เมื่อสมัยยังเป็นเด็ก ทุกครั้งที่ได้ยินใคร ๆ พูดถึงคำว่า "ทุรกันดาร" มักจะเข้าใจเสมอว่าหมู่บ้านที่ตนเองอาศัยอยู่นี่แหละ คือพื้นที่ทุรกันดาร เข้าถึงยาก ห่างไกลความเจริญ....หลังจากที่ได้รับโอกาสให้กลับไปทำงานที่อำเภอเกิดของตนเอง  และได้เข้าไปในหมู่บ้านที่ลึกเข้าไปอีก  ไกลจากบ้านเกิดตนเองมากกว่า 30 กิโลเมตร...ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่ายังมีหมู่บ้านอีกมากมายที่ตั้งอยู่ไกลจากตัวอำเภอ ตั้งอยู่ตามหุบเขาอีกจำนวนมาก

ขณะที่เข้าทำงานในพื้นที่ในช่วงแรก ๆ จะเห็นแผงโซล่าเซลล์ตั้งอยู่ตามหน้าบ้าน หลังบ้าน บนหลังคา บ้างก็นำผลผลิตทางการเกษตรไปตากไว้บนแผง บ้างก็ตากผ้า บ้างก็มีฝุ่น บ้างก็โดนบดบังด้วยต้นไม้และภูเขา และมารู้ทีหลังจากทีมงานว่า หากมีการบดบังแผงด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวบ้าน หรือด้วยสภาพภูมิประเทศ และการตั้งแผงฯผิดทิศก็ตาม (การตั้งแผงต้องตั้งเอียงไปทางทิศใต้ทำมุม 20 องศา) มันจะส่งผลให้แผงโซล่าเซลล์ได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ได้ไม่เต็มร้อย  และทำให้มีพลังงานไฟฟ้าใช้เป็นแสงสว่างในครัวเรือนและการเีรียนการสอนสำหรับศูนย์การเรียนไม่เพียงพอ  


แผงโซล่าเซลล์ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน แบบนี้อาจมีโอกาสถูกบดบังด้วยเงาบ้านไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งค่ะ


แบบนี้อาจจะได้รับแสงอาทิตย์ไ้ด้มากกว่าที่ตั้งอยู่ติดกับบ้านและต้นไม้



แผงนี้โดนบดบังไปแล้วจากเงาบ้าน



แบบนี้โหดมากเลย...บดบังทั่วแผง...แต่ใบยาสูบที่ตากคงแห้งมากขึ้น


นำแผงไปไว้บนหลังคาบ้าน แต่โอกาสที่วางผิดทิศมีสูง เพราะหลังคาบ้านไม่ได้สร้างมาทำมุมได้พอดีกับการตั้งแผงโซล่าเซลล์ 


กรณีนี้ก็โดนบัง...ดังนั้นควรจะหมั่นตัดกิ่งก้านของกิ่งไม้ พืชผักบ้าง เพื่อที่จะได้พลังงานแสงอาทิตย์ได้มากที่สุดและมีพลังงานไฟฟ้าได้ใช้ในยามกลางคืนได้นานพอสำหรับการทำกิจกรรมการเรียนการสอนในยามกลางคืน




และนี่ก็อีกอันหนึ่งที่เพิ่งจะเห็น ที่ศศช.บ้านเหล่าปลาทู อ.อมก๋อย  นอกจากแผงโซล่าเซลล์จะมีประโยชน์ในการรับแสงอาทิตย์แล้ว ใต้แผงยังทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาได้อีกด้วยค่ะ