ให้โอวาทผู้ที่จะบวชสืบทอดพระพุทธศาสนา...


ให้ทุกท่านทุกคนนั่งให้สบาย ช่วงนี้เป็นช่วงที่เตรียมเข้าพรรษา ก็มีญาติโยมมาเตรียมบรรพชาอุปสมบทฝึกนาคขานนาค การประพฤติปฏิบัติธรรม 


การบวชพระถือว่าเป็นบุญใหญ่เป็นอานิสงส์ใหญ่

การบวชพระการปฏิบัติธรรมนี่นะ ให้ทุกท่านทุกคนพากันเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ประเสริฐมาก เป็นการเดินตามรอยของพระพุทธเจ้าของพระอรหันต์

การที่จะมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่ พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุก ๆ คนพากันตั้งอกตั้งใจ พากันประพฤติปฏิบัติธรรม ตั้งใจรักษาศีลให้ดีทุกข้อ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง

กิจวัตรประจำวันต่าง ๆ นั้นถือว่าเป็นบุญเป็นกุศล เช่นนั่งสมาธิร่วมรวมกันในศาลาหรือว่าในกุฏิที่พักต้องทำให้ได้ทุกวัน อย่าให้ขาดตกบกพร่องไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะคนเรามันชอบเข้าข้างตัวเอง ทำวัตรสวดมนต์ก็อย่าให้ขาด บิณฑบาตก็อย่าให้ขาด พยายามตั้งอกตั้งใจภาวนา ไม่ให้คลุกคลี ไม่ให้พูดคุยกับคนอื่นในหมู่คณะ เพราะคนเรามันอยู่กับความสงบไม่เป็นอยู่กับตัวเองไม่เป็น ที่อยู่ได้ก็อยู่ได้กับการงาน การพูดคุย เครื่องบันเทิงต่าง ๆ เช่นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ฯ

ตัวเราที่ผ่าน ๆ มาส่วนใหญ่ก็อยู่กับสิ่งเหล่านั้น... เมื่อเรามาประพฤติปฏิบัติธรรมมาบวช พระพุทธเจ้าท่านให้ตัดสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นให้หมด ทุกคนทุกท่านต้องตัดให้หมด ไม่มียกเว้นใคร ๆ ทั้งสิ้น การบวชการปฏิบัติของเราถึงจะมีผลใหญ่มีอานิสงส์ใหญ่ ถ้าไม่อย่างนั้นการมาอยู่วัดของเรา การมาบวชของเราก็จะไม่ได้ผลแต่กลับมีบาปมีอกุศลติดตามเราไปด้วย

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าให้ทุกท่านทุกคนปฏิบัติให้ได้...

การปฏิบัติธรรมมันเป็นสิ่งที่ทวนโลก ทวนกระแส ทวนอารมณ์ ทวนจิตใจของเราที่ชอบตกไปสู่ที่ต่ำไหลไปสู่ที่ต่ำ เราพยายามมาบวชทั้งกายมาบวชทั้งใจ ถ้าเรามีแต่กายมาบวชแล้วไม่เอาใจมาบวชถือว่าไม่ได้ผล

เรามองดูที่ผ่าน ๆ มาน่ะ ยากที่ทุกคนจะได้ดี เพราะว่าไม่ได้ตั้งอกตั้งใจ ใจอ่อน เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เอาความต้องการตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ปรารภธรรมปรารภวินัย เป็นคนหลงความสุขทางร่างกาย ความสุขทางวัตถุ ไม่ได้เน้นถึงความสุขความดับทุกข์ถึงพระนิพพานที่จิตที่ใจ

พระพุทธเจ้าน่ะท่านพาเราทิ้งทางโลกทางวัตถุหมด

พระพุทธเจ้าตั้งแต่ท่านเสด็จออกบรรพชาจนถึงดับขันธปรินิพพานท่านตัดทางโลกทางวัตถุหมด ไม่รับเงินรับปัจจัย รองเท้าก็ไม่ทรงใส่ ถืออยู่ป่าอยู่โคนไม้ ฉันอาหารหนหนึ่งเพียงหนเดียว ไม่ติดในลาภ ยศ สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ไม่ต้องการผลประโยชน์อะไรในโลกนี้ทั้งสิ้น เรามาบวชมาประพฤติปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้าท่านมีเมตตาให้เรารู้ความหมายอย่างนี้

เรามาตั้งอกตั้งใจอบรมบ่มอินทรีย์ ถึงจะเหนื่อยก็ช่างมัน ยากลำบากก็ช่างมัน ถึงจะผอมจะดำก็ช่างมัน เพราะมาเน้นที่จิตที่ใจไม่ได้เน้นทางกาย เราพยายามตัดโลกออกจากใจของเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่บวชตลอดชีวิตเราก็ตั้งใจ เราจะบวชตลอดชีวิตเราก็ตั้งใจ


ความขี้เกียจขี้คร้านมันมีมากทุกคนนะ จะเคลื่อนไหวอะไรมันก็ไม่อยากเคลื่อนไหว ยิ่งตอนเช้าตี ๓ มันไม่อยากตื่นแต่มันต้องตื่น ต้องฝืน ต้องทน การชนะสิ่งต่าง ๆ ท่านว่ายังไม่สู้ชนะจิตใจตัวเอง

เราไม่ต้องไปมองว่าคนโน้นปฏิบัติไม่ดีคนนี้ปฏิบัติดี คนนี้กิเลสมาก คนนั้นปฏิปทาน่าเกลียด เราไม่ต้องไปมอง ถ้าเราเป็นคนฉลาดเป็นคนตั้งอกตั้งใจ ส่วนมากก็จะมองเห็นโทษของคนอื่น เมื่อเห็นโทษคนอื่นแล้วเราจะหมดกำลังใจหมดศรัทธา เพราะว่าส่วนใหญ่คนที่มาประพฤติปฏิบัติไม่ได้มีใครสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ส่วนใหญ่ก็เป็นสามัญชนเหมือนกับเรา ถ้าเราไปเอาตัวอย่างเขาเอาแบบเขาคงไม่ได้ ต้องเอาตัวอย่างพระพุทธเจ้าพระอรหันต์อย่างนี้เป็นต้น ไม่อย่างนั้นเราก็คิดอยู่อย่างนั้นว่าคนนั้นเป็นอย่างนั้นคนนี้เป็นอย่างนี้ จิตใจของเราก็กลายเป็นอันธพาลไป

ต้องเมตตาสงสารคนอื่นให้มาก...

คนอื่นจะกิเลสมากกิเลสน้อยก็ช่างหัวมัน เราก็กลับมาแก้ที่จิตที่ใจของเรา ไม่ต้องไปแก้คนอื่น อยู่ในโลกสังคมเมืองมนุษย์นี้คนเห็นแก่ตัวมันมีมาก เปรียบเสมือนวัวตัวหนึ่งขนมันมีเยอะเขามีแค่ ๒ เขาอย่างนี้เป็นต้น เราพยายามเอาพระพุทธเจ้าไว้เป็นหลัก แม้นพระรูปนั้นจะบวชมาหลายปีหลายพรรษา เป็นพระมัชฌิมาพระเถระ ถ้ามันไม่ดีไม่ถูกต้องเราก็เฉย เราถือว่าเป็นเรื่องของคนอื่น

พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ให้ย่อหย่อนอ่อนแอตั้งอยู่ในความประมาท เพราะบวชหลายปีหรือว่าเป็นพระเถระ ถ้าไม่ตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติก็มีแต่สร้างกรรให้แก่ตัวเอง และเป็นแบบอย่างให้กับลูกศิษย์ลูกหาไม่ได้

สัจธรรมคือความจริงเค้าไม่ได้มีว่าพระเก่าพระใหม่ ถ้าใครไปจับไฟก็ร้อนทั้งพระใหม่พระเก่า

พระพุทธเจ้าท่านให้ทุกคนมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ พยายามทำความดี ปฏิบัติหน้าที่ให้มีความสุข กายอยู่ที่ไหนก็ให้ใจมันอยู่ที่นั่น มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ขาดสติ ๑ นาที ก็บ้า ๑ นาที

อย่าไปหลงทางวัตถุ เราหลงมาหลายภพหลายชาติแล้ว พระพุทธเจ้าท่านว่าอย่าไปโง่ให้วัตถุกามคุณมันเผาจิตเผาใจ

ต้องหยุดตัวเอง อดกลั้นอดทน ถ้าเราไม่อดกลั้นอดทน จิตใจของเรานี้ไม่มีทางที่จะสงบไม่มีทางที่จะเย็นได้ เพราะจิตใจของเรามันตกอยู่ในอำนาจของความมืดคือกามคุณทั้งหลาย มันหลงวัตถุ ของออกมาใหม่ ๆ มันก็ยิ่งหลง เรามาบวชมาปฏิบัตินี้ต้องตัดใจ ต้องข่มใจ ฝืนกิเลส ฝืนใจของตัวเอง ทำทุกวัน ปฏิบัติทุกวัน ถ้าอย่างไม่อย่างนั้นน่ะความรู้เราท่วมหัวก็เอาตัวไม่รอดเพราะไม่มีการปฏิบัติกายปฏิบัติใจ

ต้องเอาสติสัมปชัญญะมาฝึกกาย  นั่ง เดิน บริโภคอาหารก็ให้รู้ รู้แล้วก็ให้มันสงบ อย่าให้มันวุ่นวาย เพราะใจของเรานี้มันหยุดไม่เป็น มันสงบไม่เป็น

บังคับตัวเองให้มันเย็นไว้นะน ที่เราว่าขยันมันยังไม่ขยัน ที่มันกลัวยากลำบากกลัวเจ็บกลัวปวดแสดงว่าเรายังไม่ขยัน

โลกส่วนตัวโลกอัตตาตัวตนพระพุทธเจ้าท่านให้ทุกคนหยุดไว้ก่อน ให้มาปรับใจเข้าหาข้อวัตรปฏิบัติ

เราทุกคนพ่อแม่เราก็ดีใจ ญาติพี่น้องเราก็ดีใจ ว่าลูกหลานมาประพฤติปฏิบัติธรรมะคงจะช่วยให้เราดีได้ เจริญได้ ทุกท่านเค้าพากันคิดอย่างนี้นะ

เราบวชมาทุกคนเค้ากราบเราหมด ถ้าเราไม่ตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติให้สมกับการที่รับกราบรับไหว้รับอัญชลี

เราบวชมาเราตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติ เวลาสิกขาลาเพศไปเราไปทำธุรกิจการงานก็เจริญ แล้วในชีวิตประจำวันก็เจริญไปด้วย ทุกอย่างนั้นมันก็จะดีหมด เพราะธรรมะช่วยเราได้ บุญกุศลที่จะได้ส่งถึงพ่อแม่ บูชาพระคุณบุคคลที่ประเสริฐ

ขออนุโมทนากับพ่อนาคทุกคนที่จะเตรียมตัวบวชพระและก็ขออนุโมทนากับคุณตากับโยมเตี่ยที่ได้ตั้งใจมาบวชในช่วงเข้าพรรษานี้ ถึงแม้กายมันจะไม่พร้อมก็ให้เน้นที่จิตที่ใจ บวชให้มันได้บุญจริง เพราะการประพฤติปฏิบัติมันมีผลมันมีความหมายถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ประเสริฐมาก


พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย

เช้าวันพุธที่ ๑๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖


หมายเลขบันทึก: 543617เขียนเมื่อ 25 กรกฎาคม 2013 20:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 กรกฎาคม 2013 20:57 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี