หลายคนอาจจะเคยอ่านบทความนี้แล้ว ฉันเคยทราบข่าวมาบ้าง แต่เพิ่งได้อ่านอย่างจริง ๆ จัง ๆ และมีเวลาคิดวันนี้เอง ขอเก็บไว้เตือนสติตัวเอง


วันเกิดของฉันปีนี้ วันจันทร์ที่  15 กรกฎาคม(เกิดวันจันทร์) 

ไม่มีอะไรพิเศษกว่าวันอื่น ๆ ขอให้รางวัลตัวเอง  

โดยการสละเวลามาอ่านบทความดี ๆ ไว้เตือนสติ


...ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมาก   คือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก
เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน   ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร  มาเรียนที่อเมริกา
เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิส   ทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน
ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดู  ว่าสะอาดจริงมั้ยกลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย  มีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย ต้องให้ดีที่สุด  เวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ  เขียนไว้สามแผน แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อ  แกเสนอแผนที่สอง  แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สาม   ใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย  แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจ  มีชื่อเสียงทุกอย่างแกมีทุกอย่าง


วันหนึ่งแกพักผ่อน  หลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย  ลูกเมียไปขอพบ
บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุบลงไป
ภรรยาพาเข้าโรงพยาบาลตรวจพบมะเร็ง  พอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย  จริง ๆ เค้าก็เตือนตลอด   แต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้   แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล  แล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน   บันทึกชีวิตแกก่อนจะเสียชีวิต  แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว   แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก


ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า
พ่อผมเคยบอกว่า ...เกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ


1...ปริญญาใบที่หนึ่ง ...."ปริญญาวิชาชีพ"  เราจะต้องทำมาหากินเป็น
กินอิ่ม นอนอุ่น พูดง่าย ๆ  ล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้
อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง  แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ

2...แต่"ปริญญาวิชาชีวิต" ..ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้
แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง  ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ
แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก  เพราะอะไร  เพราะทำงานจนป่วยตาย
ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่างบ้าน รถ
มอบมันให้กับลูกและภรรยา  แต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง  ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา  สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้
สิ่งที่ว่านี้คือ ผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย
เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย


...นี่คือปริญญาวิชาชีวิต ...ธรรมะเราจะต้องมี
ถ้าเราไม่มีธรรมะ  เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเอง
ที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี
ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้ว อย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวันนะ
แต่ละวันควรจะมี  ให้ดูแลตัวเอง ดูจิต  ดูใจตัวเอง
ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์   มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่า
แบกเรื่องโน้นเรื่องนี้  เกินไปหรือเปล่า
พยายามลดลงในแต่ละวัน ๆ   เพื่อที่ว่าอะไร
เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิต   หนึ่งปริญญาวิชาชีพ
เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่ง
มีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่   แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สอง
คือวิชาธรรมะ   สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง
ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป   ทำอะไรให้พอดี
พอดีอยู่ดีมีสุข  อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว
อยากพักให้ได้พัก   อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ
ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง
อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุด   และมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี
เพราะอะไร  เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา


เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้า..
ว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด
บางคนก็ตอบเงิน
บางคนก็ตอบเพชร
บางคนก็ตอบทอง
บางคนก็ตอบอำนาจ
บางคนก็ตอบราชบัลลังก์

พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่
สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต..
สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย
คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อยนะ
และก็ชีวิตของเรา


หากบุญกุศลอันใดจะเกิดได้จากการเผยแพร่เรื่องราว ผู้บันทึกก็ขอให้กุศลผลบุญนี้ จงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขเพื่อปัญญาของเพื่อนผู้ร่วมวัฏฏะทุกท่าน และขอให้ ดร.อนุวัฒน์ ไม่ว่าจะไปอยู่ภพไหนหนใดก็ขอให้มีปัญญาเท่าทันต้นเหตุแห่งทุกข์เช่นที่ท่าน ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเตือนสติผู้อื่นไว้...
...ขอขอบพระคุณในข้อคิดดีดี...


เก็บมาจาก การแชร์กันในเฟสบุ๊ค