"ชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคนที่มาจากที่แตกต่างกัน ต่างความคิด ต่างอารมณ์ ต่างทัศนคติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากมีการใช้ชีวอตคู่ ก็คือ ความต่าง ต่างๆที่จะต้องปรับจูนให้เข้ากัน ไม่ใช่การแก้ความต่างให้เป็นความเหมือนกัน จึงจะยอมรับกันได้"

  

   เมื่อเช้าผู้เขียนวางหนังสือพิมพ์ลงไม่อยากอ่านเพราะเจอแต่ข่าวเครียด ตกบ่ายลองหยิบมาพลิกๆอ่าน เจอบทความหนึ่ง ชื่อ"ออกกำลังใจ" เรื่อง "คนไม่กล้ารัก" โดยนายแพทย์ กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล อ่านแล้วเห็นน่าสนใจจึง ขออนุญาตสรุปย่อๆมาบันทึกเผยแผ่ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้าง

   คุณหมอเล่าถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ที่ผ่านชีวิตรักที่ขมขื่นมาก่อน เพราะความคาดหวังในชีวิตว่าอยากจะมีใครสักคนที่เป็นคู่กันยามแก่เฒ่า

   เมื่อมีแฟนก็เกิดรู้สึกลุ่มหลงมากเกินไป ด้วยคาดหวังว่าชีวิตจะสมหวังตลอดไป แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เธอกลับต้องพบกับความผิดหวัง กว่าจะทำใจได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร

   และเมื่อมีโอกาสเจอคนที่พึงพอใจอีกครั้ง เธอบอกว่าเป็นคนดีมากคนหนึ่ง จึงบอกกับตัวเองว่าจะไม่ขอเป็นแฟนกับคนนี้อีกแล้ว อยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้นานๆ

   ถึงแม้จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันไปแล้ว แต่เธอก็พยายามบอกกับคนอื่นว่าเป็นแค่เพื่อนสนิท เป็นพี่น้องกัน

   คุณหมอเล่าว่า ได้บอกให้เธอกลับไปคิดแบบคนที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง มิใช่เจ้าหญิงที่ในนิยายหรือเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน

   เป็นการยากที่จะบอกใครต่อใครและให้คนอื่นเข้าใจในความสัมพันธ์ที่แนบแน่น แต่กลับบอกทุกคนว่าเป็นพี่น้องกันเท่านั้น

   บอกเธอให้ลองกลับไปทบทวนเบื้องหลังตนเองว่าในชีวิตเจอรูปแบบความรักของคนรอบตัวอย่างไร เช่น มีแต่ความผิดหวัง ล้มเหลว เกลียดชัง เคียดแค้นหรือมองโลกในแง่ลบหรือไม่

   หากเกิดสิ่งเหล่านี้รอบๆตัวเรา เราจะก้าวข้ามผ่านความรู้สึกหรือบาดแผลในใจเหล่านั้นไปได้อย่างไร หากไม่สามารถทำได้ก็จะจมอยู่กับความกลัวไปทั้งชีวิต ทั้งๆที่ความเป็นจริง อาจเป็นเรื่องราวของคนอื่นที่ผ่านไปแล้ว หรืออาจจะไม่เกี่ยวกับตัวเราอีกแล้วก็เป็นได้

   "ชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคนที่มาจากที่แตกต่างกัน ต่างความคิด ต่างอารมณ์ ต่างทัศนคติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากมีการใช้ชีวอตคู่ ก็คือ ความต่าง ต่างๆที่จะต้องปรับจูนให้เข้ากัน ไม่ใช่การแก้ความต่างให้เป็นความเหมือนกัน จึงจะยอมรับกันได้"

   อย่าโกหกใจของตัวเอง เพราะแม้ว่าการพยายามปกปิดความรู้สึกขิงตนเองต่อคนอื่นๆ อาจจะพึงทำได้ แต่ไม่มีใครปกปิดความรุ้สึกของตนเองต่อตนเองได้สำเร็จ

  ลองถามตัวเองว่ามองตัวเองอย่างไร ถึงเกรงว่าชีวิตจะไม่สมหวัง จึงต้องหลีกหนีความเสี่ยงเหล่านั้น เช่น มองตัวเองต่ำต้อย ด้อยค่า หน้าตาไม่ดี ฐานะ การศึกษาไม่ดีพอ คงไม่มีใครมารักเราจริง

   การมองตัวเองแบบนั้นนอกจากจะดูถูกตัวเองแลัว ยังอาจจะเป็นการดูถูกคู่รักของเราเองด้วย พราะเขาอาจจะรักเราที่หัวใจ ใช่เปลือนอกที่ฉาบฉวย

   "ชีวิตคู่ที่ทีความรักและความจริงใจต่อกันนั้นเป็นสิ่งที่ดีงามเสมอ แม้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไปก็ตาม แต่ถ้าไม่เปิดใจใหห้เดินบนเส้นทางของความเสี่ยงบ้าง คุณก็จะไม่มีโอกาสรู้ว่า นอกเหนือจากความเสี่ยงแล้ว คุณก็อาจจะได้พบกับความสุขจากการได้รักกันนั้น บางทีมันก้คุ้มค่าที่จะเสี่ยงไม่น้อยเลยทีเดียว...

...ขอให้สมหวังในความรักกันเยอะๆนะครับ " คุณหมอเขียนอวยพรทิ้งท้าย

   ..........................

ขอบคุณคอลัมน์"ออกกำลังใจ" เรื่อง "คนไม่กล้ารัก" โดยนายแพทย์ กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล /ไทยรัฐ ฉบับ วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 หน้า 10

   

ขอบคุณภาพและเพลงประกอบจากอินเทอร์เน็ตและyoutube