วันที่ 21 มิถุนายน 2553
วันนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสติดตาม อาจารย์พันธุ์ทิพย์ (อ.แหวว) และ พี่ๆที่ทำงานเพื่อชุมชนนางเลิ้ง ไปที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อพบ ท่านรองฯ ผุสดี ตามไท ตอนที่ผู้เขียนไปถึง อ.แหวว ได้นั่งอยู่ที่หน้าห้องท่านรองฯก่อนแล้ว อ.แหวว เล่าว่าอ. แหวว จอดรถไว้ที่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แล้วเดินมาที่ ศาลาว่าการ ผู้เขียนก็เกิดจินตนาการขึ้นมาทันทีว่าตอนที่อ.แหววเดินมาคงจะเดินไปยิ้มไป ( ตอนกลับมาถึงที่พักเปิดFacebook ดูก็ได้รู้ว่าไม่ผิดจากที่จินตนาการไว้จริงๆ)
ในที่หารือ นอกจากท่านรองฯ ผุสดีแล้ว ยังมี สส. เจิมมาศ จงเลิศศิริ มาร่วมรับฟังคณะทำงานของเราด้วย ผู้เขียน และพี่ๆ ได้เล่าข้อเท็จจริงของ ชาวชุมชนนางที่ประสบปัญหาเรื่องสถานะบุคคล ปัญหาเรื่องสุขภาพ และเรื่องทุนการศึกษาเพื่อน้องมิว บอกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการช่วยเหลือชาวชุมชนนางเลิ้ง และขอคำแนะนำ ให้ ท่านรองฯ ผุสดี และ สส. เจิมมาศ ฟัง
ท่านรองฯ ผุสดี และ สส. เจิมมาศ ได้ให้คำแนะนำว่ากรณีที่เร่งด่วนเรื่องสุขภาพให้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปที่ ท่าน สส. เจิมมาศ ในหนังสือต้องประกอบไปด้วยประวัติ และรูปถ่ายของผู้ขอ และท่านได้แจ้งให้ทราบว่าหน่วยงานด้านสุขภาพ ของชาวชุมชนนางเลิ้งคือ ศูนย์บริการสาธารณสุข 20 หากชาวชุมชนนางเลิ้งมีปัญหาด้านสุขภาพให้ติดต่อศูนย์บริการสาธารณสุข 20 สำหรับกรณีขอทุนการศึกษาให้น้องมิวนั้นจะขอได้โดยทำหนังสือขอทุนการศึกษา และจะได้รับทุนการศึกษาทุนละ 2,000 บาท
การหารือจบลงประมาณ 19.10 น. ก่อนกลับผู้เขียนได้ทานอาหารเย็นร่วมกับ อ.แหวว พี่ชล พี่เตือน และพี่ปลาทอง การมาหารือครั้งนี้ผู้เขียนรู้สึกดีมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เป็นผู้รวบรวมเอกสารข้อเท็จจริงร่วมกับพี่สายชล แล้วทำออกมาเป็นมาเป็นรูปเล่ม แม้จะตั้งใจทำแล้วแต่ก็ยังทำออกมาไม่ดีนัก และมีข้อผิดพลาดอยู่มาก แต่จากการทำงานครั้งนี้ก็ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้ในหลายๆเรื่องจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และตั้งใจว่าหากครั้งหน้าได้รับมอบหมายงานจะไม่เกิดข้อผิดพลาดดังกล่าวขึ้นอีก
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากวันนี้คือ
การที่จะไปพบปะหารือกับใครหรือหน่วยงานใดต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ที่ทำงานร่วมกัน หากสงสัยควรถาม
ผู้เขียนเข้าใจไปเองว่าเป้าหมายของการมาพบท่านรอง ก็เพื่อที่จะเพื่อให้ท่านฟังว่าที่ชุมชนนางเลิ้งมีใครที่เดือดร้อนบ้าง และขอความช่วยเหลือจากท่าน ทั้งที่จริงแล้วเป้าหมายของอ. แหวว คือต้องการมาสื่อสารกับทางท่านรองฯ ว่าเรากำลังทำอะไร กำลังจะมีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้นในชุมชนนางเลิ้ง ต้องการมาสื่อสารเพื่อให้เกิดบรรยากาศในการทำงาน ต้องการมาชวนท่านไปร่วมกิจกรรม ไม่ได้มาขอความช่วยเหลือจากท่านความเข้าใจผิดของผู้เขียนส่งผลให้เวลาที่ผู้เขียน อธิบายสิ่งที่ผู้เขียนกำลังทำอยู่ให้ท่านฟัง ผู้เขียนก็มุ่งประเด็นไปที่เรื่องความช่วยเหลือที่จะได้รับจากท่าน
การที่จะไปพบปะหารือกับใครหรือหน่วยงานใดหนังสือส่งไปที่หน่วยงานนั้นก่อนเพื่อแจ้งจำนวนบุคคลที่จะเข้าพบและแจ้งวัตถุประสงค์ในการเข้าพบ
วันนี้ผู้เขียนและคณะไม่ได้มีหนังสือแจ้งไป ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าผู้ที่จะเข้าหารือเป็นใครบ้าง มีจำนวนเท่าไร และไม่ทราบว่ามีจะมาหารือเรื่องอะไร
เอกสารรวบรวมข้อเท็จจริงที่ส่งให้กับ ท่านรองฯ ผุสดี ไม่มีที่อยู่สำหรับการติดต่อกลับ และไม่ได้ใส่ตราสัญลักษณ์ ธรรมจักร หรือตราสัญลักษณ์ บางกอกคลินิก
ผู้ที่อ่านเอกสารจะไม่ทราบ ว่าหากต้องการติดต่อกับคณะทำงานจะติดต่อได้ที่ไหน อย่างไร
การเดินทางจากตรอกจันทร์ 31 ไปยังศาลาว่าการกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (กรณีรถไม่ติด)
ผู้เขียนออกจากที่พักเวลา 15.30 โชคดีที่ รถเมล์สาย 35 มาพอดี ผู้เขียนนั่งรถเมล์ สาย 35 ไปลง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อจากนั้นเดินไปที่ ศาลาว่าการกรุงเทพฯ และถึงหน้าห้องท่านรองฯ ผุศดี เวลา ประมาณ 16. 30 นาที (แต่คราวหน้าควรเผื่อเวลาสำหรับรอรถเมล์สาย35 เพราะคราวหน้าอาจไม่โชคดีอาจไม่โชคดีเหมือนวันนี้)

(ภาพจาก Facebook อาจารย์ แหวว )
ฝากความระลึกถึงอาจารย์แหววด้วยครับ
คิดจะยกร่างโครงการเพื่องานของชิมพู่เพื่อนางเลิ้งไหมคะ คิดจะทำอะไรบ้างคะ
สำหรับ อ.ขจิตนั้น อ.แหววได้รับความระลึกถึงแล้วค่ะ และขอบคุณมากค่ะ
หวังจะได้เจอกันในโลกแห่งความเป็นจริงในเร็ววันค่ะ