การสร้างโอกาสทางการศึกษาตลอดชีวิตสำคัญมากสำหรับการพัฒนาพลเมืองในศตวรรษที่ ๒๑ โลกของเรายิ่งเล็กลงเรื่อยๆจากการคิด ค้น ประดิษฐ์ เพื่อความสะดวกสฃบายของมนุษย์สิ่งแล้วสิ่งเล่า การปกิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ ๑๙ ที่สร้างความั่งคั่งให้อังกฤษ การแสวงหาผลประโยชน์จากแผ่นดินอื่น การใช้โอกาสทางความรู้ทำลายทรัพยากรโดยขาดคววามยับยั้งชั่งใจ...ทำให้ประเทศที่ถูกกอบโกยทรัพยากร...ยากจนค่นแค้น...จากอดีตโลกที่ใบใหญ่กว้างไกล ผลพวงจากการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์.. สู่โลกที่แคบลง....คนรุ่นใหม่เริ่มมองเห็นความแตกต่างทางสังคม มองเห็นความหายนะเบื้องหน้าจากนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์
ก้าวล่วงปลายศตวรรษที่ ๒๐ โลกยุคใหม่เกิดการรวมตัวทางพันธมิตร การสร้างเครือข่าย ไม่ร่ำรวยเพียงผู้เดียวเริ่มมองหาผู้ร่วมพัฒนา โลกใกล้ชิดกว่าเดิม...ไม่มีใครเก่งกว่าใคร แต่แนวคิด การพัฒนา ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ทำให้การสื่อสารบกพร่องไป โลกจึงต้องสร้างภาษาสื่อสารภาษากลางขึ้น.....ในศตวรรษที่ ๒๑ เราอาจเห็นภาษากลางของโลกเกิดขึ้น ( ถ้าเราไม่ดับไปก่อน) การพัฒนา การเรียนรู้ นวัตกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง.....เกิดขึ้นน้อยมากไม่ถึงร้อยละ ๑ แต่โลกก็ต้องการนักนวัตกรที่กลับมามองการพัฒนา ต่อยอด เทคโนดลยีที่เกิดขึ้นในเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนมากขึ้น............ในปลายศตวรรษที่ ๒๐ จึงเป็นการเปลี่ยนแนวคิดจากการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์และกอบโกยทรัพยากร....เป็น การมองสิ่งแวดล้อม การรักษาโลกใบนี้ให้สวยงามมากขึ้น
นักนวัตกร ในศตวรรษที่ ๒๑ จึงต้องเตรียมตัวในการคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ สินค้าผลผลิตต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ สินค้า Green Product จึงเกิดขึ้นมากมาย หรือนวัตกรรมถุงผ้า ลดโลกร้อน การลดสารคาร์บอนด์ การคิดเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเบอร์ ๕ เหล่านี้ เหล่านี้เป็นการสร้างความตระหนักให้นักนวัตกร เริ่มมองนอกจากคิดต่อยอดผลผลิตแล้ว.........ทุกฝ่ายเริ่มมามองที่การพัฒนาคน ซึ่งเป็นผู้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ผลิตขึ้นมา........ การพัฒนาคนให้มีคุณภาพและตระหนักในความรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาโลกให้สะอาด ผลผลิตใดที่ไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ ก็จะถูกมาตรการกีดกันทางการค้า.......เช่นเกาหลีเหนือ ประสบมาแล้วจากการทดลองนิวเคลียร์.....
หรือ เมืองไทยเป็นทางผ่านในการซื้อขายงาช้าง เราถูกประณามจากชาวโลกเช่นกัน
คำกล่าวของ Charles Darwin [1932] เรื่อง มนุษย์ สิ่งแวดล้อม และการอยู่รอด
" สิ่งมีชีวิตที่รักษาเผ่าพันธ์ ของตัวเองไว้ได้นั้น ไม่ใช่เพราะมีความฉลาดหรือแข็งแรงมากกว่าเผ่าพันธ์อื่น แต่เป็นเพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นสามารถปรับตัวได้ดีกว่าในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง "
โลกปัจจุบันของเรามิได้กลมที่ต้องรอการโคจรรอบดลกแล้วมาพบกัน แต่โลกปัจจุบันกลับแบนเรียบแบบไร้พรมแดน นักนวัตกร ยุคศตวรรษที่ ๒๑ นอกจากมีความรู้ ความคิดสร้างสรร ผลิตงานที่นำมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว...ต้องตระหนักด้วยว่า...งานของคุณ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เป็นอันตรายต่อคนหรือเปล่า.........และเป็นการพัฒนาทางสังคมอย่างยั่งยืน ทำให้ผู้ใช้นวัตกรรมของเรา มีความสุข ปลอดภัย และเกิดประโยชน์โดยแท้จริงทั้งด้านนวัตกรรมและด้านสังคมศาสตร์................เพราะการผลผลิต กระบวนการ การบริการ ผู้ใช้ประโยชน์ก็คือ " มนุษย์"
" ก่อนสร้างสิ่งใดให้มีคุณภาพ..........ต้องสร้างมนุษย์ให้มีคุณภาพก่อน เพราะมนุษย์คือ ผู้ใช้นวัตกรรม................
พบกับ.......Outside -in and Inside-out......... สัปดาห์หน้านะคะ
