Happy Ba....ถอดบทเรียน 2 บล็อกเกอร์ (8 ) สุดท้าย


   บันทึกนี้เป็นการบ้านหน้าสุดท้ายนะคะ พียุวนุช และคุณ Silla ดีใจที่ทำงานสำเร็จ แล้ววันหลังจะถอดบทเรียนของตัวเอง ในการเป็นนักถอดบันทึก ที่มากที่สุดในชีวิตให้ได้ทราบนะค

 29. บันทึกรองสุดท้ายของคุณ ภูสุภา ชื่อ เมตตารักตัวเองอย่างถูกวิธี ฉบับเต็มอยู่ที่นี่ค่ะ http://www.gotoknow.org/posts/500500

  ความสุขจากบันทึกนี้มีมากมายหลายวรรค หลายตอน ที่เจ้าของบันทึก X-Ray ใจตนเองได้แจ่มแจ๋ว คุณภูสุภาได้รับข้อคิด สะกิดใจจาก อาจารย์เกษตรนักกวี ที่มีมาถึงว่า

" ทำงานต่อไปเถอะครับ.. ทำน้อย ได้น้อย ก็ไม่เป็นไร

– เพราะถ้าทำมาก แต่ไม่มีสมาธิ ก็อาจจะผิดได้มากนะครับ –

แต่ต้องทำบ้าง เพื่อรักษา (Keep) อารมณ์แห่งการกระทำไว้ น่ะครับ.."

  ข้อความดังกล่าว ทำให้คุณภูสุภา ได้เรียนรู้

เกิดความเข้าใจ

เกิดความเมตตา

เกิดความรักตัวเอง

คิดให้อภัยตัวเอง

  นับจากวันนั้น จึงเกิดกำลังใจในการทำงาน มีความเบิกบานในการจัดบริหารความคิดในการทำงานของตน ทำทีละชิ้น ทำจากง่ายไปสู่ยาก มีการหยุดพักในระหว่างทำงานบ้างเป็นระยะ เมื่อถึงงานชิ้นยาก ก็ไม่คาดหวัง ว่าจะต้องสำเร็จโดยเร็วพลัน อาจต้องทบทวนหลายขั้นตอน แต่ปรากฏว่า เมื่อความคิดมีระเบียบ มี่ระบบ กลับทำให้เกิดสมาธิกับงานทุกชิ้น ไม่ว่ายาก ง่าย และลุล่วงได้ทุกงาน

แต่การเรียนรู้ที่จะมีสมาธิ ก็พบหลากหลายเหตุผล เมื่อทบทวนจะได้ข้อคิดไว้เตือนใจดังนี้


ได้ข้อคิดเตือนใจ

ยามรู้สึกว่าไม่มีสมาธิ เป็นเพราะกังวลใจเรื่องอื่นอยู่หรือเปล่า 

ยามหม่น ขุ่นมัว เหนื่อยหรือเปล่า พักผ่อนบ้าง

ใจหรือความคิดจำเป็นต้องมีระยะหยุดพัก นั่งสงบ นั่งสมาธิ

เพื่อให้เกิดสมาธิ หรืออย่างน้อย เกิดสงบ แล้วเกิดพลัง

ยามเหงา เพราะเรารักตัวเองไม่เป็นหรือเปล่า

หรือเพราะเราไม่รักตัวเอง จึงทนอยู่กับตัวตนคนเดียวไม่ได้      


ดังนั้นเมื่อต้องทำงาน ต้องมีใจที่จดจ่อ ไม่ล่องลอยไปไหน การคิดวนเวียนซ้ำซากไม่ไปไหน ไม่รู้จักจดสรุป เพื่อทบทวน งานจึงเดินต่อไม่ได้

 ที่สำคัญ ถ้าใจไม่แจ่มใส ไม่มีความสุข ก็ทำงานสำเร็จยาก จงทำงานเมื่อพร้อม หาสาเหตุแห่งความขุ่นมัวให้พบ แล้วกำจัดออกไปให้ได้ ไม่เร่ง ไม่รีบ ไม่หงุดหงิดนะคะ

  คุณภูสุภาปรารถนาให้ทุกคนมีความสุข กับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราค่ะ

.................................................................................

30 บันทึกสุดท้ายจากนักเล่านิทาน ที่แฝงไปด้วยข้อคิดปริศนา ชวนติดตาม และเมื่อนิทานจบลง เราก็จะได้รับทั้งความสุข และการฉุกคิดในการใช้ชีวิต อย่างมีคุณค่าทันที ไปอ่าน เจ้า วัวผอม ของคุณ ปริม ทัดบุปผา เป็นบันทึกสุดท้ายของการถอดบทเรียนใน Happy Ba ค่ะ http://www.gotoknow.org/posts/533980

   เมื่อ 3.000 ปีที่ผ่านมา ยังครอบครัวหนึ่งที่ยากจนมาก เพื่อนบ้านก็ยากจนแต่กลับอิจฉา ครอบครัวแรกที่กล่าวถึง ซึ่งมีหัวหน้าครอบครัวชื่อ อเดอร์ อเดอร์มีวัวแก่ ผอมมากตัวหนึ่ง ที่ยังให้นมเล็กๆน้อยๆได้บ้าง ทำให้อเดอร์ นำน้ำนมวัวผอม ไปแลกอาหาร สิ่งของ มาประทังชีวิต เสมอมา เรียกว่ามีวัวผอมเป็นที่พึ่งอันยิ่งใหญ่

 วันหนึ่งมีผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีชื่อเสียง ผู้คนเคารพนับถือมาก จู่ๆ ก็เข้ามาขอพักที่บ้านอเดอร์ และขออาหารหนึ่งมื้อด้วย อเดอร์ยินดี ทีี่ผู้นำจิตวิญญาณท่านนี้ เลือกบ้านเขาเพื่อพักอาศัย แต่เขาก็หนักใจที่จะต้องเลี้ยงดู แขกและบริวารหลายคนในครั้งนี้ด้วย ที่สุดก็ตัดสินใจฆ่าวัวผอม เพื่อนำมาเป็นอาหาร ทั้งที่แสนเสียดาย แต่ก็แอบบคิดต่อไปว่า เนื้อวัวที่เหลือ จะได้เป็นอาหารแก่ครอบครัวเขาต่อไปได้อีกหลายวัน แต่เหตุการณ์กลับกลับกัน กล่าวคือ เมื่อผู้นำทางจิตวิญญาณอิ่มอาหารแล้ว กลับขอเดินทางต่อไปเลย ไม่พักค้าง มิหนำซ้ำยังกินเนื้อเจ้าวัวผอมจนหมดเกลี้ยง

 เมื่อแขกจากไปแล้ว อเดอร์รู้สึกว้าวุ่น ด้วยต่อจากนี้จะไม่ได้พึ่งเจ้าวัวผอมต่อไป แม้เนื้อที่จะเหลือแบ่งปันไว้ให้ครอบครัวเขา เพื่อเป็นอาหารมื้อต่อไปก็ไม่มี ในขณะที่รู้สึกสับสน แต่กลับมีความรู้สึกชนิดใหม่เกดขึ้นมา ในขณะที่ออกเดินไปชายป่า เพื่อสงบจิตใจ ความคิดนั้นก็คือ "เราจะทำอย่างไรต่อไป" เป็นความคิดขวนขวายครั้งแรก หลังจากหมดที่พึ่งอย่างเจ้าวัวผอม

  แต่เหตุการณ์ในคืนนั้น เมื่อเดินถึงชายป่า ก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากชายผู้หนึ่ง ที่แท้เป็นเศรษฐี ที่ตกหลุมพลางขาหัก อเดอร์เข้าช่วยเหลือ และระหว่างนั้นก็ได้แลกเปลี่ยนสนทนกัน ทำให้รู้ว่า เศรษฐีนั้น ก็มีความทุกข์มหาศาล ไม่เคยได้รับความรักเอาใจใส่ด้วยใจจริงจากคนรอบข้าง ญาติ มิตร ทั้งนี้เพราะทุกคนต่างประสงค์ในทรัพย์เขา ครั้นเมื่อได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างดีจากอเดอร์จึงประทับใจ ส่วนอเดอร์เองก็บังเกิดความภาคภูมิใจในความอบอุ่นของครอบครัวตน แม้ทรัพย์สินจะไม่มีก็ตาม และแม้จะไม่มีวัวผอมตัวนั้นอีกต่อไปแล้ว เขารู้สึกปลอดโปร่ง เลิกทุกข์ เลิกฟุ้งซ่านถึงการสูญเสียวัวผอมไป

   สามปีผ่านไป วันหนึ่งผู้นำทางจิตวิญญาณกลับมาที่หมู่บ้านนั้น และได้พบว่าบัดนี้ อเดอร์ กลายเป็นมหาเศรษฐี นั่งรถม้าหรูมาต้อนรับเขา สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ติดตามผู้นำทางวิญญารอย่างยิ่ง  ผู้ติดตามท่านหนึ่งได้ถามว่า เมื่อสามปีก่อน ทำไมท่านผู้นำทางจิตวิญญาณ ซึ่งปกติไม่ค่อยกินเนื้อ ทำไม จึงกินเนื้อวัวของเขามากมาย ทั้งที่รู้ว่าอเดอร์ยากจนมาก ผู้นำทางวิญญาณกล่าวว่า

"พวกเขาไม่ได้ยากจนหรอก" บาอัล เชม ทอฟ กล่าว "จริงๆ แล้ว พวกเขาร่ำรวย สิ่งเดียวที่ขวางโชคลาภของเขาไว้คือวัวผอมตัวนั้น ข้าพเจ้าจึงต้องกินมันให้หมด" และ "วัวตัวผอมขี้โรคตัวนั้นคือความหวังทั้งหมด ทั้งมวลของอเดอร์ เขากลัวที่จะเสียมันไป เพราะเขาคิดว่าเขาต้องมีวัวตัวนั้นเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว แต่เมื่อเขาปล่อยมันไป เขาสามารถเดินไปข้างหน้าได้ "

 ข้อคิดนิทานของคุณปริมคือให้เราทั้งหลาย สำรวจดูซิว่า เรามีตัวถ่วงความก้าวหน้า ความเจริญ ที่เราเข้าใจว่ามันเป็นความหวัง เป็นที่พึ่งชิ้นสุดท้ายแล้ว ต้องเก็บกอดเอาไว้ ทั้งที่สิ่งนั้นกำลังขวางกั้น การก้าวสู่โอกาสใหม่ ชีวิตใหม่ หรือการดำเนินชีวิตที่แปลกใหม่ออกไป คงยึดติดอยู่กับสิ่งเดิมๆ ที่ก่อประโยชน์ได้น้อย เพียงแค่มีความผูกพันทางใจสูงเท่านั้นเอง ถ้าพบ เราจะเรียกสิ่งนั้นว่า วัวผอม ของอเดอร์ ปล่อยมันไปเถอะค่ะ อย่าให้มาบดบังความคิดใหม่ๆ ที่จะพาเราไปสูความเจริญอีกเลย

ขอบคุณนิทานเจ้าวัวผอม ของคุณปริม ทัดบุปผาค่ะ

....................................................................................................


หมายเลขบันทึก: 540925เขียนเมื่อ 30 มิถุนายน 2013 00:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 30 มิถุนายน 2013 00:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่าน


ความเห็น (5)

มาอ่านบทที่ 8 ค่ะ ถูกใจทุกท่านที่คุณพี่เขียนมาตั้งแต่ต้นเพราะทุกคนนั้นสุดยอดของการเล่าถึงความสุขที่ยิ้มได้ และมีข้อคิดเตือนใจเราเสมอ เช่น คนสุดท้าย คุณน้องปริม ทัดบุปผา ที่บันทึกเล่าแบบยาวอ่านมีสาระค่ะ 

                             

                   หมู่เฮามาแอ่วนาข้าวของคุณน้องปริม นะคะ happy ba ที่บ้านแม่ตาด ค่ะ

พลังมากมายเหลือพลังแห่งการบันทึก 


สวัสดีค่ะคุณkrutoom

แหม! ท่าถ่ายภาพนี่ดูก็รู้ว่าสุขกันเหลือเกิน

ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่านจนจบ

หลายบันทึกมาก

สวัสดีค่ะคุณลูกหมูเต้นระบำ

พลังแห่งการบันทึกแต่ละคนนั้นสุดยอด

คนถอดบทเรียนต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่ง

เพื่อจะเก็บความสุขมาไว้ในฉบับย่อให้ได้

บันทึกคุณลูกหมูเต้นระบำก็ยอดเยี่ยมค่ะ

ขอขอบคุณดอกไม้กำลังใจทุกท่านค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท