ปัจจุบันการทำธุรกิจการค้าของสหกรณ์การเกษตร ที่เรียกว่า ธุรกิจซื้อ หรือ การจัดหาสินค้ามาจำหน่าย  หลายสหกรณ์มีการขยายตัวเจริญก้าวหน้าไปมาก จำนวนและประเภทสินค้าที่สหกรณ์นำมาขายก็มีหลากหลาย มีซับพลายเออร์ ซึ่งเป็นคู่ค้าจำนวนมาก มีทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค  และที่สำคัญคือ วัสดุอุปกรณ์เพื่อการเกษตร ตั้งแต่เครื่องจักรกลการเกษตร ไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ปุ๋ย สารอาหาร โฮโมล และยาปราบศัตตูพืช ซึ่งสินค้าเหล่านี้ก็มีกฎหมายควบคุม และคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และไม่เป้นสมาชิกสหกรณ์  มักเจออยู่บ่อยครั้ง ที่สหกรณ์ต้องตกเป็นจำเลยในข้อหา ขายสินค้าปลอมปน สินค้าไม่ได้มาตรฐานตามสูตรและปริมาณ เพราะทำให้เกิดการเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์และผู้บริโภค ทั้งยังทำให้สหกรณ์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ทั้งค้าเดินทางไปศาล ค่าเบี้ยเลี้ยงในการเดินทางวิ่งเรื่องดำเินินคดี ค่าขนส่ง ฯลฯ  และที่สำคัญคือ ทำให้สหกรณ์ซึ่งเป็นองค์ ของพี่น้องเกษตรที่ทำการค้าอย่างเป็นธรรม  ต้องมาเสียชื่อเสียง ทำให้สมาชิกเบื่อและเสื่อมศรัทธา   จึงเห็นว่าเพื่อลดและป้องการการเกิดปัญหาในทางการค้า  สหกรณ์ควรทำสัญญากับซับพลายเออร์ คู่ค้าไว้เป็นหลักฐาน เพื่อมิให้สหกรณ์ต้องพลอยเสียชื่อ ทั้ง ๆ ที่สินค้านั้นสหกรณ์ไม่ได้เป็นผู้ผลิต เพียงแต่เป็นผู้ขายเท่านั้น นอกจากการทำสัญญาแล้ว สหกรณ์ควรขอใบรับรองการตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการกับคู่ค้าด้วย  ซึ่งสัญญาดังกล่าว พอจะเป็นตัวอย่างและมีใจความสำคัญดังนี้ 

                          เนื่องจากได้มีกฎหมายเกี่ยวกับ ความปลอดภัยด้านตัวสินค้าและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง  ทางสหกรณ์จึงขอความร่วมมือให้ บริษัท/คู่ค้า ภายใต้ชื่อ..................โดยนาย/นาง/นางสาว ........( ผู้จำหน่ายสินค้า) ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนด สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในสหกรณ์ ทุกรายการที่อยู่ใต้การผลิตหรือการดูแลของผู้จำหน่ายสินค้า ตามรายละเอียดดังนี้

ผู้จำหน่ายสินค้ารับรองว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นตามสัญญา ได้ผลิตถูกต้องตามกรรมวิธีการผลิตสินค้า   และมีมาตรฐานสินค้าครบถ้วนตามใบตรวจรับรองจากสถาบันซึ่งเป็นที่ยอมรับเป็นสากล มีความปลอดภัยในการใช้ และถูกต้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2552และ พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551

หากสหกรณ์ ถูกฟ้องร้องหรือเรียกร้องค่าเสียหายจากสมาชิก ลูกค้า หรือผู้บริโภค อันเนื่องมาจากการใช้สินค้าที่ผู้จำหน่ายได้ผลิตขึ้นตามสัญญานี้ ผู้จำหน่ายสินค้ายินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่สหกรณ์  จนเต็มจำนวน และผู้จำหน่ายสินค้าต้องเข้าเป็นจำเลยร่วมในคดีเพื่อต่อสู้คดีให้แก่สหกรณ์ จนคดีถึงที่สุด ทั้งนี้ผู้จำหน่ายสินค้าตกลงรับผิดชอบในบรรดาค่าใช้จ่าย ค่าทนายความ และค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว เว้นแต่สมาชิก ลูกค้าหรือผู้บริโภคนำไปใช้หรือเก็บรักษาไม่ถูกต้องตามวิธีการใช้หรือใช้ผิดวิธีในกรณีที่มีคดีพิพาท เป็นคดีผู้บริโภค และศาลได้มีคำสั่งให้จัดทำประกาศ และรับสินค้าที่จำหน่ายไปแล้วคืนจากสมาชิก ลูกค้าหรือผู้บริโภค หรือให้เก็บสินค้าที่เหลือคืนจากสหกรณ์ ที่วางจำหน่าย ไม่ว่า เพื่อทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนสินค้าให้แก่สมาชิก ลูกค้า หรือผู้บริโภค ใหม่ หรือเป็นการชดใช้ราคาให้แก่สมาชิก ลูกค้าหรือผู้บริโภค ผู้จำหน่ายสินค้าตกลงเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียกคืน การเปลี่ยนสินค้า การชดใช้ราคา ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวในกรณีที่ศาลมีคำสั่ง ให้เก็บสินค้าที่ไม่ได้จำหน่ายคืนจนกว่าจะได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้สินค้ามีความปลอดภัย หรือในกรณีที่ศาลมีคำสั่งห้ามผลิต หรือนำเข้าสินค้า หรือให้ทำลายสินค้า ผู้จำหน่ายสินค้าตกลงเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียกคืน การเปลี่ยนแปลงสินค้าให้มีความปลอดภัย การทำลายสินค้า ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว  ผู้จำหน่ายสินค้าตกลงจัดทำประกันภัยสินค้าให้ครอบคลุมถึงความรับผิดชอบตาม พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551

การทำการค้าอย่างรอบคอบ ย่อมแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายให้กับสมาชิก 

ทำให้สมาชิกไม่เสียเปรียบ เสียผลประโยชน์ ลดค่าใช้จ่าย เพื่อความศรัทธาต่อสหกรณ์มากยิ่งขึ้น และสหกรณ์เองก็จะเป็นองค์กรที่ไว้เนื้อเชื่อใจของสมาชิก และสังคม