วิตกจริต


ลักษณะนิสัยของคน "วิตกจริต" (๕)


โดยอุปนิสัย เป็นคนอยากรู้อยากเห็น ไม่รู้จักเลือกว่าควรจะรู้สิ่งใดสนใจสิ่งใด จึงมักจะสอดรู้สอดเห็นในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ใช้เวลาอย่างไม่มีประสิทธิืภาพ ภาพที่ออกมาสู่สายตาชาวโลกคือ ขยันหมั่นเพียร ช่างเรียนรู้ แต่บังเอิญเรียนรู้ไม่ถูกจุด เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อหน้าที่การงานหรือความเจริญก้าวหน้าในชีวิต รวมทั้งการที่มันเสียเวลากับการวิพากษ์วิจารณ์คนเพียงเพื่อแสดงความเก่ง แต่หารู้ไม่ว่าเสียเวลาโดยใช่เหตุ อีกทั้งสร้างกรรมเวรให้กับตนเอง เพราะใครในโลกหรือจะชอบฟังเรื่องที่ตัวเองถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือสบประมาท ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็็นว่า คนรู้เยอะอาจไม่ได้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประเโยชน์ แต่คนที่แสวงหาสิ่งที่จำเป็นในการพัฒนาชีวิต พัฒนาหน้าที่การงาน แต่รู้จักประยุกต์ความรู้ดังกล่าวกับสถานการณ์ที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม จึงจะเป็นคนฉลาดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ คนฉลาดจะไม่สร้างศัตรูขึ้น โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์จากการวิพากษ์วิจารณ์คนโดยไม่เลือกหน้า และศัตรูเหล่านี้เองจะหวนกลับมาสร้างความลำบากใจในภายหลัง เมื่อพวกเขาจ้องหาจังหวะที่เหมาะสม


ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ทำอย่างแต่คิดอีกแปดร้อยอย่างพร้อมอารมณ์ห่วงและกังวล จนต้องหันความสนใจไปทำเรื่องอื่น ๆ เรื่องที่ทำอยู่จึงไม่เสร็จ เกิดอาการดินพอกหางหมูและอาการอมทุกข์ นอกจากนั้น การผัดวันประกันพรุ่งอาจเกิดจากความละเอียดลออลงลึกมากจนเกินเหตุ จึงหมดกำลังใจจะทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ให้เสร็จสิ้น


ชอบสัญญาแต่ไม่อาจรักษาเพราะมีความคิดเต็มไปหมด อาจปวดหัวไมเกรนบ่อย ๆ


กิริยามารยาทลุกลี้ลุกลน ชอบทำอะไรเร็ว ๆ เขียนหนังสือเร็ว ๆ หวัด ๆ พูดก็เร็ว เพราะในใจลึก ๆ คิดว่าตัวเองเก่ง ฉลาด ทำอะไรรวดเร็วคล่องแคล่วเหนือกว่าผู้อื่น แต่แท้จริงแล้ว วิตกจริตลืมคิดว่า กิริยามารยาทดังกล่าวทำให้คนดูถูก ไม่เกรงกลัว และอาจไม่ใส่ใจเสียด้วยซ้ำ จริงอยู่แม้ว่าจะมีความคิดที่ดี แต่ถ้าในใจของอีกฝ่ายหนึ่งปิดกั้นหรือไม่เกิดการยอมรับแล้ว ความคิดดังกล่าวก็ไร้ประโยชน์ และบางรายที่รังเกียจพฤติกรรมที่แสดงออกอย่างหยาบ ๆ จิตอาจจะตั้งป้อมกับวิตกจริตอย่างที่ห้ามเสียมิได้ นั่นคือ กฎของธรรมชาิติ


นอกจากนี้ ยังชอบทำเรื่องง่ายเป็นเรื่องยาก เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อโอ้อวดว่าตัวเองเก่งสามารถมองอะไรทะลุทะลวงหลายสิบชั้น แรก ๆ ก็ฟังดูดี แต่เมื่อฟังนาน ๆ และ่บ่อย ๆ เข้า จะปวดหัว อึดอัดได้โดยง่าย แต่จริง ๆ แล้ว วิตกจริตไม่ได้เก่งจริงหรอก เพราะคนเก่งย่อมมีลักษณะ "สูงสุดสู่สามัญ" สามารถอธิบายสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย ตรงตามประเด็นไม่มากหรือไม่น้อย ซึ่งเป็นลักษณะที่จะหาไม่ได้กับกลุ่มวิตกจริต


การแต่งกายจะจับโน่นประสมนี้ให้ออกมาดูเด่นฉุดฉาด แต่ไม่มีความสวยงาม เพราะมักไม่ค่อยมีความรู้สึก มีแต่ความคิดจิตปักอยู่ในความคิดเกือบตลอดเวลา จากความคิดก็จะแปลงเป็นอารมณ์ที่เร่าร้อนและรุนแรงอย่างเห็นได้ชัดอยู่เสมอ


ชอบสะสมสิ่งต่าง ๆ มากมาย และจะเสียดายถ้าต้องทิ้งของต่าง ๆ ดังนั้น ในห้องในรถในบ้านจึงรกรุงรังไปหมดเพราะเป็นคนเสียดายของคิดเล็กคิดน้อยและลึก ๆ มีความโลภติดอยู่ในจิต จึงทำให้บรรยากาศที่แวดล้อมของผู้เป็นวิตกจริตเต็มไปด้วยสิ่งรกรุงรัง ซึ่งส่งผลกระทบจิตใจอีกทีหนึ่ง ทำให้จิตใจยุ่งเหยิง ว้าวุ่น หาความสงบมิได้



...................................................................................................................................................................


ส่วนหนึ่งผมน่าจะมีนะ 555

แต่ถือเป็นการเรียนรู้กันนะครับ

เพื่อทำให้เราค้นหาความสุึขได้มากกว่านี้


<p>บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)…</p><p>
</p><p>………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

</p>

ขอบคุณหนังสือ ...

อนุสร จันทพันธ์ และบุญชัย โกศลธนากุล.  จริต ๖ ศาสตร์ในการอ่านใจคน.  พิมพ์ครั้งที่ ๑๑.

            กรุงเทพฯ : อ้มรินทร์พรินติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๖.