MIA
ประพันธ์โดย Wendy West กำกับโดย Jennifer Aniston

Synopsis: Mia ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต อย่างที่เธอบรรยายตัวเธอเองว่าเป็น "Doer" หรือนักลงมือทำ ณ จุดหนึ่งของชีวิตที่เธอพบว่าชีวิตทั้งหมดของเธอพังทลายลงเมื่อถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม และเหลือเวลาอีกไม่นาน เธอไม่ทราบว่านั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ตามมา ความรู้สึกของการถูก "ทอดทิ้ง" จากคนที่ (เคยคิด) ว่ารักเธอหรือเธอรักเขามากที่สุด จาก "เพื่อนสนิทกว่า 20 ปี" ที่ปฏิเสธไม่ยอมรับโทรศัพท์เมื่อเธอต้องการความช่วยเหลือ
ความผันผวนไม่ได้หยึดเล่นตลกกับชีวิตเธอเพียงแค่นั้น ภายหลังจากที่เธอตัดสินใจ "ปล่อยวาง" ไม่เหลืออะไรเพื่อ "อนาคต" ที่หมดสั้นลงทุกที Mia จึงหันมาเริ่ม "ใช้ชีวิต" อย่างที่เธอเรียกว่า "ปราศจากกังวล" อะไรอีกต่อไป ไม่เก็บเงิน ไม่สะสม แต่เป็นการ "ใช้ชีวิต" อย่างแท้จริง ได้พูดอย่างที่คิด ได้พูดอย่างที่อยากจะพูด โดยไม่ต้องแคร์กับผลตามมา ทว่าในคลินิกเมื่อเธอมาติดตามผลการรักษากว่าสองปีของทั้งการผ่าตัด และการให้เคมีบำบัด ปรากฏว่ามะเร็งของเธอหายไปอย่างปราศจากร่องรอย
จากจุดหักเห เป็นมะเร็ง ถูกทอดทิ้ง ทุกข์ทรมาน ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ชีวิตไม่มีอะไรสะสมอีกต่อไป เธอมาพบว่าเธอยังต้องอยู่ต่อไปอีกนาน ทำให้ Mia เกิดมุมมองใหม่ เห็นตัวตนของเธอใหม่ และเธอได้มอบสิ่งใหม่ๆให้แก่ผู้คนรอบข้างอย่างที่เธอไม่เคยฝันว่าจะทำ
Patricia Clarkson เล่นบท Mia ได้อย่างสุดยอดสมศักดิ์ศรีดาราใหญ่เจ้าบทบาทอย่างเธอ ได้รับรางวัลหรือส่งชื่อร่วมประกวดรางวัลมากมาย ภาพยนต์เรื่องนี้กำกับโดยดาราสาว Jennifer Aniston ที่มาร่วมงานรณรงค์ Breast cancer advocacy ทำการเล่าเรื่องนี้ย้อนหลัง โดยเริ่มจากปัจจุบันในฉากงานแต่งงานระหว่าง Mia กับหนุ่มธนาคารวัยกลางคนท่ามกลางเพื่อนฝูงคนสนิทของเธอ
ชีวิตของคนไข้มะเร็งเต้านม ไมไ่ด้เผชิญแค่ตัวโรคเท่านั้นที่จะเป็นสาเหตุของทุกข์ แต่มะเร็งกัดกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัวที่ไม่ได้ระแวดระวังตระเตรียมตัวให้ดีไว้ก่อนอีกด้วย สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่เราต้องใคร่ครวญให้ดีก็คือ ในขณะที่เราคาดหวัง (อย่างในอุดมคติ) ว่าเมื่อคนหนึ่งเจ็บไข้ได้ป่วย คนที่เหลือควรจะมารุมล้อมดูแลเพราะความรักสูงสุด ความเห็นอกเห็นใจสูงสุด ฯลฯ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีเหตุปัจจัยมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้เกิด "ข้อจำกัด" ของคนทุกคนในการที่จะทำ หรือในการที่จะไม่กระทำ อะไรที่ทุกๆคนภายนอกอาจจะเห็นอีกอย่างหนึ่ง
สามีของ Mia ที่เริ่มดูแลเธอมาแต่ต้น เริ่มออก "อาการ" ความยากลำบากที่จะต้องอยู่กับเธอ เปลี่ยน diaper ป้อนยา ช่วยเหลือเธอในตอนที่เธอกำลังอยู่ในช่วงรับเคมีบำบัด และตัดสินใจ move out ออกไปอยู่ที่อื่น ทำให้ Mia เสียใจมาก ฉากนี้การ "แลกเปลี่ยน" คำพูดกัน ของคนสองคน มุมมองสองมุมมอง หากเราสามารถมองได้ทั้งสองด้าน จะน่าสนใจมาก (แต่เป็นการง่าย ที่เราจะมองจากมุมเดียว คือจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียว) สามีพยายามอธิบายว่าสำหรับเขา มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย "When I first knew about your diagnosis, I feel like I am dying" "ตอนที่ผมได้รับรู้ว่าคุณเป็นมะเร็งครั้งแรกนั้น ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมกำลังจะตาย" ทำให้ Mia ตอบกลับไปในทันทีว่า "But you are certainly NOT!!" เธอไม่ได้กำลังจะตาย ชั้นตะหากที่กำลังจะตาย!!!
ในช่วงเวลานั้น ทั้งสองคนตกอยู่ในหลุมกับดัก "ฉัน" ทั้งคู่ คือฉันกำลังเป็นอะไร ฉันกำลังรู้สึกอะไร และฉันกำลังจะเจออะไรต่อไป และเนื่องจากว่า "ฉัน" ใน version นี้มันสุดจะทุกข์ สุดจะทนทาน ทั้งสองคนต้องการที่จะ "ถูกรับฟัง" ซึ่งโชคร้ายที่ ณ ที่ตรงนั้น มีแค่คนสองคนที่ต้องการ screaming ต้องการจะบอกเล่าเรื่องของตนเองอยู่ทั้งคู่เท่านั้น ประโยคหนึ่งของ Mia ที่สะท้อนออกมาจากห้วงลึกของความรู้สึกของเธอคือ "Of course you can leave but I cannot. You want to leave ME but what I want to leave is INSIDE me. Maybe that's what Dying is for." แน่ละสิ คุณจะหนีไปก็ทำได้ แต่ชั้นหนีไม่ได้ เพราะที่คุณจะหนี คือหนีไปจากฉัน แต่สิ่งทีฉันจะหนีนั้นมันอยู่ "ข้างใน" ตัวฉันเอง ชั้นว่าเพราะเหตุนี้นี่เองคนเราถึงได้ต้องตาย (เพื่อที่จะหนีจาก "ตัวเอง"==ผู้แปล/วิพากษ์)

Mia ได้เริ่มลงมือทำอะไรหลายอย่างที่เธออยากจะทำ เธอได้จัดพิธีศพของเธอเองขึ้นมา เชิญลูกๆ ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ มางานศพของเธอ เพราะเธออยากจะรู้ อยากจะเห็น อยากจะได้ยินว่าเพื่อนๆลูกๆคนรู้จักของเธอจะทำอะไร อย่างไร กันบ้างในงานศพของเธอ ฉากนี้วางบุคลิกของเธอไว้ได้ดีมาก อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงออกมาอย่างรวดเร็ว คำพูดที่เธอพูดใส่หน้า "เพื่อนสนิทกว่ายี่สิบปี" ที่แสดงถึงความผิดหวัง ความเสียใจ และสะใจอย่างลึกที่ได้ระบายออกมาใส่เพื่อนของเธอ "Not having her being on my side at the time I most wanted you was really hurt"
แต่สุดท้าย Mia ได้ค้นพบว่าถึงแม้ว่าเพื่อนสนิทของเธอ ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหวัง สามีเธอไม่สามารถจะทำได้อย่างที่เธอต้องการ Mia ได้ค้นพบว่ามนุษย์ที่เดินอยู่รอบๆตัวเรานี้ มีความงาม ความดี อีกสุดจะจินตนาการได้ เพียงแต่ตอนแรกเราอาจจะมองไม่เห็นเท่านั้นเอง เธอได้ค้นพบเพื่อนใหม่ที่ตอนแรกเป็นเพียง "Just another face in a book club who brought me horrible movies" แต่เพื่อนใหม่คนนี้ที่ยืนกุมมือเธอเป็นชั่วโมงๆโดยไม่ได้ทำอะไร มายืนเป็นเพื่อนเธอในยามที่เธอไม่มีใคร และในเวลาต่อมาเธอก็ได้ค้นพบพรสวรรค์อีกประการของเธอคือ ความสามารถพิเศษที่จะแนะนนำผู้คนว่า เขาเหล่านั้นน่าจะเดินทางไปที่ไหนที่เหมาะที่สุดสำหรับชีวิตของเขา
ประโยคประทับใจในตอนนี้ คือตอนที่แฟนเธอ สัญญารักกับเธอ "Mia, until I found you I didn't even know I was lost. But you have become my magnetic north. Home. The day that you walked into my office is the luckiest day of my life."

อ่านแล้วประทับใจมาก อยากดูหนังเรื่องนี้ จะไปหาที่ไหนคะ
มีขายตามร้านไหมคะ
ผมพบเรื่องนี้ครั้งแรกใน TRUEvision และสั่งซื้อมาจาก Amazon ครับ ไม่แน่ใจว่าร้านทั่วๆไปจะมีไหม