ผมไตร่ตรองจากประสบการณ์ตรงของตนเองว่า  ชีวิตสมรสของผมคล้ายๆ ผมได้ผู้คุมประพฤติประจำตัว  ตอนเด็กๆ แม่เป็นผู้คุมประพฤติ  ตอนโตเป็นผู้ใหญ่และตอนแก่ เมียทำหน้าที่นี้

          ชีวิตคนเราจะได้ดีหรือไม่ แม่กับเมียมีความสำคัญมาก  แม่เราเลือกไม่ได้  แต่เมียเราเป็นคนเลือก  ผมโชคดีที่ได้ทั้งแม่ที่ดี และเมียที่ดี 

          ที่จริงผมไม่ถึงกับมอบให้แม่และเมียบงการชีวิตทั้งหมดผมมีอุดมการณ์เฉพาะตนที่มั่นคงด้วยคือเดาว่าผมมีEFที่ใช้การได้ดีทีเดียว  ไม่ทราบว่ามันพัฒนามาอย่างไร EF คือผู้คุมประพฤติภายในตัวตนของผม  โชคดีที่ผมมี EF เข้มแข็ง  และบางครั้ง EF ของผมก็ขัดกับหลักการคุมประพฤติของแม่ และของเมีย  ซึ่งถ้าผ่อนปรนเข้าหากันได้ ก็ดีไป  แต่ถ้าหมดทางผ่อนปรนก็ต้องขัดใจกัน

          จำได้ว่า เมื่อผมเลือกทางชีวิตที่จะเป็นหมอไม่รวย  ทั้งแม่และเมียบ่นอยู่หลายปี  แล้วเลิกบ่นไปเอง  ตอนนี้ถามทั้งสองคน ว่าหากรู้อย่างนี้ (ชีวิตอย่างที่เห็น) แล้วให้โอกาสย้อนชีวิตกลับไป ๔๐ ปี  จะเห็นด้วยกับการตัดสินใจของผมไหม  คำตอบคือเห็นด้วย

          สภาพเช่นนี้สอนผมว่า ชีวิตไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง  ไม่จำเป็นต้องดำเนินตามรอยหรือตามแนวทางที่คนเชื่อกันว่าหากเดินตามแนวทางใดทางหนึ่งแล้วจะเหมือนกับที่คาดหวังกันโดยทั่วไป  เพราะเส้นทางชีวิตคนจะเดินผ่านโอกาสต่างๆ มากมาย  ขึ้นอยู่กับว่าจะมองเห้นหรือไม่  และมองเห็นแล้วจะเข้าไปหยิบฉวยดำเนินการหรือไม่  หากทำ จะอดทนบากบั่นจนทำได้สำเร็จหรือไม่  รู้จักหาตัวช่วย หรือความร่วมมือ เพื่อสร้างความสำเร็จนั้น หรือไม่

          แม่และเมีย มักเน้นคุมประพฤติส่วนที่เป็นความเสี่ยง  ซึ่งก็มีคุณค่าต่อชีวิตของผมมาก  แต่ผู้คุมประพฤติภายใน ส่วนที่ให้อดทนบากบั่นตั้งหน้าทำงานยากและอุปสรรคมากให้สำเร็จจงได้นั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้คุมประพฤติภายในตัวเราเอง   ตัวคุมประพฤตินี้ ผมได้ตั้งชื่อว่า  “๓ร  ๑ว” อันได้แก่ ร แรงบันดาลใจ,  ร เรียนรู้ (ทักษะในการเรียนรู้), ร ร่วมมือ (ทักษะในการร่วมมือ), และ ว วินัยในตน  ชีวิตของผมได้ดีเพราะผู้คุมประพฤติภายใน ๔ ตัวนี้  ร่วมกับผู้คุมประพฤติภายนอก ๒ม 


วิจารณ์ พานิช

๒๙ มี.ค. ๕๖