งิ้ว แม้จะเป็นศิลปะการแสดงของจีน แต่ก็นับเป็นศิลปะที่เข้ามาอยู่เมืองไทยนานแล้ว แต่ปัจจุบันกำลังห่างหายไปจากเมืองไทย น่าเสียดายเหมือนกัน

ถ้าพูดถึง " อุปรากรจีน"  คนรุ่นหลัง ๆ โดยเเฉพาะต่าง

จังหวัด แถบชนบท อาจจะไม่เคยได้ยิน หรือไม่รู้จักเลยก็ได้  

หรือแม้แต่จะพูดว่า  " งิ้ว"  ก็อาจจะนึกภาพไม่ออก  เพราะ 

ปัจจุบัน อุปรากรจีนหรืองิ้ว  แถบจะหาดูหาชมไม่ได้แล้ว  

โดยเฉพาะแถบต่างจังหวัด  




จำได้ว่า สมัยเด็ก ๆ ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟกุยบุรี ถึงปีจะ

มีการแสดง " งิ้ว "  หลายคืน  เป็นการแสดงงิ้วที่คนจีนใน

ตลาดร่วมกันจัดให้มีเพื่อถวายแด่หลวงพ่อในกุฏวัดกุยบุรีซึ่ง

พระคู่บ้านคู่เมือง ที่เป็นที่เคารพของชาวจีน และชาวเมือง

กุยทุกคนตลอดจนบุคคลทั่วไป




สมัยเด็ก ๆ ไม่มีทีวี ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอะไรที่เป็นมหรสพ

สมัยใหม่  ดังนั้น หนังกลางแปลง  งานวัด หรือแม้แต่งิ้ว ก็

จัดเป็นความหฤหรรษ์ของทุก ๆ คน โดยเฉพาะเด็กชาว

บ้านไร่ บ้านนาอย่างคุณมะเดื่อ




งิ้ว  แม้จะเป็นมหรสพ ที่ดูได้แต่เพียงการแสดง  ชุดแต่งกาย

ที่สวยงามแปลกตา  ฟังได้แค่เสียงมโหรีดนตรีจีนที่โฉ่งฉ่าง 

แต่ฟังภาษาพูด หรือเพลงที่ผู้แสดงร้อง ไม่ออกเลย เพราะ

เป็นภาษาจีน ก็ตาม ที่ทุกคืนที่มีการแสดงงิ้วที่บริเวณหน้า

สถานีรถไฟ  ก็จะมีชาวบ้านไปชมการแสดงมากมาย

แน่นขนัด




นักแสดงงิ้วจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์แบบจีนโบราณ 

สีสันสะดุดตา  มีเครื่องประดับศีรษะสวยงามแตกต่างกันไป

ตามบทบาทที่ได้รับ  เสียงร้องเพลงที่แหลมสูง  ยิ่งเป็นเสียง

ผู้หญิืงยิ่งเป็นเสียงที่สูงมาก  เครื่องดนตรีที่ใช้ก็จะมีเสียงดัง

มาก (ดูเหมือนจะเป็นเครื่องดนตรีจีน ) โดยเฉพาะเสียงฉาบ 

จะดัง  ผ่าง ! ผ่าง ! ดังชัดเจนกว่าเสียงดนตรีชิ้นอื่น ๆ




ก่อนที่จะมีงิ้วที่หน้าสถานีรถไฟ  จำได้ว่า จะมีการปลูกโรงงิ้ว

ล่วงหน้าเกือบ ๆ เดือน  โรงงิ้วคล้าย ๆ โรงลิเก  แต่ใหญ่กว่า

มาก  พื้นต้องมั่นคงแน่นหนา  จึงใช้รางรถไฟทำเป็น

โครงสร้างสำหรับรองรับน้ำหนัก  แต่ตอนนั้นคุณมะเดื่อยัง

เด็กมาก จึงไม่ได้จดจำรายละเอียดในเรื่องการทำโรงงิ้ว  จำ

ได้แต่ว่าเขาใช้รางรถไฟที่เป็นเหล็กเป็นโครงสร้างหลัก  คน

ที่ปลูกโรงงิ้ว จะมีเป็นทีมงานหลายคนด้วยกัน




นอกจากเสื้อผ้า เครื่องประดับของตัวแสดงงิ้วที่ดูสวยงาม

อลังการแล้ว  การแต่งหน้าแต่งตาของตัวแสดงงิ้วแต่ละตัวก็

ยังใช้สีสันที่สดใสเจิดจ้าและบ่งบอกถึงบทบาทที่ได้รับ 

ทำให้ผู้แสดงแต่ละตัวมีจุดเด่นเฉพาะตัว




เดี๋ยวนี้ คนไทยเชื้อสายจีนที่กุยบุรี ยังคงมีการจัดงิ้วถวาย

แด่หลวงพ่อในกุฏอยู่ทุกปีเช่นเดิม  แต่งิ้วมาในรูปแบบของ

 " ภาพยนตร์ "  แทนงิ้ว หรืออุปรากรจีนที่แสดงสด ซึ่งคุณ

มะเดื่อก็ไม่ทราบถึงเหตุผลนี้  แต่ถ้าจะให้เดา  ก็คงเดาว่า 

การจัดให้มีการแสดงงิ้วโรงจริง ๆ คงมีปัญหาหลายประการ 

นับตั้งแต่การปลูกโรงงิ้วที่คงหาคนปลูกสร้างไม่ได้แล้ว

ไปจนถึงค่าจ้างที่คงแพงมาก จึงไม่มีงิ้วแสดงสดที่หน้า

สถานีรถไฟอีกแล้ว   




เชื่อว่า ในปัจจุบัน ยังคงมีงิ้ว หรืออุปรากรจีนให้ได้ดูอยู่บ้าง

ใน กทม.  ล่าสุดมีละครโทรทัศน์เรื่อง " เสน่ห์นางงิ้ว" ให้ชม

กัน  ก็เชื่อว่า เด็ก ๆ คงได้เห็นงิ้ว  หรือการแสดงอุปรากรจีน

ผ่านทางละครโทรทัศน์เรื่องนี้บ้าง


งิ้ว แม้จะเป็นศิลปะการแสดงของจีน แต่ก็นับเป็นศิลปะที่เข้ามาอยู่เมืองไทยนานแล้ว  แต่ปัจจุบันกำลังห่างหายไปจากเมืองไทย  น่าเสียดายเหมือนกัน


ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ และYouTube ที่เอื้อเฟื้อภาพ

ประกอบบันทึกนี้มาก ๆ จ้ะ



...............................................................................