กุฏิพระ ๖หลัง  หอสวดมนต์ ๑ หลัง สร้างเสร็จใน  ๑ วัน

                                                      โดย อาจารย์แก้ว อ่อนสด  (คนเกิดที่บ้านโคกมะตูม อายุ ๗๐ ปี)


             ได้อ่านเรื่องที่คุณเอกสิทธิ์ เสาวงษ์ เล่าเรื่องเกี่ยวกับรถแทรกเตอร์ที่มีมาตั้งแต่สมัย นายอรุณ วิไลรัตน์ เป็นนายอำเภอหนองบัว กระทั่งถึงสมัยนายสมหมาย ฉัตรทอง มาเป็นนายอำเภอหนองบัว ในยุคสมัยต่อมา
ซึ่งทิ้งช่วงห่างกันประมาณ ๑๕ ปี ผ่านนายอำเภอมา ๕ ยุค รู้สึกประทับใจในความกลมเกลียว สามัคคี มีน้ำใจของชาวชนบทเช่นชาวอำเภอหนองบัวในอดีต ที่ร่วมแรงร่วมใจ สละทรัพย์จนสามารถซื้อรถแทรกเตอร์มาใช้พัฒนาแทนแรงคนทำถนนหนทาง ขุดสระน้ำ ฯลฯ ที่คนหนองบัวยุคนั้นอยากได้อยากมี ได้มากมาย แต่สิ่งที่คุณเอกสิทธิ์เล่าจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีผู้นำนักพัฒนาระดับนายอำเภอทั้ง ๒ ท่านดังกล่าว ซึ่งผู้เขียนรู้จักเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนายอำเภอสมหมาย(ต่อมาทราบว่าท่านมีตำแหน่งสูงขึ้น ได้เป็นผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง และรองผู้ว่าราชการจังหวัด ๒ จังหวัดแล้วเกษียณอายุราชการ) เป็นคนอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรีขนานแท้
ผ่านนายอำเภอมา ๗ อำเภอ แต่มาถูกอกถูกใจ สนใจสิ่งดีๆ ของอำเภอหนองบัวเป็นพิเศษ และยังบุกเบิกพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับอำเภอหนองบัวอีกมากมาย เท่านั้นยังไม่พอเที่ยวสืบเสาะค้นหาข้อมูลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่อำเภอหนองบัวในอดีตอย่างมุ่งมั่น อุสาหะ วิริยะ ติดต่อชาวต่างประเทศโดยเฉพาะ คุณหมออรุณ(DR.URSULA LOWENTHEN) สืบค้นหาจากหมอสอนศาสนาคริสเตียนคนไทยคือ คุณอรุณ โลหะเวช ขณะนั้นท่านอยู่จังหวัดพะเยา ขณะนี้ย้ายมาทำงานที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เคยร่วมงานกับหมออรุณที่พะเยาก่อนหมออรุณเกษียณอายุในงานด้านศาสนากลับไปอยู่ประเทศอังกฤษ เมื่ออายุ ๘๐ปี เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว เมื่อได้ E- MAIL หมออรุณมาก็พยายามส่งข้อความขอประวัติและผลงานท่านมา จนได้ประวัติท่านมาบันทึกไว้ให้พวกเรา และอนุชนรุ่นต่อๆ ไป ได้ทราบในความดีงามของหมออรุณที่มีต่อชาวหนองบัว  ทั้งโทรศัพท์ สัมภาษณ์ คนเก่า คนแก่ เพื่อให้ได้ข้อมูลบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
รวบรวมออกทุนสละทรัพย์ส่วนตัว พิมพ์เป็นรูปเล่มเผยแพร่ให้อำเภอหนองบัวเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอย่างกว้างขวางเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวหนองบัว ตลอดจนเยาวชน ลูกหลานในโอกาสต่อไป ผู้เขียนขอขอบคุณ ท่านสมหมาย ฉัตรทอง แทนชาวหนองบัวไว้ ณโอกาสนี้ด้วย

               ผู้เขียนขอมีส่วนร่วมในการที่กล่าวถึงเรื่องราวความสามัคคีในอดีตที่ผ่านมาแล้วเกือบ ๖๐ ปี ที่มีเหตุการณ์เหลือเชื่อควรแก่การบันทึกไว้ ในความสามัคคี มีน้ำใจ เสียสละ ของชาวชนบท ตำบลหนองกลับอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ดังต่อไปนี้

             ณ เช้าวันหนึ่ง เกือบจะสิ้นหน้าหนาว ลมว่าวยังพัดเฉื่อย ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์   พ.ศ. ๒๔๙๙ (ต้นเดือน ๔ ปีวอก) ชาวหนองกลับ ตั้งแต่ลูกเด็กเล็กแดง หนุ่มสาว ผู้เฒ่า ผู้แก่ ทั้งชายและหญิง ต่างทยอยกันออกจากบ้านเพื่อจะไปวัดที่พวกเขากำลังจะได้กุฏิพระจำนวน ๖ หลัง หอสวดมนต์อีก ๑ หลัง ในวันนี้ ซึ่งพวกเขาหมายถึงชาวตำบลหนองกลับทุกหมู่บ้านได้ประชุมวางแผน จัดเตรียมการ แบ่งหน้าที่กันอย่างทั่วถึง มาเป็นเวลาแรมปี ที่พวกเขาจะต้องยกกุฏิพระ ๖ หลัง และหอสวดมนต์ให้กับวัดที่พวกเขาเสียสละ ร่วมมือ ร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธสถานประจำตำบลของเขาที่ชื่อว่า  “วัดเทพสุธาวาส” ให้เสร็จสมบูรณ์ในวันนี้ให้จงได้

             ณ บริเวณวัดแจ้งสว่างแล้ว คลาคล่ำไปด้วยชาวตำบลหนองกลับและ ตำบลใกล้เคียงเช่น ชาวตำบลหนองบัว ตำบลห้วยร่วม ตำบลธารทหาร ตำบลห้วยใหญ่ ฯลฯต่างแยกย้ายกันไปประจำสถานที่ที่กลุ่มของพวกตนเองจะต้องปฏิบัติงานพวกผู้หญิงแม่ครัวฝ่ายต่างๆ ก็ตระเตรียมข้าวปลาอาหารในบริเวณโรงครัวอาหารบางประเภทต้องใช้กระทะใบใหญ่ๆ ต้มแกง กันสดๆ ร้อนๆเรียกว่ามีข้าวปลาอาหารเลี้ยงฟรี กินกันทั้งวันไม่รู้จักหมด

              ที่ประรำพิธีมี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์เป็นชาวตำบลหนองกลับโดยกำเนิด คือท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก นั่งเป็นประธานห้อมล้อมด้วยพระผู้ใหญ่ และเจ้าหน้าที่อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนผู้เฒ่าผู้แก่ และลูกศิษย์ลูกหามากมาย

              มองไปยังบริเวณที่ชาวบ้านจะสร้างกุฏิแต่ละที่ หลุมผาง (ผางหลุม) เสาตีตับ (ตับละ ๓ ต้น) พร้อมเชือกดึง ไม้ค้ำ มีชายหนุ่มพร้อมเครื่องมือทำงานเตรียมเกาะยอดเสาแต่ละต้นที่จะถูกดึงขึ้นไปด้วย เสาเอก สวยงามมาก(กุฏิ ๑ หลังจะมีเสาเอก ๑ ต้น) ประดับประดา ผูกมัดด้วยผ้าแดงผ้าขาว ต้นกล้วย ต้นอ้อย ฯลฯ ตามแต่เจ้าพิธีจะกำหนดเพื่อเป็นสิริมงคลให้การก่อสร้างได้ดำเนินการไปด้วยความราบรื่น เรียบร้อย เสร็จสมบูรณ์ตามที่พึงปรารถนาไว้

              เวลาสำคัญยิ่งเริ่มแล้ว เก้านาฬิกาตรง ท้องฟ้าแจ่มใส ตะวันทอแสงจ้าเป็นประกาย เสียงระฆังใบใหญ่ถูกตีดังกระหึ่มด้วยชายฉกรรจ์ ได้ยินไปทั่วบริเวณวัด และถึงบริเวณใกล้เคียงหลายครั้ง ชาวบ้านต่างส่งเสียงไชโย โห่ร้องกรูกันไปทำหน้าที่ เสาทุกต้นถูกดึงขึ้นพร้อมกันพวกแม่ครัวอยากได้บุญก็วิ่งออกจากครัวมาจับปลายเชือกช่วยกันดึง (เสียงระฆังยังดังอยู่) โฆษกงานประกาศก้องเสียงพระสวดฯ พร้อมๆ กับการยกเสา (น่าเสียดายหากเป็นสมัยนี้คงจะได้บันทึกไว้ทั้งภาพและเสียง เสียดายจริงๆ ......)

              เสาลงหลุมเสร็จสรรพ  คอสองล่าง คอสองบน ขื่อ แป จั่ว หลังคา พื้น ฯลฯ ถูกประกอบขึ้นด้วยช่างชาวบ้าน ที่รับผิดชอบกันหมู่ละ ๑ หลัง การก่อสร้างดำเนินการไปอย่างมีความสุขไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่งเสียงระงม ส่งวัสดุ ตอกตะปู ตีฝา ตีฝ้า ประกอบหน้าต่าง ซึ่งเขาได้ตระเตรียม ตัด เลื่อย ใสกบ
ไว้เสร็จแล้ว วันนี้ก็มาช่วยกันประกอบ สร้าง ให้แล้วเสร็จตามกำหนด

              เสร็จจริงๆ วันเดียวเสร็จ การก่อสร้างของชาวบ้านแต่ละหลังเหมือนการแข่งขันกีฬา กุฏิไหนเสร็จก็จะมีเสียงตะโกน ไชโย โห่ร้องกันอย่างมีความสุขจริงๆ

    

     

 

          นี่คือเหตุการณ์จริงในวันนั้นเมื่อ ๕๗ ปี มาแล้ว เป็นปาฏิหาริย์หรือไม่..? แต่ที่แน่ๆ คือความสำเร็จเกิดจากความศรัทธา ความรักสามัคคี กลมเกลียวกันอย่างบริสุทธิ์ใจของตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ โดยแท้

                                                     “สุขา  สงฺฆสฺส  สามคฺคี”

                        ความสามัคคี ปรองดอง ย่อมก่อให้เกิดความสุข ด้วยประการฉะนี้



       ผู้ให้ข้อมูล

             ๑.อาจารย์ทองสุข ยศอ่อน  ชาวหนองกลับ   อายุ  ๗๒ ปี

             ๒.นายออมสิน รอดแสวง  ชาวหนองกลับ      อายุ ๗๐ ปี

             ๓.นางสายหยุ รอดแสวง  ชาวหนองกลับ       อายุ ๗๔ ปี


                                                                                บันทึกไว้เมื่อ  ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๖



                                                                 ---------------------------------