จากแขนที่เจ็บทำให้รู้สึกใจคอห่อเหี่ยวไปไม่น้อย เลยไม่มีอารมณ์เขียนบล็อกไปด้วย

กลายเป็นบันทึกรายอาทิตย์มา 2 อาทิตย์แล้ว
พยายามหาข้อแก้ตัวแต่ข้อที่ฟังขึ้นที่สุดคงไม่พ้น

<p>1.ขี้เกียจครับ
ขี้เกียจจากความเหนื่อยล้าของงานแต่ละวันอากาศที่เปลี่ยนแปลงรู้สึกร่างกายมีอาการครั่นเนื้อตัวแปลกๆคล้ายมีไข้+บรรยากาศหลังฝนซาน่านอนมาก</p>
<p>2.สนใจเรื่องอื่น
ข่าวบ้านเมืองตอนนี้หากคนเป็นคอการเมืองหรือห่วงใยในรัฐบาลต้องไม่พลาดสายตาช่วงนี้แน่นอนครับว่าทิศทางของประเทศจะเป็นยังไง/ ข่าวน้ำท่วมยังมีต่อเนื่อง/ปัญหาชายแดนภาคใต้ที่เริ่มลามไปยังภาคอื่น/ข่าวต่างประเทศที่อิหร่าน,เกาหลีเหนือที่อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่จนหลายฝ่ายกลัวว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3</p><p>3.อาการบาดเจ็บที่แขน**
เนื่องจากการออกท่าทั้งหมอที่ผมทำนั้นทุกท่าผ่านแขนทั้งสิ้นทำให้กล้ามแขนถึงลิมิตของมันแล้วครับ ทุกครั้งที่ออกด้วยน้ำหนักมากกว่า 10 กิโลกรัมแขนผมจะสั่นเกร็งและถ้าฝืนออกต่อก็จะเจ็บแปล็บผมจึงตัดสินใจหยุดการยกน้ำหนักในวันที่เป็นแล้ววันต่อมาหันมาออกด้วยดัมเบลล์เบาๆแล้วเพิ่มจำนวนครั้งแทน ซึ่งทำให้ผมรู้สึกใจคอห่อเหี่ยวไปไม่น้อย (ไม่เร้าใจแต่ต้องทำใจ) เลยไม่มีอารมณ์เขียนบล็อกไปด้วย </p><p><hr></p><p>ตารางการออกกำลังอาทิตย์นี้</p><p>พักวันเว้นวันกล่าวคือ ออกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ นั่นเอง
วันที่ออก ยกดัมเบลล์ 5 กิโล ก่อนไปทำงาน
ท่าไหล่ 50 ที/ท่าไบเซ็บ 40 ที/ท่าอก 30 ที
ที่ทำงานยกดัมเบลล์ 2.5 กิโลตามโอกาสอำนวย ทุกท่ารวมกันอย่างน้อย 50 ที (สนองนโยบายผอ.ครับที่ให้มีการเหยียดระหว่างทำงานอย่างน้อย 10 นาที)แต่คนรอบข้างจะกล้วผมเหยียดมาก ระวังนะขอรับ ดัมเบลล์ไร้ตา ลูกน้ำหนักไร้ใจ</p><p>อาหารการกิน
จากการจนลงกระทันหันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วทำให้ผมต้องอาศัยเศรษฐกิจพอเพียงเต็มขั้น คือ
1.
เน้นถั่วเพาะมากขึ้นปัจจุบันกินถั่วเขียวกำลังงอกครั้งละราว 100 กรัม/วัน ซึ่งจะพองตัวเป็นเท่าตัวและกำลังมองหาถั่วอื่นๆ ตามมีคุณหมอวัลลภแนะนำข้าวกล้องงอกซึ่งผมว่าน่าสนใจและกำลังหาอยู่ครับ
2.
งดโยเกิร์ตลงหันมากินนมและไข่แทนเพราะให้โปรตีนที่มากกว่า
3.
งดถั่วตัด,งาแท่งหันมาซื้อถั่วต้มอย่างเดียว/งาสำเร็จเป็นกระปุก
4.
งดมื้อเย็นที่หนักมากเปลี่ยนมาเป็นปานกลางแล้วเพิ่มมื้อกลางวันเพิ่มขึ้นเพราะโรงอาหารที่ทำงานถูกกว่า
5.
ขนม/บะหมี่สำเร็จรูปที่นานๆ กินทีก็งดไปเลย หันมาสต็อคนมกล่องแทน</p><p>ผลการวัดกล้ามสัปดาห์นี้</p><p>ผมไม่กล้าดูเลยครับเพราะแทบจะรู้ผลก่อนแล้วว่ามันไม่น่าขึ้นหรืออาจเล็กลงด้วยซ้ำ
แล้วผมก็ถอนใจเมื่อรู้ว่ามันไม่ได้เล็กลง (ผมวิตกจริตไปเอง)ผลทุกอย่างเท่าเดิมเป๊ะเลยครับไม่ต้องวัดซ้ำ
แต่มันก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้นเช่นกันซึ่งทำให้ผมถอนใจออกมาเบาๆ </p><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoNormalTable" style="border-collapse: collapse"><tbody>

ส่วนที่วัด ไหล่ ต้นแขน อก 27 สค. 49 12.0/12.0 11.4/11.5 - 03 กย. 49 12.5/12.5 11.5/11.7 - 10 กย. 49 (ก่อนออก) 12.75/13.0 11.75/12.0 31.75 10 กย. 49 (หลังออก) 13.0/13.5 12.5/12.75 33.5 22 กย. 49 13.5/13.75 12.5/12.75 35.0 30 กย. 49 13.5/13.75 12.5/12.75 35.0

</tbody></table><p></p><p>การออกกำลังสัปดาห์นี้ทำให้ผมได้รู้เพิ่มว่า
1.
การยกน้ำหนักเบาๆหลายครั้งไม่ได้ทำให้กล้ามใหญ่ขึ้นหรืออาจขึ้นได้แต่คงต้องออกนานมาก (ไม่เหมาะกับคนมีเวลาออกน้อยเช่นผมซึ่งยกได้ไม่เกิน 45 นาที)
2.
การยกน้ำหนักเบาๆทำให้กล้ามเนื้อชัดเจนขึ้นจริงตามที่ตำราว่าไว้เพราะผมสังเกตดูจากเงากระจกเห็นร่องกล้ามเนื้อชัดขึ้นซึ่งมืออาชีพกล่าวว่าเป็นการขจัดไขมันออกไปทำให้ลูกกล้ามชัดเจนขึ้นแลกกับที่มันเล็กลงเล็กน้อย (คนอื่นคงมองยากแต่ผมมองดูทุกวันจนเห็นรอยเล็กน้อยนี้ค่อยๆ ชัดขึ้น)</p><h2>อาทิตย์ถัดไปคาดว่าถ้าอาการหายดีแล้ว คงจะค่อยๆ ทยอยเพิ่มน้ำหนักต่อเนื่องไปครับ</h2>