วิธีการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (ฺBest Practices )
ชื่อผลงาน เงินด่วน “สวัสดิการ”
ชื่อเจ้าของผลงาน นางญาดา วงศ์ดาว
ชื่อหน่วยงาน สำนักงานศึกษาธิการภาค
10
ความเป็นมา
เดิมการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการของข้าราชการและลูกจ้างประจำ สำนักงานศึกษาธิการภาค 10 ในกรณีที่ทดลองเงินตัวเองไปก่อน เป็นไปด้วยความล่าช้า ต้องใช้เวลาในการเบิกจ่ายเงินประมาณ 15 - 20 วัน ทำให้ผู้ขอเบิกได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะลูกจ้างซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินในชีวิตประจำวัน ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว สำนักงานศึกษาธิการภาค 10 จึงได้พัฒนาวิธีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและค่าศึกษาบุตรของข้าราชการและลูกจ้างให้มีความรวดเร็วขึ้น ภายใต้ชื่อ เงินด่วน “สวัสดิการ”โดยใช้เวลาเบิกจ่ายไม่เกิน 15 นาที
วัตถุประสงค์
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขอเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตรของข้าราชการและลูกจ้างประจำ สำนักงานศึกษาธิการภาค 10
แนวคิดในการพัฒนา
การดำเนินงานเกี่ยวกับการขอเบิกจ่ายเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และค่าการศึกษาบุตรของข้าราชการและลูกจ้าง สำนักงานศึกษาธิการภาค 10 จะมีประสิทธิภาพและผู้รับบริการมีความพึงพอใจ ต้องมีวิธีการปฏิบัติตามกระบวนการ PDCA ซึ่งผลการดำเนินการจะแสดงให้ถึงคุณภาพอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงาน
1. สำนักงานงานศึกษาธิการภาค 10 สามารถให้บริการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตรให้แก่ข้าราชการ และลูกจ้างประจำ โดยใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 15 นาที (ซึ่งถ้าหากเป็นการเบิกตามขั้นตอนปกติจะต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 15 -20 วัน)
2. ข้าราชการและลูกจ้างมีความพึงพอใจและมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากความเดือดร้อนจากการที่ต้องทดลองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตร ได้รับการช่วยเหลือจนบรรเทาลง ซึ่งจะส่งผลให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ผลการได้รับการยอมรับ
(เกียรติบัตร รางวัล การยกย่อง)
ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในการนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมการจัดการความรู้ ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้รับรางวัลชนะเลิศ (ได้รับเกียรติบัตร)
ระดับประเทศ
-
กิจกรรม /วิธีการ
1. แต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการ สำนักงานศึกษาธิการภาค 10
2. ประชุมคณะกรรมการตามข้อ 1 เพื่อวางแผนกำหนดแนวทางการดำเนินงานในการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนจากการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตร
3. สำนักงานศึกษาธิการภาค 10 ดำเนินการตามแนวทางที่คณะกรรมการกองทุนฯ กำหนด คือ จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน ที่มีมาตรฐานและแผนผังการปฏิบัติงาน( Flow chart) และจัดตั้งกองทุนสวัสดิการโดยการจัดกิจกรรมเพื่อระดมเงินทุน รวมทั้งของรับการสนันสนุนจากผู้มีจิตศรัทธา จำนวน 300,000 บาท โดยได้เปิดบัญชีที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาภูเก็ต ชื่อบัญชี สวัสดิการค่ารักษา พยาบาล ค่าการศึกษาบุตร จำนวน 200,000 บาท
4. ดำเนินการเบิกเงินจากบัญชีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล วันละประมาณ 20,000 บาท ค่าการศึกษาบุตร เดือนละประมาณ 20,000 -30,000 บาท เพื่อให้บริการแก่ข้าราชการและลูกจ้าง
5. ขั้นตอนในการขอเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ค่าการศึกษาบุตร ของข้าราชการและลูกจ้าง ตามที่กำหนดไว้ในคู่มือการปฏิบัติงาน มีดังนี้
5.1 กรอกแบบขอเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ค่าการศึกษาบุตร จำนวน 1 ฉบับ
5.2 เจ้าหน้าที่รับแบบฯ และตรวจแบบขอเบิกเงินพร้อมลงความเห็นเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ
(ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที)
5.3 ผู้มีอำนาจอนุมัติเงินยืม และพิจารณาอนุมัติ (ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที)
5.4 เจ้าหน้าที่จ่ายเงินยืม พิจารณาจ่ายเงินยืม และบันทึกหลักฐานการจ่ายเงิน ผู้ขอเบิกลง
นามรับเงิน (ใช้เวลาไม่เกิน 3 นาที)
5.5 เจ้าหน้าที่การเงินรวบรวมใบเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล
และค่าการศึกษาบุตร เพื่อวางฎีกาและโอนเงินเข้าบัญชีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตร
5.6 คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการฯ ผู้บริหาร
ติดตามการดำเนินงานในการประชุมประจำเดือน และการรายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส
ในกรณีที่มีปัญหาอุปสรรคก็ให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้นำไปปรับปรุง
พัฒนาการดำเนินงานพร้อมทั้งรายงานผลการปรับปรุงให้คณะกรรมการและผู้บริหารรับทราบ
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
1. การดำเนินการเบิกจ่ายเงินด่วนสวัสดิการได้ตามที่กำหนดข้างต้นได้นั้น ผู้ขอเบิกต้องแนบเอกสารประกอบการเบิกเงินที่ถูกต้องและครบถ้วน
2. เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบต้องศึกษาค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับระเบียบ ข้อปฏิบัติต่างๆที่เกี่ยวข้องและต้องติดตามการเคลื่อนไหว/ เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ต้องศึกษาคู่มือการปฏิบัติงานให้เข้าใจและปฏิบัติตามแผนผังการปฏิบัติงาน (Flow Chart) ให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ เพื่อการปฏิบัติงานจะไม่เกิดความผิดพลาด