ได้อ่านข้อความที่ครูเมตตาเขียนถึง "น้องสิงโต"
ได้อ่านบันทึกที่ครู เขียนถึงน้องสิงโต
ใจหนูระลึกถึง ตนเอง เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว
ครูเจอหนูในสภาพของ “ผู้หญิงเฟิร์สจัดคนหนึ่ง”
จิตใจ จริต จะกร้าน เต็มไปด้วย ราคะแต่งตัวโป้ ๆ
ผมเผ้า หยิกหย๋อย ตามแฟชั่น อวดเก่ง อวดดี
แต่ครูก็เมตตา
ไม่เคยเลยสักครั้งที่ครูจะ “ปล่อยมือ”
เมื่อวันที่ได้ขอโอกาสเป็น “ลูกศิษย์”
ครูก็เมตตาชี้แนะ สั่งสอน เคี่ยวเข็ญมาตลอดตั้งแต่วันนั้น
ทบทวนอีกทีไม่ใช่หรอกค่ะ
เสียงหนึ่งในใจนี้เองแย้งขึ้นมาเอง
ครูสอนตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน
แต่วันที่กราบขอท่านเป็นลูกศิษย์นั้น
หนูไปเจอสภาวะ จะตาย แล้วรู้สึกกลัว
ทั้ง ๆที่ คอยวิ่งตามท่าน มาเป็นปี ๆ พึ่งมาขอโอกาสเป็นลูกศิษย์ ณ วันนั้น
เป็น ความมึน หยาบ ด้านของจิตนี้
จากวันนั้น จนถึงวันนี้
ใจหนูเปลี่ยน จิตข้างใน ที่ประกอบด้วย ความชั่ว
ยังเกิดอยู่ เพราะมันหนามากจริง ๆ แต่ไม่ท้อที่จะค่อย ๆ ชำระ
เพราะมีครูกะปุ๋มคอยเมตตา
“บอกให้เป็น ชี้ให้เห็น เป็นให้ดู” เสมอ ๆ
เมื่อได้เห็นน้อง ก็ระลึกถึงตนเอง
ระลึกถึงความเมตตาที่ครู อดทนสั่งสอน
เริ่มฝึกฝนจริงจังมาจริง ๆก็ 4 ปี
ยังได้แค่นี้เพราะต้นทุนของจิตมาจากที่ต่ำ
แต่ตัวหนูเองนี่แหละที่เป็น เครื่องยืนยัน วิถี วิธีการสอนคน ฝึกคนของครู
ที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ครู ทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่หลงโลก
ใจเต็มไปด้วยราคะ ที่บางทีก็รู้สึกสับสนกับตนเองว่า
“ชอบเพศไหนแน่ ๆ เพราะใช้ความคิด ความอยาก มาบดบัง”
ร่างกายหนู มีความแข็งแรง คล้ายผู้ชาย แต่จิตใจ ก็ยังรักใคร่ชอบพอเพศตรงข้าม
นี่แหละ กรรม กำหนดมา ชาติที่แล้วคงผิดศีลข้อ 3 มาแบบหนักหนา
จิตใจที่ขาดความรัก ทั้ง ๆที่ครอบครัวหนูอบอุ่น อยู่กับครบพร้อม พ่อแม่ ให้โอกาสได้เรียนรู้ทุกอย่างเอง
แบบดูแลอย่างใกล้ชิด
แต่ใจหนูเองกับรู้สึกขาดความรัก
เกิดการสร้าง กระบวนการป้องกันตนเองด้วยการ อยากเป็นที่หนึ่ง อยากเด่น อยากดังอยากได้รับการยอมรับ
ถ้าอะไรที่ตนเองทำไม่ได้ก็มักจะบอกว่า “กระจอก”
แต่อะไรที่ตนเองได้นั่นแหละ “ของเลิศ”
นี่จิตมันหมักหมมด้วยกิเลสมาแบบนี้แหละค่ะกว่า 30 ปี
หรือบางทีก็แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ห้าว ๆ คล้ายผู้ชายบ้าง
อาจจะไม่ถึงกับชกต่อยใคร เพราะครอบครัวสอนเรื่องนี้มาดีมาก ไม่เคยไปชกต่อยใคร
แต่ก็ไปลงที่กีฬา หนูเป็นมือตบชนิดที่ พอฟัด พอเหวี่ยงกับผู้ชายวัยเดียวกันได้เลยเมื่อครั้งมัธยม
มาถึงวันนี้ ตอนนี้
ใจที่เคยเหงา เคยรู้สึกว่า “ขาด”
มันเต็มอิ่ม ด้วยพลังบางอย่าง
ที่ครูกะปุ๋ม แผ่มา และถ่ายทอดให้
แผ่ให้ มอบให้ ด้วยหลักของชีวิต หลักของจิตใจ ด้วย
“ทาน ศีล ภาวนา”
เป็นพลังที่ทำให้กล้ายืนหยัด ออกมาทำอะไรที่แตกต่างออกไปจากที่เคยทำ
และกล้าหาญที่จะทำภารกิจ เชิงบวก
ลด ละ สิ่งที่ทำด้วย ใจอันถูกลากจูงด้วย กิเลส
ชีวิตหนู ก็ยัง เผชิญเรื่องราว หรือ ชีวิตประจำวันไม่ต่างจากเดิม
แต่ใจไม่เหมือนเดิมแล้ว
มันหนักอึ้งน้อยลง เบาลง
เบาเอง แบบไม่ได้แกล้งหลอกตนเองเหมือนเมื่อก่อนค่ะกราบขอบพระคุณครูที่เมตตาสอนสั่งและให้โอกาส
หนูได้ฝึกฝน จนพบเจอ ชีวิตใหม่ ในโลกใบเก่า สาธุเจ้าค่ะ

ภาพเ่าที่ทำทิ้งไว้ นานละ แแต่ก็ยังพอเห็นความแตกต่างกันตนเองได้มากอยู่