วิตกจริต
ลักษณะนิสัยของคน "วิตกจริต" (๓)
วิตกจริตจะเป็นคนขยันขันแข็ง หนักเบาเอาสู้ แต่ที่น่าเห็นใจคือ ผลของงานที่ออกมาน้อยหรือไม่ค่อยได้ประโยชน์นัก เพราะคิดมากฟุ้งซ่านอยู่ตลอด ทำให้ไม่สามารถรักษาความสนใจในเรื่องหนึ่งเรื่องใดไว้ได้นาน ทำให้ไม่สามารถรักษาความสนใจในเรื่องหนึ่งเรื่องใดไว้ได้นาน ผัดวันประกันพรุ่งจนเป็นนิสัย จับจด และไม่สามารถรักษาหรือพยุงสมาธิไว้ได้นานติดต่อกันจนงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งเสร็จ จึงมักรู้สึกอยู่เสมอว่า ชีวิตช่างไม่ยุติธรรมเหลือเกิน เราทำงานหนักมาก แต่ผลตอบแทนต่ำ หรือนายไม่เห็นคุณค่าของเรา แต่จริง ๆ แล้ว ตัวเองไม่เคยสนใจพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่สำคัญหรือไม่ เป็นการเพิ่มขั้นตอนที่ไม่จำเป็นสำหรับการทำงานหรือไม่ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วจะสามารถรีบแก้ปัญหาให้ตรงจุดได้หรือไม่ หรือกลับทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ และที่ำสำคัญคือ เคยพิจารณาบ้างไหมว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตรงตามความมุ่งหมายขององค์กรหรือของชีวิตเราหรือไม่ หากไม่เคยตั้งคำถามดังกล่าว ความน้อยอกน้อยใจต่อโชคลาภวาสนาจะติดแน่นในใจของคนประเภทวิตกจริต ทำให้อารมณ์โกรธ เกลียด อิจฉาริษยา และพยาบาทในใจอยู่เสมอ ซึ่งอาการดังกล่าวเรียกว่า "นิวรณ์ ๕" หรือสิ่งที่เป็นอุปสรรคของการรวมใจเป็นหนึ่งให้เกิดสมาธิเพื่อให้งานลุล่วงออกมาดีออกมาตามที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ก็มีบางกรณีที่ผู้เป็นวิตกจริตขยันหมั่นเพียร มีเป้าหมายชัดเจน ขั้นตอนละเอียดรอบคอบ ก็อาจประสบความสำเร็จได้ แต่เป็นความสำเร็จที่ร้อนลุ่ม นอนก่ายหน้าผากทุกคืนด้วยความกังวลห่วงใยว่างานจะออกมาไม่ดี ทำอะไรจริงจังและทุ่มเทจนสายเอ็นแทบขาด คนที่เป็นวิตกจริตอาจต้องพิจารณาว่าลักษณะการทำงานดังกล่าวซึ่งต้องแลกกับสภาพจิตและสุขภาพร่างกายเพื่อให้ไต่เต้าึถึงจุดหมายที่ประสงค์เป็นสิ่งที่คุ้มค่าหรือไม่ ความสำเร็จในเรื่องชื่อเสียงเงินทองโดยแลกกับความว้าวุ่นใจและสุขภาพอันเสื่อมโทรมเมื่อก้าวสู่จุดมุ่งหมายดังกล่าว เป็นสิ่งที่เราต้องการจริงหรือ ลดปริมาณทุกข์ที่มองเห็นหรือยังมองไม่เห็นลงได้เปลาะหนึ่งทีเดียวเพื่อให้ชีวิตดำเนินได้ต่อไป
(มีต่อในบันทึกที่ ๔ ...)
...................................................................................................................................................................
บันทึกตอนนี้ทำให้เราต้องเร่ิงพิจารณาตนเองอย่างเร่งด่วน
ว่าเราคิดแบบนี้ ทำแบบนี้ไหม
หากคิด หากทำ ควรลดปริมาณลง
ให้สุขมากกว่าทุกข์เถิด
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...
ป.ล. ตามต่อในบันทึกที่ ๔ นะครับ
....................................................................................................................................................................
ขอบคุณหนังสือ ...
อนุสร จันทพันธ์ และบุญชัย โกศลธนากุล. จริต ๖ ศาสตร์ในการอ่านใจคน. พิมพ์ครั้งที่ ๑๑.
กรุงเทพฯ : อ้มรินทร์พรินติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๖.
เอ...! เราเข้าข่ายวิตกจริตรึเปล่าเนี่ยะ..
อันนี้ คุณมะเดื่อ ต้องลองพิจารณาตัวเองดูนะครับ ;)...
ขอบคุณมากครับ
I looked up a Pali dictionary and a Thai dictionary -- and got cobfused by Thai meaning ;-)
ขอบคุณมากครับ ท่าน sr ;)...
ขอบคุณมากๆ ค่ะอาจารย์ที่นำมาแบ่งปัน เหมือนได้อ่านหนังสือเล่มนั้นจริงๆ
เป็นส่วนเล็ก ๆ เท่านั้นเองครับ คุณ tuknarak ;)...
ยิีนดีครับ ;)...