ความเจ็บป่วยเป็นเรืองที่มนุษย์ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่พ้น ในขณะที่อายุยังไม่มาก และร่างกายยังแข็งแรง ก็มักจะไม่ค่อย สนใจดูแลสุขภาพร่างกายของเราเองเท่าไหร่นัก จะหันมาสนใจดูแลตนเองก็ตอนที่สุขภาพเริ่มจะมีปัญหา            

หลักการดูแลสุขภาพ ในปัจจุบันทั้งในระบบการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์ทางเลือก[เช่นแพทย์แผนจีน, อายุรเวช] จะคลอบคลุมทั้งด้านการรักษา ส่งเสริม ป้องกันโรคและฟื้นฟู ในขณะที่ระบบการแพทย์แผนปัจจุบันได้พัฒนาทางด้านวิชาการไปอย่างต่อเนืองไม่หยุดหย่อนจนถึงขั้นผู้ป่วยสามารถเปลี่ยนอวัยวะต่างๆและมีชีวิตอย่างมีคุณภาพได้นานจากนี้ไปการปลูกถ่ายอวัยวะก็คงเป็นเรื่องธรรมดา อีกไมนานเทคโนโลยีทางด้าน stem cell และเรื่องวิศวะพันธุกรรมก็จะเข้ามาช่วยให้มนุษย์มีชีวิตที่ยืนยาวยิ่งขึ้นไปอีก ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตอีกไม่นานจากนี้ไป อายุขัยเฉลี่ยมนุษย์[Life expectancy]อาจจะใกล้ๆ100 ก็อาจเป็นไปได้             

             ในขณะที่ระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน จะมีการค้นคว้าพัฒนาความรู้ไปอย่างกว้างขวาง  ระบบการแพทย์ทางเลือกเอง ก็มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาตัวเองในเชิงประยุกต์ ร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน [ถึงแม้จะเป็นศาสตร์ที่มีมานาน โดยมีหลักฐานทางด้านเอกสารและโบราณคดีมากมาย ที่แสดงว่าการแพทย์แผนจีน, อายุรเวช ได้มีการพัฒนาการมานานหลายพันปี ในภาคพื้นทวีปเอเซียแห่งนี้ ประวัติศาสตร์ในส่วนนี้จะได้เสนอในอีกตอนต่อไป] จึงทำให้การแพทย์แผนปัจจุบันได้รับความนิยมจากผู้ป่วยมาใช้บริการอย่างแพร่หลาย ในขณะที่การแพทย์ทางเลือกเองซึ่งดูเสมือนหนึ่งว่าจะเป็นศาสตร์คร่ำครึล้าสมัยขาดความน่าเชื่อถือ ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ก็ได้รับความเชื่อถือจากบุคคลทั่วไปและผู้ป่วยที่มีปัญหากับการรักษาในแผนปัจจุบัน และได้หันมารักษาในแนวแผนทางเลือกกันมากขึ้น      

กลุ่มของผู้ที่มารักษาในแนวแพทย์ทางเลือกแผนจีน ตามความเห็นของ ผู้เขียนเอง พอจะแบ่งออกได้เป็น6กลุ่ม คือ 

1.กลุ่มที่แผนปัจจุบันไม่เข้าใจสมมติฐานโรค เช่น อาการนอนฝันมาก ฝันร้าย นอนกัดฟัน อาการร้อนใน

 2.กลุ่มที่รักษาแผนปัจจุบันแล้วอาการดีขึ้นแต่ไม่สามารถ รักษาต่อได้ เช่่นผู้ป่วยปวดเข่าที่ทานยาแล้วดีขึ้น แต่ไม่หายสนิทต้องกินยาต่อเนื่อง ทำให้มีอาการปวดท้องตามมาเป็น ผลข้างเคียงของยาแก้ปวดกระดูก ทำให้ต้องหยุดกินยาและหันมารักษา ในแนวแพทย์ทางเลือก

                                3.กลุ่มที่รักษาแผนปัจจุบันแล้วไม่หาย เช่นผู้ป่วยที่มีอาการนอนกรน สะอึก Trigeminal neuralgia  หอบหืดเรื้อรัง ลมชัก/ลมบ้าหมู [Epilepsy] มีเสียงดังในหู [Tinnitus] เหมือนเสียงจิ้งหรีด เลิกบุหรี่ ยาเสพติด

                               4.กลุ่มที่ส่งต่อ refer มาจากแผนปัจจุบัน เช่น ผู้ป่วยปากเบี้ยว [Bell's palsy] ผู้ป่วยอัมพาตระยะกลาง [Post CVA] ผู้ป่วยปวดแขน/ขาข้างที่ขาด [Phantom limb pain] เป็นใบ้หลังจากอาการอัมพาต [Aphasia]

                               5.กลุ่มโรคเรื้องรังที่ไม่ได้เกิดจากการเสื่อมของอวัยวะ เช่น ภูมิแพ้ ผมขาว ผมร่วง

                               6. กลุ่มที่ชอบรักษาในแนวแพทย์ทางเลือกอยู่แล้ว     

                           กลุ่มอายุของผู้ที่มารักษา จากประสบการณ์ของผู้เขียนผู้ป่วยที่มารักษามีตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุกลุ่มอายุมีตั้งแต่ 12 ถึง 80 ปี ทั้งชายและหญิง การรักษามีทั้งแบบฝังเข็มอย่างเดียวหรือร่วมกับกินยาสมุนไพรด้วย ระยะเวลาที่ใช้รักษามีตั้งแต่ฝังเข็มไม่กี่ครั้งก็หาย จนถึงที่ต้องใช้เวลาหลายเดือน [ขึ้นอยู่กับอาการ หรือโรคที่เป็น ขึ้นอยูกับอายุของผู้ป่วยและขึ้นอยู่กับอาการเรื้อรังของโรค] โดยปกติความถี่การฝังเข็ม มักจะประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ การฝังเข็มถ้าใช้ไฟฟ้า[กระแสอ่อนๆ] ช่วยกระตุ้นที่จุดฝังเข็มด้วยเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ระยะเวลาที่ใช้ในการฝังเข็มแต่ละครั้ง ประมาณ 30 นาที สนใจรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ศึกษาได้ที่ http://www.thaiyinyang.com <p align="justify">         </p>