คุณวิสูตร แสงอรุณเลิศ เล่าให้ฟังในตอนที่ ๔๔ ว่า

ปล่อย-วาง-อย่าง-เบา

นี่เป็นนิทานเซ็นที่ผมประทับใจที่สุดในชีวิต

พระอาวุโสกับพระหนุ่มบวชใหม่ออกเดินทางไปด้วยกัน
ระหว่างทางพบหญิงสาวแต่งชุดสวยยืนเก้ ๆ กัง ๆ
เธอไม่กล้าข้ามแอ่งน้ำเล็ก ๆ ข้างหน้า ด้วยกลัวชุดเปื้อน

พระอาวุโสเห็นดังนั้นจึงตรงเข้าไปอุ้มหญิงสาวข้ามแอ่งน้ำนั้น
พระหนุ่มอ้าปากค้า ตกใจที่พระอาวุโสทำแบบนั้น
แต่ไม่กล้าปริปากอะไร

จนเดินไปด้วยกันสักชั่วโมง พระหนุ่มจึงตัดสินใจถามพระอาวุโส

"ทำไมท่านถึงทำแบบเมื่อครู่นั้น มันไม่ผิดศีลเหรอ ที่ท่านสัมผัสตัวสตรี?"

พระอาวุโสฟังแล้วนิ่งไปสักครู่

ก่อนจะตอบออกมาว่า

"ข้าปล่อยเธอไปตั้งแต่ข้ามแอ่งน้ำแล้ว แต่ท่านยังอุ้มหญิงสาวคนนั้นไว้อีกเหรอ?"

ผมว่าเราต้องถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า เรายังอุ้มหญิงสาวคนนั้นไว้อีกเหรอ?

ผมหมายถึงเรื่องบางเรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้ว แต่เรายังยึดมั่นถือมั่นกันอยู่อีกหรือเปล่า

คุณคงคิดว่าบ้าชะมัดถ้ามีใครสักคนขับรถแล้วเอาแต่มองกระจกหลังตลอดเวลา

แต่เชื่อมั้ย คนจำนวนใช้ชีวิตด้วยการนึกถึงแต่อดีต

ผมว่านั่นละ่บ้าแท้ ๆ

อันความหลังย่อมอยู่ข้างหลัง

อันความหวังย่อมอยู่ข้างหน้า

แต่บางคนชอบทำกลับกัน
เอาความหลังไปอยู่ข้างหน้า
แล้วเอาความหวังมาอยู่ข้างหลัง

เศร้ากับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
ทำตัวเหมือนชีวิตไม่มีแล้วความหวัง

จำำไว้ว่า "เหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบัน ไม่จำเป็นจะต้องสะท้อนมูลค่าในอนาคตของคุณ"

โปรดฟังซ้ำอีกครั้ง

"อันความหลังย่อมอยู่ข้างหลัง
อันความหวังย่อมอยู่ข้างหน้า"

ถ้ายังไม่ตาย อย่าเพิ่งหมดหวังครับ

...................................................................................................................................................................................

อ่านเรื่องนี้จบ ผมก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที

เรามักจะนำอดีตที่เจ็บปวดมาทำลายปัจจุบันให้มืดบอด
พร้อมกับทำให้อนาคตใหม่นั้นมืดมนไปด้วย


ความหวังย่อมอยู่ข้างหน้าเสมอ ... จึงดี

ปล่อย-วาง-อย่าง-เบา


บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...

..................................................................................................................................................................................

ขอบคุณหนังสือดี ๆ ...

วิสูตร แสงอรุณเลิศ.  งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า.  กรุงเทพฯ : สต็อคทูมอร์โรว์, ๒๕๕๖.