Maker Assisted Selection (MAS) ช่วยเพิ่มความก้าวหน้าในการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ให้ถึงเป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในการค้นหายีนที่มีอิทธิพลสูงต่อลักษณะที่สนใจเพื่อใช้เป็น genetic markerในการคัดเลือกสัตว์

                        

          รองศาสตราจารย์ ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (ไก่พื้นเมือง) คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น บรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง ความก้าวหน้าของการนำเทคโนโลยีปรับปรุงพันธุ์สัตว์เพื่อพัฒนาคุณภาพเนื้อ ในโอกาสเข้าร่วมประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2556 หัวข้อ คุณภาพเนื้อ: สมดุลของการผลิตกับความต้องการของผู้บริโภค จัดโดยศูนย์เครือข่ายการวิจัยเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 ณ โรงแรม รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
          การจัดประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ มุ่งเน้นความสำคัญของระบบการผลิตเนื้อที่ทุกภาคส่วนต้องคำนึงถึงคุณภาพเพื่อสร้างสมดุลและความเป็นธรรมตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง โดยมีการนำเสนอผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและคุณภาพเนื้อสัตว์ ตลอดห่วงโซ่การผลิตจากต้นน้ำถึงผู้บริโภค อีกทั้งเผยแพร่องค์ความรู้จากงานวิจัยสู่สาธารณชน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแสดงศักยภาพในการเป็นแม่ข่ายการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพหลักจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติร่วมกัน ระหว่างสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยและศูนย์เครือข่ายการวิจัยเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ ในปี 2559
          รองศาสตราจารย์ ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา กล่าวว่า เทคโนโลยีปรับปรุงพันธุ์สัตว์เข้ามามีบทบาทต่อการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ในประเทศไทยมากโดยนำมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องหมายทางพันธุกรรมในการคัดเลือกสัตว์ เรียกว่า Maker Assisted Selection (MAS) ช่วยเพิ่มความก้าวหน้าในการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ให้ไปถึงเป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในการค้นหายีนที่มีอิทธิพลสูงต่อลักษณะที่สนใจศึกษา เพื่อใช้เป็น genetic marker ในการคัดเลือกสัตว์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยเทคนิค linkage mapping และ candidate gene approach ปัจจุบันความรู้ทางด้านจีโนมถูกนำมาใช้ศึกษาเครื่องหมายทางพันธุกรรมโดยเฉพาะการค้นหาเครื่องหมายโมเลกุลในระดับดีเอ็นเอสำหรับบ่งชี้ลักษณะสำคัญทางเศรษฐกิจ มีการใช้เทคโนโลยีของ SNP chip เพื่อค้นหาเครื่องหมายโมเลกุลดีเอ็นเอจำนวนมากที่มีความเกี่ยวข้องกับลักษณะปรากฏในคราวเดียวกัน ส่งผลให้มีการจำแนกรูปแบบทางพันธุกรรม
          รองศาสตราจารย์ ดร.มนต์ชัย กล่าวต่ออีกว่า เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้จำแนกรูปแบบพันธุกรรมของสัตว์แต่ละตัวครอบคลุมทั่วทั้งจีโนม เปิดโอกาสให้นักปรับปรุงพันธุ์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำนายคุณค่าทางพันธุกรรมของสัตว์แต่ละตัวได้ตั้งแต่แรกเกิดด้วยความเชื่อมั่นสูง ซึ่งรูปแบบการคัดเลือกสัตว์ที่มีพันธุกรรมชั้นเลิศให้ได้ผลถูกต้องแม่นยำและรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเลี้ยงสัตว์เป็นระยะเวลานาน มีผลในการลดระยะห่างระหว่างรุ่นและลดต้นทุนในการปรับปรุงพันธุกรรมสัตว์ภายในประชากร นอกจากนี้เครื่องหมายพันธุกรรมยังสามารถนำมาใช้ในการคัดกรองพ่อแม่พันธุ์สำหรับใช้ประโยชน์ในการจับคู่ผสมพันธุ์และการปรับปรุงพันธุ์ภายในประชากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการกำหนดคุณสมบัติทางพันธุกรรมสำหรับลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจ การตรวจสอบบรรพบุรุษ และการตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          “ขณะเดียวกันการปรับปรุงพันธุ์ลักษณะคุณภาพเนื้อบางอย่าง ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่สามารถวัดได้เมื่อสัตว์ยังมีชีวิต การคัดเลือกสัตว์แบบดั้งเดิมที่ใช้ลักษณะปรากฏเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกไม่สามารถทำได้ ลักษณะคุณภาพเนื้อบางชนิดอาจมีค่าอัตราพันธุกรรมต่ำ เช่น กลุ่มองค์ประกอบทางเคมีในเนื้อ ฯลฯ ลักษณะที่แสดงออกเฉพาะเพศ ลักษณะที่ต้องใช้เครื่องมือชั้นสูงในการวัดซึ่งต้องลงทุนค่อนข้างสูงทำให้ประสิทธิภาพในการคัดเลือกต่ำ การใช้เทคโนโลยีเครื่องหมายพันธุกรรมจึงเป็นทางเลือกที่ดีซึ่งอาจลงทุนสูงในครั้งแรก แต่เมื่อตรวจพบเครื่องหมายแล้วจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการคัดเลือกที่ถูกต้องและแม่นยำเพิ่มขึ้นรองศาสตราจารย์ ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา กล่าวในท้ายที่สุด

          jirawan wisittabut ข้อมูลข่าว/ภาพ
          กิตติศักดิ์ สิงหา วิเคราะห์ สังเคราะห์และเผยแพร่