เสรีนิยมสำนักประโยชน์นิยม : ทางเลือกระหว่างความสุขของสังคมและปัจเจกชน

สำนักความคิดเสรีนิยมได้นำเอาความคิดประโยชน์นิยม (Utilitarianism) เข้าแทนที่หลักสิทธิธรรมชาติในเวลาต่อมา โดยอธิบายใหม่ว่าเสรีภาพ  ส่วนบุคคลนั้นเป็นอุดมคติเพราะสามารถนำไปสู่ความสุขสูงสุดของมนุษย์เสรีภาพจึงเป็นเพียงเครื่องมือไปสู่เป้าหมายสุดท้าย คือ ความสุข แทนที่เสรีภาพจะเป็นจุดหมายปลายทางหรือเป็นอุดมคติในตัวของมันเองอย่างที่จอห์น ลอคเสนอแนวความคิดประโยชน์นิยมนี้ได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างโดยเจเรมี เบนแทม (Jeremy Bentham, 1748-1832) และมีส่วนสำคัญต่อการเกิดทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบนีโอคลาสสิคที่เน้นเรื่องประโยชน์หน่วยสุดท้ายซึ่งให้ความสำคัญกับมูลค่าสินค้า (หรือประโยชน์จากการบริโภคสินค้า ซึ่งให้น้ำหนักกับการบริโภคและผู้บริโภค) มากกว่ามูลค่าของการผลิต (ซึ่งให้น้ำหนักกับการผลิต รวมทั้งเจ้าของปัจจัยการผลิต)

ก่อนที่จะดูแนวคิดของเบนแทมและสจ๊วต ผมว่าเรามาสรุปแนวคิดของหลักประโยชน์นิยมอย่างย่อๆกันนะครับ

แม้ว่านักประโยชน์นิยมจะมีความเห็นปลีกย่อยแตกต่างกันไป แต่หลักสำคัญในการตัดสินการกระทำทางศีลธรรมของประโยชน์นิยมก็คือผลลัพธ์และประโยชน์ เพราะผลลัพธ์เป็นเครื่องบ่งบอกว่าการกระทำนั้นถูกหรือผิด ดีหรือเลว มิใช่วิธีการ กล่าวคือ ผลลัพธ์เป็นเครื่องบ่งชี้วิธีการนั่นเอง และประโยชน์จะเป็นเครื่องวัดผลลัพธ์นั้นว่าถูกหรือผิด ดีหรือเลวอีกครั้ง ดังเช่นแนวคิดของเบนธัมว่า“ถ้าการกระทำนั้นนำมาซึ่งความพึงใจมากกว่าความเจ็บปวดก็ถูกต้อง แต่ถ้าการกระทำนั้นนำมาซึ่งความพึงใจน้อยกว่าความเจ็บปวดก็ผิด”เป็นต้น

 อย่างไรก็ตามแนวคิดประโยชน์นิยมปัจจุบันมีความเห็นร่วมกันว่าประโยชน์เป็นมาตรฐานสูงสุดในการวัดการกระทำว่าถูกหรือผิด แต่ความเห็นนี้ก็แยกออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายที่ยึดถือว่าหลักประโยชน์สูงสุดเป็นเครื่องตรวจสอบการกระทำแต่ละอย่างในแต่ละสถานการณ์ และฝ่ายที่ใช้หลักประโยชน์สูงสุดเป็นเครื่องตรวจสอบกฎ โดยกฎใช้ตรวจสอบการกระทำอีกครั้ง ฝ่ายแรกนั้นได้ชื่อว่า Act Utilitarianismหรือประโยชน์นิยมเชิงกรรม ซึ่งเป็นแนวคิดเดิม ส่วนฝ่ายหลังชื่อว่า Rule Utilitarianism หรือประโยชน์นิยมเชิงกฎ เพราะได้นำหลักประโยชน์สูงสุดมาใช้ตรวจสอบกฎเพื่อปรับแก้ข้อบกพร่องบางอย่างของแนวคิดเดิมให้เหมาะสมกับสังคมมากยิ่งขึ้น ในหัวข้อนี้ผู้เขียนจะนำเสนอแนวคิดทั้งสองและนำไปตรวจสอบมโนทัศน์เรื่องการกระทำเหนือหน้าที่ในหัวข้อต่อไป

ประโยชน์นิยมเชิงกรรม

นักจริยศาสตร์ได้วางสูตรประโยชน์นิยมเชิงกรรมไว้เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ตรวจสอบการกระทำทางศีลธรรม ซึ่งผมมีความเห็นว่านัยสำคัญไม่แตกต่างกัน เพียงแต่การใช้ภาษาอาจแตกต่างกันไปบ้าง โดยที่สูตรเหล่านี้ กล่าวได้ว่าประยุกต์มาจากคติบทว่า ประโยชน์สูงสุดเพื่อจำนวนมากที่สุด” นั่นเอง ซึ่งโบฌองพ์ได้อธิบายวิธีการนำไปประยุกต์ใช้ว่า นักประโยชน์นิยมเชิงกรรมจะมีคำถามหลักอยู่ว่า “ฉันควรจะทำอย่างไรในขณะนี้ ?” โดยพิจาณาถึงผลลัพธ์ที่ดีและเลวที่จะได้รับจากการกระทำนั้นของ สถานการณ์นั้น ในขณะนั้น โดยตรง มิใช่ พิจารณาว่าผลลัพธ์ที่ดีและเลวจะมีผลมาจากชุดของการกระทำนี้ โดยทั่วไป อย่างไร หรือ มิใช่ พิจารณาว่าชุดของการกระทำนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่า โดยทั่วไป ในอดีตอย่างไร 

โบฌองพ์ได้ยกตัวอย่างกรณีเกิดขึ้นที่รัฐแคนซัส (อเมริกา) ว่า มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ฝ่ายภรรยานั้น ป่วยหนักกำลังจะตาย จึงได้ขอร้องสามีให้ฆ่าเธอเสียเพื่อจะได้พ้นทุกข์ทรมาน ฝ่ายสามีไม่กล้าฆ่าด้วยตนเองจึงจ้างวานให้คนอื่นฆ่าแทน ในกรณีนี้ แม้ว่าสามีจะมีความรักและปรารถนาให้ภรรยาพ้นจากทุกข์ทรมานก็ตาม ซึ่งตามหลักการกระทำประโยชน์นิยมอาจจะถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง แต่ชุดของการกระทำนี้ขัดแย้งกับกฎศีลธรรมโดยทั่วไปซึ่งบอกว่าห้ามฆ่าผู้อื่น หรือถ้าจะกำหนดว่าเลือกฆ่าได้เฉพาะกรณีก็จะเป็นการยุ่งยากมาก คณะลูกขุนจึงได้ลงโทษจำคุกสามีของเธอยี่สิบห้าปีในฐานฆ่าคนตาย

ตามตัวอย่างที่โบฌองพ์ยกมา จะเห็นได้ว่าประโยชน์นิยมเชิงกรรมมีข้อบกพร่องในด้านความยุติธรรมหรือสิทธิมนุษยชน เป็นต้น กล่าวคือ แม้สามีจะใช้หลักประโยชน์สุงสุดในสถานการณ์นั้นโดยการจ้างวานให้ผู้อื่นฆ่า แต่การกระทำนั้นขัดแย้งกับหลักสิทธิมนุษยชนทั่วไป ดังนั้น นักประโยชน์นิยมจึงได้ปรับปรุงแนวคิดเป็นประโยชน์นิยมเชิงกฎขึ้นในสมัยนี้

ในบันทึกนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ จุดเด่นและจุดด้อยของประโยชน์นิยมเชิงกรรมว่าต่างจากประโยชน์นิยมเชิงกฎอย่างไร ดังนั้น จึงสรุปหลักการของประโยชน์นิยมเชิงกรรมไว้ว่าใช้หลักประโยชน์สูงสุดตัดสินการกระทำขณะนั้นโดยตรง โดยไม่คำนึงถึงกฎว่าจะเป็นอย่างไร หรืออีกนัยหนึ่งประโยชน์นิยมเชิงกรรมมีความเห็นว่า ถ้ากฎคล้อยตามประโยชน์สูงสุดก็นำมาใช้ได้ แต่ถ้ากฎขัดแย้งต่อประโยชน์สูงสุดก็ไม่จำเป็นจะต้องนำมาใช้อนึ่ง เพราะใช้หลักประโยชน์สูงสุดเป็นเกณฑ์ตรวจสอบการกระทำโดยตรง ดังนั้น ประโยชน์นิยมเชิงกรรมจึงเรียกกันว่า ประโยชน์นิยมโดยตรง” หรือบางครั้งก็เรียกกันว่า “ประโยชน์นิยมแบบเดิม” “ประโยชน์นิยมแบบจัด” และ “ประโยชน์นิยมธรรมดา” บ้าง     

หนังสืออ้างอิง

พระมหาชัยวุธ โภชนุกูล. ประโยชน์นิยมกับการกระทำเหนือหน้าที่ 1. http://www.gotoknow.org/posts/67240  เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

พระมหาชัยวุธ โภชนุกูล. ประโยชน์นิยมกับการกระทำเหนือหน้าที่ 2. http://www.gotoknow.org/posts/67260  เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Kriangsak Teera. เสรีนิยมใหม่ พัฒนาการและอิทธิพล (3). http://kriangsakt.blogspot.com/2008/07/2.html  เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ดวงเด่น นุเรมรัมย์.ทฤษฎีประโยชน์นิยม กับสงครามที่เป็นธรรม.http://welcomethai.blogspot.com/2009/11/blog-post.html  เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ไม่มีชื่อผู้แต่ง. แนวคิดอรรถประโยชน์นิยมและทฤษฎีความยุติธรรม. http://integratedsciences-sila.blogspot.com/2011/05/blog-post.htmlhttp://integratedsciences-sila.blogspot.com/2011/05/blog-post.html  เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Dinky Dinke. ทรัพย์สินคืออะไร? – ทรัพย์สินและความรับผิด : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนิติเศรษฐศาสตร์. http://dinkydinke.wordpress.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A1/  เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556