จดหมายถึงครู l เรียนรู้ใจดื้อด้าน
วันพุธ ที่ 15พฤษภาคม พ.ศ. 2556
กราบสวัสดีค่ะครู
สองวันนี้ได้ติดตามคารูไปทำงาน อาการรักษาสติไม่ต่อเนื่องยังปรากฏ ทำให้ครูต้องคอยเตือนให้สติ เป็นเส้นทางการขัดเกลาที่ครูคอยประคับประคองลากถูก แบบที่ครูคอยปั่นแต่หนูดึงถ่วง
เป็นภาพเปรียบเปรยที่ รับรู้ลงไปข้างในเจ้าค่ะ จริง
การได้ขับรถให้ครูได้เห็นภาพชัดของการพลาดขาดสติ
ถ้าครูไม่เตือนแล้วบอกทางใหม่
ก็จะหลงไปไกลเจ้าค่ะ
เหมือนที่กราบเรียนครูว่าบันทึกที่ไม่ค่อยเขียน เพราะรู้สึกถึงข้างในที่เต็มไปด้วยความชั่ว
แต่พอครูชี้ว่า เป็นการฝึกฝนกลั่นกรองขัดเกลาของจิต
แรก ๆ ก็จะมีหลุดรอดมาเป็นธรรมดา เหมือนกรองน้ำผลไม้ น้ำแรกก็ยังมีกาก
พอฝึกฝนจนจิตคุ้นเคยก็จะได้เอง เลยตั้งไข่ทำใหม่
กลับมาถึงวัด เจอป้าพร เหมือนท่านรอจังหวะได้คุย ได้การฟัง ทำให้เข้าใจและเห็นตนเองมากขึ้นกับเรื่องราวที่ได้ยินเจ้าค่ะ
พอครูโทรมาก็เหมือนได้เห็น “ความเมตตาของครู”
หนูรู้ว่า “ครูเหนื่อย” แต่ครูก็ช่วย ๆ ๆ ช่วยทุกคนแบบทุ่มเท
เพียงแค่ครูเอ่ย ก็เลยตั้งใจกับตนเองว่า “ทำ”
หากครูปรับเปลี่ยนก็ “ทำตามนั้นให้ได้”
โจทย์ คือ ทำอย่างไรใจจะไม่ดื้อด้าน
เพราะความดื้อด้านไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์เลยในเส้นทาง
เมื่อมีโอกาสครูก็ชี้ว่า “พระชาวต่างชาติ ท่านยิ่งฝึกได้ยากกว่าเราเพราะวิถีชีวิตเดิมท่านแตกต่างจากวิถีพระป่ามาก”
แต่ท่านก็อดทนขัดเกลาได้จนสำเร็จ แต่เร่านี่ดีกว่ามาก ๆ ทำไมไม่รักษาโอกาส
ได้ฟังน้ำตาก็ร่วง ไม่ใช่ร่วงด้วยความเศร้า หรือ น้อยใจค่ะ
แต่คือ คำว่า ใช่ จริง ๆ ด้วย โอกาสดี ๆ มีอยู่ตรงหน้า ที่เหลือก็เพียงรักษา ด้วยการลงมือทำ
ทำธรรม ถึงจะถึงธรรม
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ

Note บันทึกหลังลาสิกขาได้ 2 วัน