วันนี้ตอนเช้าไปส่งคุณแม่บ้านที่หน้าบริษัท เธอจะไปโคราชเพื่อสัมนา(อีกแล้ว) ถนนล่วงจนลืมตัวขับเลยจุดที่เธอจะลง จนเธอเองบ่นพึมพำ

    "ว่าบอกถึงแล้วๆยังจะเหยียบอยู่นั่นแล่ะ"

   ด้วยอารมณ์เธออย่างนั้นเลยจึงได้แต่นึกอวยพรให้เธอเดินทางโดยสวัสดิภาพและสนุกกับการสัมนาครั้งนี้ ส่วนอีกใจหนึ่งก็ขำตัวเองที่อุตสาห์มาส่งถึงที่ทำงานแล้วยังโดนบ่นอีก

   วันนี้ตั้งแต่เช้าจนมาถึงบัดนี้ที่กำลังนั่งเขียนบันทึกอยู่ จึงอยู่กัน 2 คน โอ๊ะ ไม่ใช่ครับ อยู่เพียงคนเดียวกับเจ้าทอฟฟี่อีกหนึ่งตัว(บางครั้งลืมไปว่าอยุ่กับอีกคนหนึ่ง) ซึ่งเ้จ้าทอฟฟี่เองวันๆก็จะเดินตามตลอด เหมือนกลัวจะดดนทิ้งไว้เฝ้าบ้านเพียงลำพัง

   เวลาจะไปซื้อกับข้าว ไปทำธุระ เพียงแค่เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือหยิบกุญแจรถ เจ้าหมาเองก็จะเห่าเสียงดัง พร้อมครางออดอ้อนเพื่อจะได้ไปด้วยทุกครั้ง และผมเองก็ยอมด้วยความเห็นใจเจ้าหมาน้อยทุกครั้งเช่นกัน


เจ้าหมาน้อยทอฟฟี่ที่คอยจ้องมองอยู่ตลอดเวลา...


   จะว่าไปแล้วเจ้าทอฟฟี่ก็ช่วยให้หายเหงาได้ดีทีเดียว เหมือนมีเพื่อนที่ให้คอยดุคอยว่า พูดคุยอยู่ตลอดเวลา ยายที่อยู่ตรงข้ามบ้านร้องถามมาว่า

   "อ้าว นึกว่าคุยอยู่กับน้องปอ ไปไหนกันหมดล่ะคะ"

   "อ๋อ น้องปอไปเรียนหนังสือครับ ส่วนคุณแม่ไปสัมนา เลยต้องอยุ่กับหมานี่ล่ะครับ"

.............

   ตกเย็นทุกวันทั้งผมและคุณแม่บ้านจะมีความสุขในการโทรฯคุยกับน้องปอ วันนี้คุณแม่บ้านโทรฯมาก่อน แต่ก็คุยไม่สะดวกดูเหมือนจะอึกทึกคึกโครมกับเสียงดนตรี จึงไม่ได้คุยอะไรกันมาก

   แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นแระหนึ่งมีคนคอยให้กำลังใจอยู่ใกล้ฉันนั้น

   โทรฯไปหาน้องปอ ก็คุยไม่สะดวกคล้ายกันกับคุณแม่บ้านเลย มีเสียงวี๊ดบึมๆ อยุ่ น้องปอบอกกำลังซ้อม บูมพี่บัณฑิตกันอยู่ 

"เดี๋ยวหนูโทรกลับนะคะพ่อ"

"ไม่เป็นไรลูกแค่ได้คุยเท่านี้ก็ดีแล้ว"ผมพยายามจะบอกลูกว่า เห็นลูกสนุกในการเรียน คนเป็นพ่อแม่ก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย

   วันนี้ก็เลยมีความสุขแบบเหงาตั้งหลายอย่าง 

-ไม่ว่าจะได้ไปส่งคุณแม่บ้าน เอาเจ้าทอฟฟี่นั่งตักไปด้วย ก็มีความสุข

-ได้อยู่คนเดียวกับเจ้าหมาน้อย ก็ช่วยหายเหงา อย่างมีความสุข

-ได้โทรหาลูกสาว คุณแม่บ้านก็มีความสุข


ภาพหมาเหงา...

...............

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้

ในค่ำคืนที่เปลี่ยวเหงาแต่มีความสุข

30 มิถุนายน 2556

พ.แจ่มจำรัส