เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖

      ด้วยอาชีพ ทำให้ชีวิตใช้สองมือจับพวงมาลัย เท้าขวาแตะเบรคและคันเร่ง เท้าซ้ายแตะครัชพร้อมๆกับมือซ้ายจับคันเกียร์ ซึ่งวิ่งด้วยความเร็วพอประมาณบนทางหลวงแผนดินหมายเลข ๒ ก่อนที่จะถึงทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตรได้ พระพิรุณ ก็โปรยปรายสายที่น้ำที่หนักหน่วง จนบอกตัวเองว่าไม่เคยขับรถที่เจอกับสายฝนที่หนักอย่างนี้ จนไม่สามารถที่จะมามองเห็นอะไรได้นอกจากเส้นแบ่งช่องทาง และไฟกระพริบจากรถคันหน้า จนตัวเองอยากจะยอมแพ้ที่จะขับเคลื่อนไปต่อ แต่ด้วยที่มีผู้โดยสารมาด้วยถึง ๔ คน และช่องทางที่วิ่งก็ไม่สามรถที่จะหยุดรถเพื่อให้ฝนลดความแรงลงได้ จึงได้แต่เพียงประคองรถไปด้วยความเร็วที่เหมาะสมอย่างปลอดภัย แต่โชคดีที่น้องสาวคนสวยที่มาด้วยแนะนำให้สวมแว่นตากันแดดเพื่อลดแสงของสายฝนทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้น(ทดลองแล้วใช้ได้ผลจริงๆ) เมื่อผ่านพ้นช่วงระยะก้อนเมฆนั้นไปได้ท้องฟ้าก็สดใส จนถามตัวเองว่าถ้าหยุดรถ รอให้สายฝนผ่านพ้นไปจะกว่าที่พยามฟันฟ่าสายฝนหรือเปล่า????