เครือข่ายเยาวชนสัมพันธ์ เสริมพลังจิตอาสา มูลนิธิสยามกัมมาจล
เรียนรู้ความคิดเยาวชนผ่านค่าย“เยาวชนเศรษฐกิจพอเพียง(ระยะที่ 2)
ได้มีโอกาสได้ฟัง และได้เรียนรู้ความคิดของเยาวชน จากการเข้าค่าย“เยาวชนเศรษฐกิจพอเพียง(ระยะที่2)” ที่มีเยาวชนทั้ง 37 คนทั่วประเทศเข้าร่วมจากกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนที่ผ่านการเข้าร่วม"โครงการเรื่องเล่าเยาวชนเศรษฐกิจพอเพียง" และ"ค่ายเยาวชนเศรษฐกิจพอเพียงระยะที่ 1" สนับสนุนโดยมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) ณ โรงแรม เอ็นสิริ รีสอร์ท อ.ลำลูกกาจ.ปทุมธานี เมี่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เยาวชนได้ร่วมกันนำเสนอโครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชนตนเอง ด้วยความตั้งใจและมีปัญหาของชุมชนที่มีความหลากหลายที่ต้องการแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นไป ทำไม ? อะไร? เป็นแรงบันดาลใจ ให้เยาวชนทั้ง 37 คน มาทำงานอาสาเพื่อชุมชนของตนเอง ได้รับคำตอบจากการที่เยาวชนต่างร่วมกันบอกเล่าถึงปัญหาของชุมชนที่นำมาซึ่งการนำเสนอโครงการฯ ปัญหาแรกที่หยิบยกขึ้นมาเหมือนกันคือ “ปัญหาขยะ” ทำให้โรงเรียนที่มองปัญหานี้เหมือนกัน ปัญหา “ความเหม็น”ในโรงเรียน ที่โรงเรียนลาซาลจันทบุรี(มารดาพิทักษ์) จ.จันทบุรี เสนอโครงการ “จิตอาสา”ชีวภาพ”ดับกลิ่น” ปัญหากลิ่นเหม็นจากท่อระบายน้ำในโรงเรียนกลับกลายมาเป็นปัญหาให้เด็กๆ ขบคิด สิ่งหนึ่งที่เยาวชนกลุ่มนี้นำขึ้นมาเป็นโจทย์ในการทำงาน จะกระตุ้นให้อาจารย์และเพื่อนๆ ในโรงเรียน ได้ให้ความร่วมมือกัน จนโครงการนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ ปัญหา“เรื่องวินัย” ที่โรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคมจ.ร้อยเอ็ด เสนอโครงการ “ลูกฟ้าขาว งามอย่างไทยวินัยเป็นหนึ่ง” และที่โรงเรียนเสริมงามวิทยาคมจ.ลำปาง เสนอโครงการ จิตอาสาพัฒนาโรงอาหารเสริมงามวิทยาคม และที่ไม่ได้เป็นปัญหาของชุมชนแต่เยาวชนกลับมองเห็นประโยชน์ของการทำจิตอาสาก็มีอีก อะไรที่ทำให้เยาวชนไทยเหล่านี้คิดมาทำเรื่องนี้กันเพราะแต่ละชุมชนมีวัฒนธรรมเก่าแก่ที่กำลังจะสูญหายด้วยรักในถิ่นบ้านเกิดและอยากให้สิ่งดีๆ ดำรงอยู่ในชุมชนจึงเกิดโครงการอนุรักษ์นี้ขึ้นเป็นที่น่าชื่นใจที่เยาวชนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของรากเหง้าในชุมชนสิ่งนี้จะเป็นแรงใจให้ผู้ใหญ่มีกำลังใจที่จะบอกเล่าเรื่องราวถ่ายทอดไว้ให้ลูกหลานและน่าจะเป็นแรงกระตุ้นในการอนุรักษ์สิ่งดี ๆ ให้กับแผ่นดินบ้านเกิดกับชุมชนอี่น ๆ ต่อไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเยาวชน ยังให้ความสำคัญ “เรื่องการอ่านหนังสือ” ที่โรงเรียนชำนาญสามัคคีวิทยาจ.ระยอง เสนอโครงการ “พี่ชวนน้องอ่าน”,โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์จ.จันทบุรี เสนอโครงการ “สอนภาษาอังกฤษให้น้อง” และโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย เสนอโครงการ “จิตอาสาพัฒนาห้องสมุดชุมชน” และเรื่องที่โดดออกมาเป็นเรื่องไกลตัว แต่น้อง ๆ ก็นึกถึงและอยากจะทำได้แก่ที่โรงเรียนแม่สรวยวิทยาคม จ.เชียงราย เสนอโครงการ“เยาวชนอาสาพาน้องยิ้ม(singingcontest ปี 2) ”เป็นการจัดงานเพื่อหารายได้ให้กับโรงเรียนรุ่นน้องในชุมชนและโรงเรียนศีขรภูมิพิสัย จ.สุรินทร์ จัดโครงการ “แบ่งปันความสุขให้น้อง ร้อง เล่น เต้น ยิ้ม” ที่มองเห็นเด็กๆ เกิดความทุกข์เวลาป่วยและรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล จึงไปร้องเพลงให้น้องฟังเพื่อคลายความกังวลทั้งสองโครงการเป็นการทำเรื่องไกลตัว แต่ก็ยังอยู่ในชุมชนมุ่งหวังให้ชุมชนได้รับประโยชน์ ให้เกิดความสุข หลังจากได้ฟังทั้ง 15 โครงการจบลง ต้องขอปรบมือให้กับเยาวชนทั้ง 37 คนแบบดัง ๆถึงแนวคิดและความตั้งใจในการนำพาโครงการไปสู่จุดหมายปลายทาง...ขอให้มีความตั้งใจมุ่งมั่น สิ่งที่เยาวชนคาดหวังก็จะเป็นจริงขึ้นมาประโยชน์ก็จะบังเกิดขึ้นกับชุมชนในลำดับต่อไป.... ขอเป็นกำลังใจให้เยาวชนทุกคนฝ่าฟันอุปสรรคและไปให้ได้ถึงฝั่งฝันในเร็ววัน ติดตามชมผลงานของเยาวชนทั้ง 15 โรงเรียนนี้ได้ที่ www.scbfoundation.com
ให้กับทางมูลนิธิสยามกัมมาจลได้รับทราบ พร้อมเป้าหมายสุดท้ายที่อยากจะไปให้ถึง นั่นคือความคาดหวังที่จะทำให้ชุมชนได้รับสิ่งที่ดีและเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นนั่นเอง
ได้แก่ โรงเรียน ทาขุมเงินวิทยาคารจ.ลำพูน นำเสนอโครงการ “การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ” ,โรงเรียน บ้านวนาหลวง จ.แม่ฮ่องสอน เสนอโครงการ “ชุมชนสดใสด้วยใจอาสาเด็กดอย” และโรงเรียนศรีวิชัยวิทยาจ.นครปฐม เสนอโครงการ “ส่งขยะกลับบ้าน”ทุกโรงเรียนมีปัญหาคล้ายกันคือขยะล้น คนไม่มีจิตสำนึกในการทิ้งขยะ เป้าหมายการสร้างจิตสำนึกก่อให้เกิดความสะอาดในโรงเรียนและชุมชนเรื่องนี้ทำได้ไม่ง่ายนักเรื่องจิตสำนึกของผู้คนซึ่งถ้าเยาวชนสามารถสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นได้จะเป็นคุณค่ามหาศาลที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนและชุมชน
ทำไมเยาวชน 2กลุ่มนี้ต้องหยิบเรื่องวินัยในโรงเรียนมาจัดทำเป็นโครงการฯทั้งที่ปัญหาเรื่องวินัยต้องเป็นเรื่องของโรงเรียนโดยตรง แต่เมื่อเยาวชน 2 กลุ่มนี้ได้หยิบปัญหานี้ขึ้นมาแล้วก็น่าจะมีประโยชน์ต่อโรงเรียนแต่วิธีการที่จะทำให้เกิดวินัย โรงเรียนต้องมีส่วนสำคัญมาก ๆ ที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง
ได้แก่ “การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น” ที่ทำให้โรงเรียนต่าง ๆเหล่านี้ร่วมกันคิดโครงการขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์สิ่งต่าง ๆ ให้คงอยู่ได้แก่โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย เพชรบุรี จ.เพชรบุรี เสนอโครงการ “สื่ออาสางานจักสานใบตาล
สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเพชรบุรีด้วยวิถีพอเพียง”,โรงเรียนทองแสนขันวิทยาจ.อุตรดิถต์ เสนอโครงการ “สืบสานภูมิปัญญาผ้าทอทองแสนขัน”,โรงเรียนราชประชานุเคราะห์55จ.ตาก เสนอโครงการ “รณรงค์เผยแพร่วัฒนธรรมการแต่งกายชนเผ่าด้วยวิถีชีวิตพอเพียง” และ โรงเรียนสำโรงทาบวิทยาคมจ.สุรินทร์ เสนอโครงการ “แสดเขียวร่วมใจ ส.ร.ค.ปลอดขยะ”
เรื่องใกล้ตัวที่เยาวชนเล็งเห็นความสำคัญเพราะปัญหาเรื่องการอ่านหนังสือไม่ออกของเด็กไทยมีเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษหรือการจัดทำห้องสมุดชุมชนเพื่อให้ชุมชนได้มีหนังสืออ่านนั่นถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก ถ้าได้ทำกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยพัฒนาเด็กๆ ในชุมชนได้เป็นอย่างมาก
...... ขอปรบมือให้กับเยาวชนทั้ง 37 คนแบบ ...ด้วยคนค่ะ .....
มาร่วมส่งกำลังใจให้เยาวชนคนดีด้วยค่ะ