้าไปว่า ผมรักในรอยยิ้ม ที่คนอื่นให้ผมมา มันทำให้ผมมีคุณค่า"

     "คุณตาของผมเป็นแรงบันดาลใจให้ผมมาเป็นหมอ การจากไปของท่าน ทำให้ผมอยากที่จะรักษาคนอื่นให้หายจากโรคภัยครับ"

     "คุณปู่และคุณพ่อของผมมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เป็นสาเหตุให้ป่วยเป็นหลายโรคมากๆ และต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง เมื่อผมไปเยี่ยมท่านที่โรงพยาบาล ผมสังเกตเห็นว่าขณะที่แพทย์มาตรวจอาการของท่าน ท่านจะดูมีกำลังใจ และยิ้มออกมาได้ทุกครั้ง และผมก็คิดว่าผู้ป่วยอื่นๆ ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน ถ้าถามว่าอะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากเป็นหมอ ก็คงจะเป็น รอยยิ้มของผู้อื่นที่ผมจะสามารถสร้างได้ถ้าผมประกอบอาชีพนี้นั่นเอง"

                                                          


      โดยรวมแล้ว แรงบันดาลใจของพวกเราในการเป็นแพทย์ มีอยู่ 2 สาเหตุหลักๆ นั่นคือ ด้านลบของแพทย์บางกลุ่ม และ ผู้ป่วย

     ด้านลบของแพทย์ คือ การที่มีแพทย์จำนวนหนึ่ง ทีปฏิบัติงานอย่างไม่ตั้งใจ ตรวจอาการ สั่งยา พอผ่านๆไป เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ไม่ใส่ใจคนไข้ รวมถึงแพทย์บางคนถึงกับดูถูกคนไข้ในชนบท สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ทำให้เราอยากเป็นแพทย์เพื่อจะได้รักษาผู้อื่น ได้ช่วยเหลือผู้อื่นจริงๆ อย่างเท่าเทียม

     ผู้ป่วย ในที่นี้หมายถึง สิ่งที่เราจะสามารถทำเพื่อผู้ป่วยได้เมื่อเราเป็นหมอ นั่นคือ การรักษาผู้ป่วยทั้งร่ายกายและจิตใจ จากการที่เราเคยมีโอกาสได้เห็นการทำงานของหมอทั้งจากการที่มีญาติทำงานเกี่ยวกับโรงพยาบาลหรือมีญาติที่ป่วยเข้าโรงพยาบาล และได้เห็นคนไข้ทั้งหายจากโรคและมีความสุขจากการรักษาของหมอ เมื่อเห็นพวกเขาแล้วเราก็มีความสุขไปด้วย กล่าวคือ รอยยิ้มและความสุขของผู้ป่วย เป็นอีกแรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้เราอยากเป็นหมอนั่นเอง


        

 

 

 

แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตนั้นก็มีหลายๆอย่างข้างต้นที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่อีกสิ่งหนึ่งคือ คติประจำใจ ซึ่งจะทำให้เราเดินไปสู่เป้าหมายของเราได้

 

 

โดยพวกเรา ก็มีคติประจำใจอยู่ 1 อย่างก็คือ 

 f

 

เอกสารอ้างอิง :

http://www.kidbuak.com/Good%20idea13.html
http://www.readersdigestthailand.co.th/9-inspiring-quotes-on-life?page=1
http://www.gotoknow.org/posts/438712

 

จัดทำโดย:

นศ.พ. กฤษฎา คุณกิตติ 563070005-0

นศ.พ. ธนภัทร สุทธิเศษพงศ์ 563070032-7

นศ.พ. พันไมล์ จันทราพันธกุล 563070057-1

นศ.พ. สิรวิชญ์ วงศ์พานิช 563070086-4

นศ.พ. ศุภาพิชญ์ สมศรี 563070111-1

นศ.พ. ฉัตรดนัย ศรีสุนาครัว 563070135-7

นศ.พ. บุลากร จันหฤทัย 563070160-8

นศ.พ. ชนากานต์ จึงมั่นคง 563070184-4

นศ.พ. ธนัท จำนงค์ 563070208-6

นศ.พ. นิพร จริยากุลวงศ์ 563070232-9

นศ.พ. อรฉัตร โรจน์บวรวิทยา 563070263-8