วันจันทร์ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ขากลับจากบ้านที่พัทยา ตั้งใจจะไปค้นหาไก่ย่างกะทิทรงเครื่องปักษ์ใต้ ของแม่แดงอีกครั้ง เพราะใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ พอเลยสนามบินสุวรรณภูมิจะมีเกือกม้ากลับรถเข้าถนนร่มเกล้า เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่าย ขับรถไปจนถึงซอยร่มเกล้า ๖ ก็เตรียมกลับรถหน้ามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ขับย้อนกลับมาอีกนิดก็จะพบร้านอาหารครัวทะเล ซึ่งเป็นร้านที่จำหน่ายไก่ย่างที่กล่าวถึง กุ๊กหนุ่มสองคนกำลังเตรียมของ เตาถ่านติดเรียบร้อยแล้ว พอสั่งปุ๊บก็ย่างปั๊บ ไก่ทำเป็นไม้ตับเรียงไว้ ส่วนเครื่องปรุงใส่กะละมังขนาดย่อมไว้สีคล้ายซอสมะเขือเทศ นำไก่มาจุ่มเครื่องแกงแล้วนำไปย่างบนเตาพอแห้งหมาด ๆ ก็นำไปจุ่มอีก ทำอย่างนี้ ๓ ครั้ง เป็นอันใช้ได้ ขณะรอก็คุยถามวิธีทำจากสองหนุ่ม เขาก็อธิบายให้ฟังแบบไม่ปิดบัง เขาต้องนำไก่ไปนึ่งให้สุกก่อนแล้วแช่ตู้เย็นไว้  สำหรับเครื่องกะทิก็ใช้พริกแห้งเม็ดใหญ่ หอมแดง กระเทียม น้ำตาล รากผักชี และหัวกะทิ (สด) มีเวลาจะลองๆปทำดู แรก ๆ ต้องบังคับให้ลูกน้องกินไปก่อน ฝีมือได้มาตรฐานอาจจะเป็นกุ๊กใหญ่ก็ได้  ลองชิมดูต้องบอกว่าอร่อยคุ้มค่ากับการตามล่ามาหลายวัน มีรสหวานนำ เค็มนิดเผ็ดหน่อย แบบเอาใจคนกรุงเทพฯ

  

ลองค้นหาสูตรแม่แดงดูเขาก็อธิบายไว้ค่อนข้างละเอียด

เตรียมวัตถุดิบ ได้แก่

- ไก่สด 3 กิโลกรัม

- มะพร้าวขูด 1 1/2 กิโลกรัม

- น้ำตาลทราย 3 ขีด

- เกลือป่น

เครื่องปรุงเครื่องแกงสมุนไพร ได้แก่

- พริกแห้งเม็ดใหญ่ 1/2 กิโลกรัม

- หอมแดง 2 กิโลกรัม

- กระเทียม 3 ขีด

- รากผักชี 4-5 ต้น

เริ่มจากทำเครื่องแกงสมุนไพรก่อน โดยนำพริกแห้งเม็ดใหญ่มาเด็ดขั้ว แช่น้ำทิ้งไว้สักพักสงน้ำขึ้นให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำหอมแดงและกระเทียมมาปอกเปลือก รากผักชีล้างให้สะอาด นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกับพริกแห้งเข้าเครื่องปั่นให้ละเอียดจะได้เครื่องแกงสมุนไพร จากนั้นนำหัวกะทิที่เตรียมไว้ผสมลงในเครื่องแกงสมุนไพร ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ คนส่วนผสมให้เข้ากัน เก็บไว้ในตู้เย็น จากนั้นเป็นขั้นตอนการย่างไก่ ใช้ไฟปานกลาง เมื่อไก่สุกนำมาจุ่มราดเครื่องแกงที่เตรียมไว้ให้ทั่วและนำมาย่าง ทำแบบนี้จนครบ 3 ครั้ง จะทำให้เครื่องแกงซึมเข้าไปในเนื้อไก่


วันอังคารที่ ๑๔  พฤษภาคม  ๒๕๕๖ เช้าเดินทางไปโรงเรียนวัดบางพูน เพื่อเปิดโครงการอบรมปฏิบัติการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ของครูปฐมวัยศึกษา ของ ศน.สุวรรณา ละหุ่งเพชร โครงการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรตัวอย่างโครงการนี้ คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมนี เมื่อปีพ.ศ. 2552 คณะกรรมการโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย จึงได้ติดต่อกับมูลนิธิ Haus der kleinen Forscher โดยการประสานงานของ Mr. Thomas Tillmann เพื่อขออนุญาตนำกิจกรรมนี้มาทดลองทำในประเทศไทย บัดนี้ทั้งสองฝ่ายได้ทำความตกลงร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่มาของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มาจากการประเมินผลนานาชาติของโครงการ PISA พบว่า ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทย ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งยังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่จะร่วมมือขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ งานวิจัยยืนยันว่า เราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี) เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำมากที่สุด ซึ่งโครงการได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย industrial shots.  

     

กลับมาทำงานเอกสารที่ห้องจนเที่ยง หลังทานข้าวหมูแดง พาทีมงานเดินทางไปอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมงานพระาชทานเพลิงศพ ดร.ศักดิ์ชัย ปัญหา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ปทุมธานี  มีท่านครรชิต หิรัณยหาด รองฯ ประพฤทธิ์ บุญอำไพ ผอ.หน่วยตรวจสอบภายใน คุณพิมพ์ใจ กองช่าง  คุณยาจิต สัมฤทธิ์ กลุ่มนโยบายและแผน แมว หมู ภา เดินทางไปด้วย จากเดิมจะร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศักดิ์ชัย แล้วกลับ ต้องเพิ่มแผนไปเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่ของคุณแสงทอง เจ็งสวัสดิ์ ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี  อากาศวันนี้ร้อนมาก ๆ แอร์รถตู้ก็ดันมาเสีย จึงเหมือนนั่งในเตาอบ เป็นที่ทุกข์ทรมาน  พิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศักดิ์ชัย มีคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นประธาน ญาติสนิทมิตรสหายมากันมาก ท้ายสุดของชีวิตก็เหลือแต่คุณงามความดี เดินทางกลับมาอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ ถึงวัดสาธุประชาสรรค์ คณะจากเขตมาสมทบอีกหนึ่งคันรถปิคอัพ เจ้าภาพรับรองด้วยอาหารพื้นบ้านหนึ่งมื้อ พิธีสวดพระอภิธรรมศพเริ่ม ๒ ทุ่ม แต่สวดเพียงจบเดียว คุณแสงทอง เจ็งสวัสดิ์ ป่วยด้วยเส้นเลือดในสมองแตก ขณะนี้ยังจำความใด ๆ ไม่ได้ จึงไม่มีโอกาสมาร่วมงานศพของมารดา พวกเราจึงช่วยกันดูแลตามสมควร  ขากลับรถไม่มาก ความร้อนลดลง ถึงปทุมธานีประมาณ ๓ ทุ่ม วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ จะประชุมเพลิง คณะจากเขตคงมาร่วมกันอีกส่วนหนึ่ง

                 

วันพุธที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖  เช้าเข้าติดต่อราชการที่กระทรวงศึกษาธิการ บ่ายกลับมาทำงานเอกสาร นิติกรนำแผนผังขั้นตอนการดำเนินการตามมาตรา ๔๙ เพื่อสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการ เพราะขาดคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา ๓๐(๑๓) ทุจริตการสอบเข้ารับราชการ มีลำดับขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนการดำเนินการกรณีสอบครูผู้ช่วยฯ

  ๑. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเรื่องให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต๑ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

  ๒. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต๑พิจารณาดำเนินการตามแนวทางและระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  ๓. เสนออ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต๑ทราบและพิจารณา

  ๔. ส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้มีอำนาจตามมาตรา๕๓ของพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.๒๕๔๗พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

  ๕. ผู้มีอำนาจตามมาตรา๕๓ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง (เทียบเคียงม.๙๕ของพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.๒๕๔๗)

  ๖. คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงสรุปข้อเท็จจริงและรายงานผู้สั่งแต่งตั้งฯ

  ๗. ผู้สั่งแต่งตั้งฯพิจารณาสำนวนการสอบสวนและพิจารณาสั่งการ

  ๗.๑  ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลหรือข้อเท็จจริงพยานหลักฐานไม่เพียงพอให้ (ยุติเรื่อง)

  ๗.๒  ถ้าเห็นว่าข้อเท็จจริงมีหลักฐานชัดแจ้งดำเนินการดังนี้

  ๑) แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบและชี้แจงโต้แย้งพยานหลักฐานตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาตรา๓๐

  ๒) เมื่อผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแสดงพยานหลักฐานแล้วพิจารณาข้อโต้แย้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

  ๓) สั่งการตามอำนาจหน้าที่

  ๔) รายงานอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต๑

  ๘. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต๑พิจารณาและรายงานสพฐ.และก.ค.ศ.

ขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับหนังสือจาก DSI เรียบร้อยแล้ว จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการที่กฎหมายกำหนดต่อไป

วันพฤหัสบดีี่ ๑๖ พฤษภาคม  ๒๕๕๖  ภาคเช้ามีการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑ มีเรื่องพิจารณาเกี่ยวกับการคัดเลือกครูไปฝึกปฏิบัติธรรมที่เวิร์ลพีช เขาใหญ่ การรับรองผลงานหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม งานคุรุสภาเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบประกอบวิชาชีพครู ถือเป็นงานหลัก เดี๋ยวนี้สามารถให้บริการได้ที่สำนักงานคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตประถมศึกษาทุกเขต เพราะมีการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังส่วนกลาง ใบอนุญาตเกี่ยวกับวิชาชีพครูปัจจุบันมี ๔ ประเภท คือ 

  ๑. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  คือ  หลักฐานที่คุรุสภาออกให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คุรุสภากำหนด  ดังนี้  ๑) มีอายุไม่ต่ำกว่า  ๒๐ ปี บริบูรณ์  ๒) มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง  และ ๓) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

  คุณสมบัติตาม ข้อ ๒) และ ข้อ ๓) หมายถึง เป็นคุณวุฒิที่เป็นไปตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพครูที่คุรุสภากำหนด  โดยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา  หรือประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูที่คุรุสภารับรอง ซึ่งเป็นหลักสูตรที่รวมการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ ปี ไว้ในหลักสูตร  หรือเป็นผู้ได้รับ ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน  และมีประสบการณ์ในการสอน ๑ ปี โดยผ่านการประเมินจากสถานศึกษาที่ปฏิบัติการสอน

  ๒. ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน  คือ  หลักฐานที่คุรุสภาออกให้ผู้ที่มีเฉพาะความรู้วิชาชีพครูตามมาตรฐานที่คุรุสภากำหนดแต่ยังขาดประสบการณ์การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา  เพื่อให้ผู้ถือใช้เป็นหลักฐานในการประกอบวิชาชีพครูได้  โดยอยู่ในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา (ผู้บริหารสถานศึกษา) และเมื่อปฏิบัติการสอนเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๑  ปี สามารถนำผลการประเมินการปฏิบัติ การสอนจากสถานศึกษาประกอบกับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน  มาขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้

  ๓. หนังสือรับรองสิทธิ  คือ  หลักฐานที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาออกให้แก่ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการจะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  เพื่อเป็นหลักฐานแสดงสิทธิในการประกอบวิชาชีพครู  ระหว่างรอการอนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ  โดยหนังสือรับรองสิทธิ มีอายุ ๖๐ วัน

  ๔.  หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  คือ  หลักฐานที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาออกให้แก่ผู้ที่ยังขาดคุณสมบัติในการจะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  แต่สถานศึกษาหรือหน่วยงานมีความต้องการให้ประกอบวิชาชีพครู ด้วยเหตุผล ความจำเป็น  โดยสถานศึกษาและหน่วยงานจะต้องเป็นผู้ขอให้คุรุสภาออก หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งจะต้องระบุเหตุผล ความจำเป็นในการขออนุญาตดังกล่าว  โดยคุรุสภาจะพิจารณาอนุญาตจากคุณวุฒิ เหตุผล และความจำเป็น ที่ระบุ

           

วันศุกร์ที่ ๑๗  พฤษภาคม ๒๕๕๖  หลังดื่มกาแฟที่ห้องสโมสร เดินทางไปโรงเรียนวัดถั่วทอง อำเภอสามโคก เพราะกลุ่มนโยบายและแผน นัดประชุมครูโรงเรียนนี้และครูโรงเรียนว้ดปทุมทองไว้ เป็นการคุยกันเรื่องการยกระดับคุณภาพการศึกษาเพระทั้ง ๒ โรงเรียน มีจำนวนนักเรียนที่กำลังปริ่มน้ำ คือ ๖๐ คน บวกลบนิดหน่อย แต่ด้านคุณภาพก็ไม่น้อยหน้าที่อื่น ทำคะแนน O-NET ได้สูงกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่หลายโรงเรียน


  โรงเรียนวัดถั่วทองและโรงเรียนวัดปทุมทอง อยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก แต่ชุมชนได้ช่วยกันจนโรงเรียนกลับสู่สภาพปกติ วันนี้ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อาจารย์มานิตย์ เนื่องรักษา ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เพราะ ทั้งวัดทั้งชาวบ้านตื่นตระหนกว่าเขตจะยุบโรงเรียน การประชุมได้ข้อสรุปว่าทั้ง ๒ โรงเรียนจะมีการใช้ทรัพยากรร่วมกันจัดกิจกรรมร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และจะมีกิจกรรมใหม่ ๆ ให้นักเรียนได้เรียนรู้ 


บ่ายกลับมาทำงานเอกสารที่ห้อง นางสาวจรัญพร เลิศสหกุล จาก ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศการเกษตร มาพบเพื่อต่อยอดโครงการนักสำรวจแห่งท้องทุ่ง ซึ่งจะส่งเสริมให้ครูได้สร้างคู่มือกิจกรรมในโรงเรียน "ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศเกษตร" ตั้งอยู่ในบริเวณ สำนักงานพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ฝั่งตรงข้ามนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี ตามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ WWF ประเทศไทย สนับสนุนโดย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นตัวแทนของระบบนิเวศที่ราบลุ่มภาคกลาง เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เกษตรเสื่อมโทรม และผืนป่าภาคกลางซึ่งถูกรุกล้ำโดยการขยายตัวทางอุตสาหกรรม เพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา และประกอบกิจกรรมเพื่อสังคม ปัจจุบันบริหารจัดการโดย มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) - FEED ได้แลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน ก็ตกลงว่าจะช่วยกันดำเนินงานให้สำเร็จ  หลายเขตโทร.มาปรึกษาเรื่องการดำเนินการสอบบรรจุครูที่กำลังจะทำกันในเดือนหน้า ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดทำข้อสอบ ก็อรรถาธิบายถึงวิธีดำเนินการของ สพป.ปทุมธานี เขต ๑ กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา อีกเรื่องหนึ่ง คือการสั่งให้ครูผู้ช่วยออกจากราชการตามมาตรา ๔๙ เพราะขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๐(๑๓) ทุจริตการสอบ เขาหารือว่าหาก ดีเอสไอและ ก.ค.ศ. แจ้งมาให้เพิกถอนจะดำเนินการได้เลยหรือไม ก็ตอบตามหลักการไปว่า จะต้องตั้งกรรมการสอบสวนให้ได้ข้อยุติเสียก่อนว่า ข้าราชการดังกล่าวทุจริตหรือไม่ ผลเป็นประการใด ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจึงจะสั่งให้ออกจากราชการได้ หากทำไปโดยไม่มีกระบวนการพิจารณาทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เมื่อมีการฟ้องร้องไปที่ศาลปกครอง ก็จะถูกศาลปกครองสั่งให้เพิกถอนคำสั่ง เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวได้แสดงพยานหลักฐานแก้ข้อความกล่าวหา ต่างจากกรณีที่ ก.ค.ศ. หรือ สพฐ. ยกเลิกคะแนนหรือผลการสอบรายบุคคล กรณีหลังมีผลทำให้คำสั่งบรรจุแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งสามารถเพิกถอนได้เลย

กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม

  คำว่า กรรม ได้แก่ การกระทำ หมายถึง การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา คือ ทำด้วยความจงใจหรือจงใจทำดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เช่นขุดหลุมพรางดักคนหรือสัตว์ให้ตกลงไปตาย เป็นกรรม แต่ขุดบ่อน้ำไว้กินใช้ สัตว์ตกลงไปตายเอง ไม่เป็นกรรม (แต่ถ้ารู้อยู่ว่า บ่อน้ำที่ตนขุด ๆไว้อยู่ในที่ซึ่งคนจะพลัดตกได้ง่าย แล้วปล่อยปละละเลย มีคนตกลงไปตายก็ไม่พ้นเป็นกรรม) การกระทำที่ดีเรียกว่า “กรรมดี” ที่ชั่ว เรียกว่า “กรรมชั่ว”ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก มนุษย์มีความเชื่อถือกันว่า วีถีชีวิตของคนเราจะเป็นไปอย่างไรนั้น เทพเจ้าเท่านั้นจะเป็นผู้บันดาล แต่ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น พระองค์ทรงค้นพบว่า ชีวิตของคนจะเป็นอย่างไรนั้น คือ ดี เลว ประณีต ยากจน ร่ำรวย หรืออับเฉาทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลของกรรมที่ตนเองทำไว้ คนอื่นจะทำความดี ความชั่ว และรับผลของกรรมดีกรรมชั่วแทนกันไม่ได้ทางพระพุทธศาสนาถือกันว่ากรรมเป็นผู้ตกแต่งว่าจะให้ใครเป็นอย่างไร คือจะให้ดีหรือเลว มิใช่พระเจ้าหรือเทพเจ้าเป็นผู้แต่ง ที่ว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมนั้น หมายความว่า คนเราจะเป็นอย่างไร แรงกรรมเท่านั้นเป็นผู้พาไป มิใช่มีใครคอยดลบันดาลให้ ฉะนั้น พุทธศาสนิกชนควรประกอบกรรมดี คือกุศลกรรม หลีกเลี่ยงกรรมไม่ดี คือ อกุศลกรรมการประพฤติปฏิบัติดีย่อมส่งผลให้ผู้ประพฤติปฎิบัติได้รับผลแห่งกรรมดีนั้น ดังพุทธภาษิตว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

กำจัด  คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานีเขต ๑