คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทางเดินชีวิตให้ตัวเองได้ เมื่อเราเกิดมาจะพบว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นอย่างที่เราไม่คาดฝัน บางสิ่งบางอย่างก็เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจ บางสิ่งบางอย่างเราก็ไม่ค่อยพอใจ ไม่ถูกใจเพราะหลายเรื่องเราเลือกไม่ได้ ไอน์สไตน์ได้กล่าวไว้ว่าคนเราสามารถเลือกการดำเนินชีวิตได้สองแนวทาง ทางแรกคือมองทุกสิ่งทุกย่างที่ผ่านมาในชีวิตไม่ได้เรื่องเลย ไม่ดีสักอย่าง กับอีกทางหนึ่งมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตล้วนเป็นสิ่งวิเศษมหัศจรรย์ทั้งสิ้น ก็ทำนองเดียวกับของไทยที่เขียนไว้ว่าสองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนหนึ่งมองเห็นดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า นั่นคือการสอนให้มีความคิดเชิงบวกหรือการมองโลกในแง่ดี  

               ตระกูลผมเป็นคนสุโขทัยแต่กำเนิดทั้งสายคุณตาและสายคุณปู่ เป็นคนบ้านนอกขนานแท้และดั้งเดิมโดยไม่เจือปนในเมืองเลย เป็นลูกชาวไร่หลานชาวนา ชาวสวน เรียกว่าเกษตรกรทั้งบ้าน คุณปู่ผมเป็นคนบ้านป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลกแต่ไปแต่งงานอยู่กับคุณย่าที่บ้านหนองกระดี่  อ.ศรีสำโรง พ่อผมก็เลยเกิดและโตที่นั่น แต่แล้วพ่อก็มาแต่งงานอยู่กับแม่ซึ่งเป็นคนป่ากุมเกาะ ทำให้ผมเกิดและโตที่ป่ากุมเกาะ เรียนหนังสือที่โรงเรียนบ้านป่ากุมเกาะตั้งแต่ชั้น ป. 1-6 โดยไม่ได้เรียนชั้นอนุบาลเพราะยังไม่มี และได้เรียนเร็วกว่าเกณฑ์หนึ่งปี ไม่ใช่เพราะทันสมัยแต่ด้วยเหตุที่แม่จำปีเกิดผิดไป 1 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษา 1-6 ที่โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยาโดยมีอาจารย์หลายท่านเมตตามากกว่าการให้ความรู้ตามปกติเช่นอาจารย์นิโลบล ศรีสุโข อาจารย์สมใจ  กสิกิจ อาจารย์ศรัณยา เรืองวาณิชยกุลโดยเฉพาะอาจารย์นิโลบลหรือครูพริ้มนี่ถือว่าเป็นแม่คนที่สองของผมเลย มีพระคุณกับผมมากเพราะท่านไม่ได้สอนเฉพาะวิชาที่รับผิดชอบแต่สอนให้ผมได้มีแนวทางการดำเนินชีวิตที่ดี  จนได้มีโอกาสสอบติดคณะแพทยศาสตร์ 2 แห่งแต่เลือกไปเรียนเชียงใหม่เพราะชอบชีวิตต่างจังหวัดและกลัวกรุงเทพฯเนื่องจากคุ้นเคยกับชีวิตบ้านนอกมากกว่า พอเรียนจบก็เลือกทำงานที่โรงพยาบาลงาว จังหวัดลำปาง ได้ 1 ปี ก่อนที่จะย้ายไปโรงพยาบาลแม่พริก ก็ได้มีโอกาสรู้จักกับน้องพยาบาลจบใหม่คือคุณสุภาภรณ์(น้องเอ้) ที่จะมาทำงานที่งาวเมื่อ 11 เมษายน 2537 แล้วก็เกิดความประทับใจและผูกพันเป็นสามีภรรยามาจนทุกวันนี้ เราสองคนเกิดวันที่ 4 เหมือนกันแต่คนละเดือนของผมเดือนมีนาคม ส่วนแฟนเดือนพฤษภาคม ห่างกัน 5 ปี คบกันได้ 1 ปีก็จัดงานหมั้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2538 และแต่งงานกันในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2538 หลังจากที่บ้านตามไปอยู่ที่โรงพยาบาลแม่พริกด้วยกันแล้ว เราสองคนกำหนดวันแต่งงานเองเพราะรู้สึกผูกพันกับเลข 4 แต่คุณแม่แฟนกับคุณแม่ผมก็นำฤกษ์ไปให้พระและผู้สูงอายุที่นับถือกันดู ปรากฎว่าเป็นวันที่ดีมากของทั้งสองคน

             เรามีการวางแผนครอบครัวตั้งแต่ตอนเป็นแฟนกันคือตั้งใจจะมีลูก 3 คนแถมเตรียมตั้งชื่อไว้แล้วด้วย  ตอนแต่งงานก็ทำของชำร่วยเป็นนกสองตัวมีไข่ 3 ฟอง พอแต่งงานกันแล้วก็มีลูกตามนั้นจริงๆ โดยลูกคนแรกน้องแคนเป็นผู้ชายชายเกิด 3 เมษายน 2540 หลังแต่งงานได้ 6 เดือนก็ท้องเพราะทานยาคุมไม่ได้(แต่ก็ไม่ได้คลอดก่อนกำหนดแบบที่ดาราหลายคนเขาเป็นกันประเภทหกเจ็ดเดือนแต่ตัวเบ้อเริ่ม)พอคลอดเสร็จก็ใส่ห่วงไว้อีกเกือบ 5 ปีต่อมาก็ตั้งครรภ์เพราะถอดห่วงออกและคลอดคนที่สองน้องขิมเป็นผู้หญิงเกิด 3 สิงหาคม 2544 หลังคลอดก็ใส่ห่วงใหม่ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ของผมทำการคุมกำเนิดให้คนไข้แล้วตั้งท้องคือภรรยาผมเอง โดยห่วงหลุดก็เลยได้ลูกชายคนเล็กมาอีกคนคือน้องขลุ่ย เกิด 3 ธันวาคม 2545 คราวนี้เลยครบ 3 คนตามต้องการภรรยาก็เลยทำหมัน การดูแลขณะตั้งครรภ์ ขณะเจ็บท้องการเฝ้าคลอดและการทำคลอดลูกทั้ง 3 คนผมเป็นคนทำเองทั้งหมดเรียกว่าเป็นบริการเบ็ดเสร็จ(One stop service) ลูกผมทั้ง 3 คนคลอดที่โรงพยาบาลที่ผมเป็นผู้อำนวยการทั้ง 3 คน ไม่ได้ไปฝากพิเศษกับหมอสูติในเมืองเพราะเราสองคนคิดว่าถ้าเรายังไม่ไว้ใจโรงพยาบาลที่เราอยู่แล้วคนไข้ที่ไหนจะมาไว้ใจโรงพยาบาลเรา ก็เลยคลอดเป็นตัวอย่างให้ดูเลย โดยคลอดปกติไม่ได้ผ่าตัด ถ้าผ่าตัดก็คงไม่กล้าทำเองเหมือนกัน(แต่เพื่อนผมคนหนึ่งเขาผ่าตัดคลอดให้ภรรยาเขาเองที่โรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียงที่เขาอยู่เลย) สิ่งที่น่าแปลกคือลูกผมทั้ง 3 คน เกิดวันที่เดียวกันคือวันที่ 3 ขณะที่ผมกับภรรยาเกิดวันที่ 4 โดยที่ลูกทั้ง 3 คนเกิดคนละฤดูคือเรียงกันเป็นร้อน ฝนและหนาว และลูกๆได้เกิดในเดือนที่เป็นมิ่งมงคลแห่งชีวิตคือเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนแห่งสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เดือนสิงหาคมที่มีวันแม่แห่งชาติและเดือนธันวาคมซึ่งเป็นเดือนที่มีวันพ่อแห่งชาติ  สิ่งเหล่านี้เกิดเองตามธรรมชาติ น่าแปลกไหมครับ