ระหว่างขับรถกลับจากธุระ คิดบทกลอนได้ท่อนหนึ่ง กะว่ามาถึงบ้านจะเขียนเป็นบันทึก แต่พอมาถึง ทำโน้น ทำนี่ ก็เลยลืม นั่งคิดอยู่นานก็จำไม่ได้ 

   นี่ล่ะนะ ผู้รู้ถึงบอกว่าเวลาคิดอะไรได้ให้จดบันทึกไว้ ยิ่งเป็นบทกลอนที่ต้องสัมผัสกัน ก็ยิ่งต้องจดไว้กันลืม

   ขณะที่เขียนบันทึกนี่อยู่ก็นั่งนึกไปด้วย แต่ก็นึกไม่ออก คงจะเป็นดั่งปราชญ์ท่านว่า 

   ...บางสิ่งยิ่งต้องการอยาก ก็เหมือนยากยิ่งจะได้มา...

   มองดูกระดาษโน๊ตหน้าคอมฯ มีเขียนสั้นๆว่า "ยิ่งห่างไกลเหมือนยิ่งคุยกันมากกว่าเมื่ออยู่ใกล้"

   เป็นพล็อตสั้นๆที่จะเขียนบันทึกเกี่ยวกับ การโทรศัพท์คุยกันระหว่าง พ่อ แม่ ลูก ที่ช่วง 2 สัปดาห์ที่จากไปเรียนที่นครปฐมนั้น คุยเช้าคุยเย็นเป็นประจำ 

   และดูเหมือนจะมีเรื่องคุยกันมากมายจนไม่รู้จะวางหูยังไง ทุกสิ่งอย่างคงมาจากความคิดถึง ทั้งผู้ที่อยู่ไกลจากบ้าน ทั้งผู้ที่อยู่บ้านที่เคยอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

   และคงจะเป็นผู้รู้อีกนั่นล่ะนะที่บอกว่า ...เราจะคิดถึงใครคนนั้นก็เมื่อเขาจากไป เหมือนสิ่งของที่มีค่าก็ต่อเมื่อมันหล่นแตกหรือสูญหาย...

   บ้านที่ขาดลูกสาวไปเพียงคนเดียว ไม่น่าเชื่อว่าจะเงียบเหงาได้ถึงขนาดนี้...

   ดีหน่อยยังมีเจ้าทอฟฟี่ที่ซุกซนให้แม่บ้านคอยดุคอยห้าม บางครั้งเจ้าทอฟฟี่ก็ยืนเเหม่อเหมือนรอคอยใครสักคน บางครั้งก็คอยมาซบประจบแม่บ้านที่นอนหลับอยู่

 ผู้เขียนคงไม่ได้เพ้อเจ้อคิดไปเองหรอกนะ...

 

................

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้

ในคืนที่คิดถึงใครบางคน

9 มิถุนายน 2556

พ.แจ่มจำรัส