.
สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง 'Fever reducers don't slow children's recovery: study'
= "ยาลดไข้ (ยาแก้ปวด ลดไข้) ไม่ได้ทำให้โรค (เด็กฟื้นตัว) หายช้า", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.

.
ไข้ที่ไม่สูงมากเกินมีส่วนช่วยให้ระบบภูมิต้านทานโรคทำงาน (ทำลายเชื้อโรค) ได้ดีขึ้น
.
ชาวตะวันตก (ฝรั่ง) จำนวนมากเชื่อว่า การใช้ยาลดไข้ทำให้โรคหายช้า
.
ยาลดไข้มีชื่อหลายอย่าง เช่น
  • fever (ไข้) + reducer (ผู้ทำให้ลด ทำให้น้อยลง)
  • antipyretic (anti- = ต่อต้าน; -pyretic = ไข้)
  • anti-fever meds (anti- = ต่อต้าน; fever = ไข้; meds = medications = การใช้ยา, เติม '-s' = หลายชนิด)

.
การศึกษาบางรายงานพบว่า ยาลดไข้พาราเซตามอล (paracetamol) ในไทย หรือชื่อในอเมริกา คือ อะเซทามิโนเฟน (acetaminophen) อาจทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานหลังฉีดวัคซีนได้น้อยลง
.
ศ.อะลิซัน วายล์ จากสถาบันคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน หัวหน้าคณะวิจัย (ตีพิมพ์ใน J Pediatrics) กล่าวว่า มีการศึกษาเรื่องยาลดไข้ในเด็ก 6 รายงาน รวมกลุ่มตัวอย่าง 657 ราย
.
ยังไม่มีหลักฐานจากการวิจัยรับรองว่า ยาลดไข้ทำให้โรคหายช้าลง
.
เด็กที่เป็นไข้และได้รับยาลดไข้ (anti-fever meds) มีแนวโน้มจะหายไข้เร็วกว่า = 4 ชั่วโมง แต่ไม่ได้หายจากโรคเร็วขึ้น

ดร.แจนิซ ซัลลิแวน ผอ.ฝ่ายการแพทย์ ศูนย์วิจัยโรคเด็กโคแซร์ ชาริที, ลุยส์วิลล์ สหรัฐฯ กล่าวว่า ปัญหาจริงๆ น่าจะอยู่ที่โรค "กลัวไข้ (fever-phobia; fever = ไข้; phobia = ตื่นตระหนก กลัวอย่างไม่มีเหตุผล)" ของคุณแม่ คุณพ่อ และผู้ปกครองญาติๆ
.
โรค "กลัวไข้" ทำให้คุณแม่ คุณพ่อ และผู้ปกครองเด็กๆ ใช้ยาลดไข้มาก แถมยังกดดัน บังคับหมอให้จ่ายยาลดไข้มากๆ 
.
ปัญหาใหญ่ คือ ยาทุกชนิดมีความเสี่ยงอาการข้างเคียง และการแพ้ยา... ไม่มากก็น้อย
.
ที่พบบ่อย คือ
.
(1). พาราเซตามอล (paracetamol) ติดต่อกันนาน โดยเฉพาะเกิน 7 วัน > เพิ่มเสี่ยงตับอักเสบ
.
(2). เอนเซดส์ (NSAIDs / Non-Steroid Anti-inflammatory Drugs / ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์) ติดต่อกันเกิน 2 วัน > เพิ่มเสี่ยงไตเสื่อม ไตวาย
.

.
ตัวอย่างยาเอนเซดส์ เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen), ไดโคลฟีแนค (diclofenac) ฯลฯ
.
ยาเอนเซดส์ มีชื่ออีกอย่างว่า "ยากระดูก - ยาแก้ปวดข้อ" เนื่องจากใช้บรรเทาอาการปวดข้อ เช่น ข้อเสื่อม ฯลฯ ได้ดี
.
การใช้ยาแต่น้อย ใช้ตามข้อบ่งชี้จะมีความคุ้มทุนดีที่สุด เสี่ยงน้อยที่สุด
.
ธรรมชาติของไต คือ เสื่อมตามอายุ... อายุยิ่งมาก ยิ่งเสื่อม
.

.
ความเสี่ยงไตเสื่อมเร็วขึ้นจากยาเอนเซดส์มากในคนที่มีโรคต่อไปนี้
.
(1). เบาหวาน
.
(2). ความดันเลือดสูง
.
(3). นิ่วทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วไต นิ่วท่อไต นิ่วกระเพาะปัสสาวะ ฯลฯ หรือทางเดินปัสสาวะอุดตัน เช่น ต่อมลูกหมากโตที่พบบ่อยในคนอายุมาก ฯลฯ
.

.
(4). ไตอักเสบติดเชื้อ และรักษาไม่ครบ 10-14 วัน เช่น กินยาไม่ครบกำหนด ฯลฯ
.
(5). คนสูงอายุ
.
(6). ภาวะขาดน้ำ หรือความดันเลือดตกลง เช่น ช็อค ฯลฯ
.

.
ดร.ซุลลิแวน แนะนำให้ใช้ยาลดไข้-แก้ปวด เมื่อมีอาการ เช่น ปวดหัว ฯลฯ, ไข้สูง 
.
ดร.ปีเตอร์ เครมสแนร์ ผอ.สถาบันโรคเขตร้อนทือบิงเงน เยอรมนี และทีมวิจัยโรคมาลาเรีย 3 รายงานกล่าวว่า
.
ไข้ที่ไม่ได้สูงมากไม่ได้มีอันตรายในตัวของมันเอง
.
ไข้ที่สูงมากอาจทำให้เด็กชักได้
.

.
วิธีป้องกันไข้สูงที่ดี คือ ดื่มน้ำให้มากพอเป็นประจำ อย่าปล่อยให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดไข้สูงได้ง่าย
.
การป้องกันโรคติดเชื้อช่วยลดเสี่ยงไข้สูงได้ โดยเฉพาะการล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหาร-ดื่มน้ำ-สัมผัสใบหน้า-เข้าบ้าน-นอน, หลังใช้ห้องน้ำ-สัมผัสสัตว์-ใช้ของร่วมกับคนอื่น
.
การล้างมือด้วยสบู่ลดเสี่ยงโรคติดเชื้อทั้งทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ, โรคทางเดินอาหาร เช่น ไวรัสลำไส้อักเสบที่ทำให้อาเจียน หรือท้องเสียนาน ฯลฯ
.
การใช้ยาลดไข้เท่าที่จำเป็น และไม่ใช้ติดต่อกันนาน จะช่วยให้ได้รับประโยชน์จากยา, ป้องกันตับอักเสบ (กรณีพาราเซตามอล), ป้องกันไตเสื่อม (กรณีเอนเซดส์ เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค ฯลฯ)
.

.
เคล็ดไม่ลับที่ช่วยให้คนเราหายจากไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้นได้แก่
.
(1). ล้างมือด้วยสบู่ให้บ่อยขึ้น
.
เชื้อที่ทำให้เกิดไข้หวัดมีหลายร้อยชนิด... ตอนไม่สบายก็ยังติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ป่วยหนักขึ้น นานขึ้น หรือมีโรคแทรก เช่น ปอดบวม ฯลฯ เพิ่มขึ้นได้
.
(2). ดื่มน้ำให้มากพอตลอดวัน
.
ช่วงเวลาที่คนเราขาดน้ำมาก คือ ช่วงเช้า, ควรฝึกนิสัยล้างมือด้วยสบู่ - บ้วนปาก - แล้วดื่มน้ำ 1-3 แก้วหลังตื่นนอนทันที
.
(3). นอนไม่ดึก และนอนให้พอ
.
(4). ไม่นอนกลางวันติดต่อกันนาน
.
ท่อระบายของเสียของไซนัส หรือโพรงอากาศรอบจมูก (paranasal sinuses) ที่อยู่เหนือตา-ใต้ตา-ตรงกลางระหว่างตาซ้ายขวา-ตรงกลางด้านหลังตา จะทำงานได้ดีในท่ายืน-เดิน-นั่ง ดีกว่าท่านอน
.
ถ้านอนกลางวันติดต่อกันนาน... การระบายของเสียออกจากไซนัสจะช้าลงไปมาก เพิ่มเสี่ยงไซนัสอักเสบที่ทำให้ปวดมึนหัว หรือไข้สูงนาน
.
แม้ไม่สบายก็ต้องลุกขึ้นมานั่ง ยืน เดินสลับบ่อยๆ ในช่วงกลางวัน แบบที่โบราณว่า "เดินบ้าง... เลือดลมจะได้ไหลเวียนดี"
.

.
ถ้าต้องการมีไตดีๆ ไว้คู่กายนานๆ... อย่าลืมดื่มน้ำให้พอ ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนัก เช็คเบาหวานทุกปี และเช็คความดันเลือดทุกๆ 2-3 เดือน
.
และอย่าลืม... ไม่ใช้ยาแก้ปวด-ลดไข้ติดต่อกันนานๆ เพื่อลดเสี่ยงตับอักเสบ ไตเสื่อม ไตวาย
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

 > [ Twitter ]

  • ขอขอบพระคุณ / Thank > Source by Reuters > The Journal of Pediatrics, online May 9, 2013.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. 18 พฤษภาคม 56. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้