วันพุธ 24 ก.ค.56 เกิดอาการวูบ ระหว่างลากไอ้เข้ (Hand pallet )รู้สึกวินเวียน จนต้องทรงตัวให้นิ่งๆ  ตั้งสติ แล้วพิจารณาว่ามันเกิดเพราะอะไร เกิดจากร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ ยังไม่พร้อมที่จะใช้เครื่องมือหนักพวกนี้ หรือเพราะร่างกายต้องการพักผ่อน  หรือเพราะอะไรกันแน่...

    ตกเย็น เกิดความอยาก... หิวข้าว เหมือนทุกวัน หรือว่าเพราะร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ กลัวตัวเองจะหิว กลัวจะไม่สบาย... ต้องกิน ...ต้องออกไปหาอะไรกิน แต่ไม่มีอะไรขาย 

   ร้านค้า ในซอย นี้แปลกแตกต่างจากที่อื่น วันพระ วันเจ้า จะพร้อมเพรียงกันหยุด เดือดร้อนชาวโรงงาน... (เริ่มบ่นในใจ)

   แต่... เมื่อย้อนกลับมาดูความอยากของตัวเอง ช่างน่าละอาย พ่อค้า แม่ค้า เขายังหยุดไปทำบุญทำทาน เราก็ควรจะปล่อยวางสักวัน อดสักวัน คงไม่ตายหรอกมั้ง 

   แล้วงานล่ะ..จะกลับก่อน เพื่อไปพักผ่อนอย่างนั้นหรือ ไม่อยู่ดูแลเด็กๆก่อนหรือ ...หรือเพราะไม่สบาย ดูตัวเอง ดูความจริง อย่าฝืนเพราะหน้าที่ตำแหน่งต้องรับผิดชอบ ศักดิื์ศรี กลัวคำนินทา ต่างๆนานา อย่างนั้นหรือ ...(เริ่มถกเถียงกับตัวเอง)

........... 

   ห้าโมงเย็นตัดสินใจกลับบ้าน  ก่อนถึงบ้านตั้งใจแวะหาอาหารอีสานกิน ความอยากตามมาอีก...อยากกินส้มตำ..ร้านใกล้ซอยเข้าบ้านไม่ขาย ขับเลยไปตลาดคอนเนค  ไม่ขายอีกเช่นกัน ถัดไปอีกหน่อยมีขายร้านหนึ่ง แต่เคยซื้อมากินแล้วไม่อร่อย...(เกิดความไม่อยากซ้อนความอยากขึ้นมาอีก)  

   ขับรถเลย ไปตลาดประเสริฐศิลป์..มีตลาดนัด แต่ไม่มีร้านขายส้มตำเลยสักร้าน พาลบ่นว่าหยุดไปไหนกันหมด..อ้าว เขาก็อาจจะหยุดไปทำบุญ กลับบ้าน เที่ยวบ้าง ตัวแก นั่นแล่ะที่ไม่หยุดเอง ดูใจสิร้อนรน ไม่ปล่อยวาง อยากสิ่งไหน ก็ดั้นด้น ให้เหนื่อย ให้ลำบาก พอไม่ได้ดังใจ ก็โทษโน้น นั่น นี่ (เริ่มบ่นตัวเอง)

   ในที่สุดตัดสินใจซื้อข้าวโพดต้ม ขนมจีนน้ำยาป่า ไก่ทอด 2 น่อง ข้าวเหนียว 1 ห่อ แล้วพาใจอันร้าวร้อนเดินตากฝอยฝนกลับมาที่รถ จนผมเปียก

   ขับรถกลับบ้าน ขณะฝนพรำบางเบา เปิดกระจกรถรับไอเย็นให้เข้ามาฉาบไล่ความร้อนของจิตใจให้เย็นขึ้นบ้าง นึกถึงอารมณ์ที่เพิ่งผ่านไป ยิ้มให้ความเขลาของสติ ที่เตลิดเปิดเปิง

   และมันก็เพียงผ่านพ้นไป ในอีกวัน เท่านั้นเอง

.................



ขอบคุณภาพประกอบจาก Google

.............

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและขอให้มีความสุขสงบ

ในวันที่ความอยากและความกลัวมีอำนาจเหนือจิต

25 กรกฎาคม 2556

พ.แจ่มจำรัส