การท่องเที่ยวโดยชุมชนได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนและพัฒนาชุมชนทั้งในด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิตและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการทำงานร่วมกันตั้งแต่ผู้อาวุโส ผู้นำ ผู้หญิง ผู้ชาย และเยาวชน ให้เข้ามามีบทบาททุกภาคส่วน สร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว) โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช) ได้ริเริ่มชุดโครงการวิจัยด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ

1.เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลในการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ

2.เพื่อศึกษา/สร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยว

3.เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศในการบริหารจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ

ขณะนี้มีโครงการวิจัยที่อยู่ในแผนการดำเนินงานกว่า 120 โครงการ ซึ่งบางโครงการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วและบางโครงการก็ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินงาน

และเพื่อให้เกิดการเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยต่อสาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกว จึงมีความประสงค์ที่จะจัดการประชุมเวที สกว ขึ้นจำนวน 4 ครั้งระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2556 เพื่อให้นักวิจัยได้นำเสนอข้อมูลผลการวิจัยและข้อเสนอแนะต่อสาธารณและบุคคล/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกำหนดการจัดการประชุมดังกล่าวดังนี้

ครั้งที่ 1. วันที่ 27 มิถุนายน 2556 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 14 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว) โดยมีหัวเรื่องการประชุม / งานวิจัยที่นำเสนอ

การพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ AEC  : ประเด็น

1.ผลกระทบจากการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558  ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวจองไทย การสร้างเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของภูมิภาค บรรยายโดย รศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 



















2.การยกระดับความปลอดภัยในการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติตามมาตราฐานสากล บรรยายโดย ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ แตะกระโทล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร














3.การพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนสำหรับภูมิภาคอาเซียนสู่ความเป็นสากล บรรยายโดย คุณพจนา สวนศรี ผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน



ทำไมการท่องเที่ยวชุมชนต้องมีมาตรฐาน

การมีมาตรฐานไม่ได้เป็นการไปออกกฎเกณฑ์ให้กับชุมชน ในทางกลับกันกลับช่วยปกป้องสิทธิชุมชนหากมาตรฐานนั้นมีกระบวนการทำงานที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วม และเห็นประโยชน์จากการมีมาตรฐาน ดังนั้น ก่อนจะไปสู่เนื้อหาของมาตรฐานอาจต้องมาตั้งหลักและตอบคำถามให้ชัดเสียก่อนว่าชุมชนจะได้ประโยชน์อย่างไร

ประโยชน์ 3 ประการ ที่ชุมชนจะได้รับ

1.ได้กรอบและแนวทางในการพัฒนาชุมชนแบบบูรณาการ และเกิดการเก็บหลักฐานเชิงประจักษ์ไว้สำหรับการตรวจสอบตนเอง และให้ผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย รับรู้รับทราบ เป็นการทำให้กระบวนการพัฒนาชุมชนโปร่งใสตรวจสอบได้ และไม่ได้อยู่ภายใต้ผู้นำเดี่ยวหรือผู้เกี่ยวข้องไม่กี่คนเท่านั้น

2.เป็นการสร้างคุณภาพและยกระดับการท่องเที่ยวที่อยู่ในมือของชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้เกิดความยั่งยืนที่แท้จริง เพราะทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และสังคมชุมชนที่หลอมรวมอยู่ด้วยกันจะคงอยู่แน่นอน เพราะชุมชนจะต้องมีการติดตามประเมินผล มีการวางแผนการทำงานเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ชุมชนมีการเก็บข้อมูล เห็นผลกระทบ เป็นกระบวนการในการสร้างความรู้สึกหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ต่างจากผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการอื่น ซึ่งหากมีเหตุอันเกิดจากผลกระทบการท่องเที่ยวก็อาจย้ายสถานประกอบการไปที่อื่น ดังนั้นความยั่งยืนจะเกิดขึ้นในทางปฏิบัติเพราะคนในชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของ

3.เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการตลาดที่มีศักยภาพ เนื่องจากนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการบางกลุ่มเลือกใช้บริการที่มีการรับรองเรื่องคุณภาพ อาทิกลุ่มนักเรียนนานาชาติ จะให้ความสำคัยเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย กลุ่มผู้ประกอบการทางยุโรปให้ความสำคัญเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น

(ข้อมูลจากหนังสือ คู่มือมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน)

4.การพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 บรรยายโดย ผศ.เรณุมาศ 

ดำเนินรายการโดย ผศ ชัชพล ทรงสุนทรวงศ์