เป็นผลพลอยได้จากการคัด และแยกห้องนักเรียนตามเกรด แบบเต็ม ๆ
เด็กห้องหนึ่ง จะภาค ภูมิใจมาก แต่พวกเขาไม่มีความสามัคคี ไม่มีใจอารีย์ต่อกัน
พวกเขาจะแบ่งเป็นก๊ก (เหมือเสียกรุงครั้งที่2.....ฮา) เป็นก๊กตามห้องที่คัดขึ้นมา
พบว่า บางคนเริ่มไม่สบายใจ.....ขาดความมั่นใจในตนเอง (เคยสอนนักเรียนกลุ่มนี้มาแล้ว)
เด็กห้อง 2 - 4 สังเกตว่าเห็นพวกเขาเรียนอย่างสบายใจและมีความสุขมาก ผลงานออกมาเยี่ยม
สงสารที่สุด ห้อง 5 - 7 ทุกอย่างจะมารวมกันที่นี้ ทั้งสมาธิสั้น(สั้นจริงๆ ไม่ถึงนาที) ทั้งอ่านไม่คล่อง
ทั้งพฤติกรรมเสี่ยง ก้าวร้าว สงสารเด็กผู้หญิงที่ตั้งใจเรียน
เมื่อมีการประเมิน เมื่อทุกห้องต้องเรียน IS เด็กกลุ่มนี้ ดิฉันให้คะแนนเขาผ่าน พบว่า โครงงานจะออกแนวจิตอาสา อย่างเช่น
ผู้หญิงห้อง 6 ทำโครงงานดอกไม้บานเต็มห้อง
ผู้หญิงห้อง 7 ทำโครงงานตลาดนัดขยะ
ผู้ชายที่อ่านไม่คล่องแต่ไม่หนี เป็นโครงงานสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์
กว่าจะได้...เรื่อง ใช้จินตนาการด้วยการให้วาดภาพ แล้วชวนคุย (ไม่อยากบอกว่าได้เทคนิคนี้จากมูลนิธิกองทุนไทยในค่ายปลูกใจรักษษ์โลก)
ดิฉันให้คะแนนเขาผ่าน เยี่ยม เหมือนห้อง1 แต่การเขียนต้องค่อยพัฒนา
โครงงานห้อง7
โครงงานห้อง7
โครงงานห้อง1

ดีต่อการเรียนการสอนเด็กเก่ง...แต่จะมีผลเสียต่อเด็กอ่อนและการปรับตัวในสังคมของเด็กทุกระดับเกรดนะคะ
ประเมินตามสภาพจริงเยี่ยมเลค่ะอาจารย์
เยี่ย
ขอขอบคุณมากเลยนะครับ
ผมจะนำไปปรับใช้กับโรงเรียนผมด้วยนะครับ
ชยพร แอคะรัจน์
ขอบคุณคุณเพ็ญศรี แทนเด็กห้อง 5-7 ณ ที่นี้ด้วยครับ ผมอ่านแล้วมีความเห็นดังนี้ครับ
เป็นศักยภาพในตนแต่ละคนที่แตกต่างกันอยู่แล้ว ส่วนทักษะการเขียนคำผิดถูก การเขียนกระชับสั้น การเขียนยืดยาวพรรณาไพเราะ เกี่ยวข้องกับ สติ สมาธิ และวิธีใช้สมองของเด็กแต่ละคน ซึ่งก็แตกต่างไปในเด็กแต่ละประเภทเชนกัน (อาจนึกถึงพหุปัญญา) และทุกคนสามารถพัฒนาตนเองได้
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ข้างบนพิมพ์ผิด เพราะพิมพ์ในระบบแอนดรอย์ ทำยากค่ะ ขออาจารย์ช่วยลบให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ประเมินตามสภาพจริง เยี่ยมเลยค่ะอาจารย์