ผู้เขียนได้รับเมล์แบบสอบถามจากอาจารย์ ดร.ขจิต ฝอยทอง มาร่วมสัปดาห์แล้ว

ยังไม่มีโอกาสได้เขียนส่งสักที…วันนี้อ่านในบันทึก พบว่า..อาจารย์ได้ทวงถามแล้ว

จึงถือโอกาส ตอบสด ผ่านสังคมประเทืองปัญญาแห่งนี้

เพราะผู้เขียนเชื่อว่า…. ความคิดความอ่านของผู้เขียน อาจไม่แตกต่างมากมักกับสมาชิกในสังคมแห่งนี้





ตอนที่ 1 : ผู้เขียน มีอายูระหว่าง 41-50 ปี เพศชาย วุฒิการศึกษาขั้นสูงสุด ป.บัณฑิต สาขาการพัฒนาระบบสารสนเทศสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


ตอนที่2 : คำถามปลายเปิด ที่อาจารย์ขีดเส้นใต้ไว้ว่า …กรุณาเขียนให้มากนิดหนึ่ง

วันนี้ผู้เขียนตอบสด… มีไม่มีตำราและเอกสารอ้างอิงใด ๆ … แต่คำตอบที่อาจารย์ได้รับคือความรู้สึกที่ออกมาจากใจของผู้เขียนทั้งหมด


    1. ท่านรู้จัก Gotoknow.org ได้อย่างไร
    2. ท่านสมัครเป็นสมาชิกGotoknow.org ได้อย่างไร

เมื่อกว่า 6 ปี ที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนได้ สืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูล เพื่ออ้างอิง การศึกษา บทความวิชาการ และงานวิจัยของผู้เขียน คำสำคัญที่ผู้เขียน สืบค้นจาก Google ปรากฏรายการออกมาให้ผู้เขียนเห็น และนำพาให้ผู้เขียนเข้าไปอ่าน มีหลายๆบทความที่ตรงตามความต้องการของผู้เขียน และหนึ่งในหลาย ๆ บทความนั้น เป็นบทความที่อยู่ใน website : GotoKnow และหลาย ๆบทความที่ผู้เขียนได้อ่านนั้น เป็นบทความของผู้เขียนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามาถ มีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปกล่าวอ้างอิงในบทความและงานวิจัยของผู้เขียนได้


นานวันเข้า เมื่อเข้าไปอ่านบันทึกต่างๆ ใน websiteแห่งนี้มากขึ้น ผู้เขียนเริ่มคุ้นเคย หลังจากที่ได้อ่านบันทึกของผู้รู้หลาย ๆ ท่าน รวมทั้งการตอบโต้แสดงความคิดเห็นไปมา ระหว่างกัน ของสมาชิกภายในชุมชนแห่งนี้


ผู้เขียนรับรู้ถึงความเป็นกันเอง ความคุ้นเคยกันจากภาษาที่เขียนโต้ตอบกันไปมา website แห่งนี้ใช่ว่าจะน่าเบื่อหรือหนักอึ้งทางด้านวิชาการแต่เพียงอย่างเดียวไม่? บ่อยครั้งที่ผู้เขียนได้อ่านบันทึกน่ารัก หวานแหวว มีจินตนาการที่สวยงามของสมาชิกในชุมชนที่หลาย ๆ ท่านเขียนทิ้งไว้ สำนวนภาษาที่ใช้น่าอ่าน น่ารัก.. น่าพูดคุยสนทนาด้วย หรือบางบทความที่ผู้เขียนได้เข้าไปบางท่านอาจใช้ ภาษาที่มุทะลุดุดัน ตรงไปตรงมา หรือเรียกร้องบางสิ่งบางอย่างจากสังคม ขอบอกตรงว่า ๆ ผู้เขียนเกิดความชอบความหลากหลายทางความคิดจากสังคมแห่งนี้มาก


เมื่อเริ่มคุ้นเคย ก็เริ่มชอบ… จากการเป็นนักอ่านที่ชอบอ่านความคิดของคน ชื่นชมใครบางคนในชุมชนแห่งนี้

โอ้โห! ทำไมเค้าถึงเขียนดีจัง เขียนได้น่าอ่าน และชวนติดตาม ภาษาที่ใช้ก็ชวนคิด อยากแสดงความคิดเห็นบ้างจังเลย

ความสนใจที่จะเข้าไปเป็นสมาชิกในชุมชนแห่งนี้จึงได้เริ่มต้นขึ้น




3. ท่านมีวิธีการเขียนเรื่องเล่า(Best Practice) โดยมีแรงจูงใจในการเขียนมาจากอะไร

ความที่เป็นสมาชิกใหม่ ในสังคมที่มีผู้มีความรู้มากมายเช่นนี้ การเริ่มเขียน จึงไม่ใช่สิ่งง่าย


อุ๊ย!เราจะเขียนอะไรดีนะ ถึงจะมีคนอ่าน คิดไปถึงขนาดนั้นเลยทีเดียว

เท่าที่จำได้….. ใหม่ ๆ ก็เริ่มจากบทกลอนอะไร ประมาณนี้… เพราะเขียนง่าย และคิดว่าจะมีคนอ่านบ้างหรอกนะ เขียนไปเขียนมาเริ่มมีคนอ่านเพิ่มขึ้น จำได้สมัยนั้น เป็นความทรงจำแรก ๆ ที่ประทับใจ สมาชิกรุ่นบุกเบิกของสังคมแห่งนี้ หลาย ๆ ท่านให้ความเมตตา เข้ามาให้กำลังใจ ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ขจิต ศน.แอ๊ด ครูคิม คุณครูต้อย คุณเสียงเล็กๆ คุณปลายฟ้า คุณอ้อยควั้นชายแดนใต้ ครูป้อม คุณครูพรรณา ผิวเผือก คุณครูวรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน คุณพอลล่า ครูกานท์ อาจารย์ was คุณปู ณ อันดามัน ครูปู คุณเบดูอิน ครูอ้อย แซ่เฮ คุณเอก จตุพร คุณชาดา หน้าตาดี คุณมนัญญา หน้าตาเฉย ครูแป๋ม คุณครูธรรมทิพย์ ฯลฯ รวมทั้งสมาชิกที่มีสถานภาพการเป็นสมาชิกใหม่ ใกล้เคียงกัน เช่น คุณหยั่งราก ฝากใบ(คุณคนไม่ราก) คุณศิลา คุณเดย์ คุณก้านกอ กอก้าน ฯลฯ นี่คือแรงจูงใจที่สำคัญทีเดียวที่ ทำให้ผู้เขียน อยากเขียน อยากเล่าบางสิ่งบางอย่างของผู้เขียนผ่านบันทึก และสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ…ผู้เขียนได้มิตรภาพที่ผู้เขียนรู้สึกและรับรู้ได้จากกัลยาณมิตรในชุมชนแห่งนี้หลาย ๆ ท่านที่ทิ้งถ้อยคำ ตัวอักษรและภาษาไว้เป็นกำลังใจให้ผู้เขียน ไม่ว่า..จะเป็นบางเรื่องบางประเด็นที่ผู้เขียนเขียนผ่านบันทึกด้วยความรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ หรือแม้กระทั่งความเสียใจ


นี่หรือเปล่านะ ….ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เขียนได้อ่านและได้เขียนบันทึกในแบบฉบับของผู้เขียน มาถึงทุกวันนี้



4. ท่านมีเทคนิคในการเขียนเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การแบ่งปันความรู้หรือประสบการณ์อย่างไร

พูดถึงเทคนิคการเขียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้น…. ด้วยความที่ผู้เขียนไม่ได้เป็นผู้รู้ที่มากด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิ หรือประสบการณ์ที่มากมายในการทำงานแต่อย่างใดไม่ การเขียนบันทึกของผู้เขียนจึงเป็นไปโดยธรรมชาติของผู้เขียนเอง... รู้สึกอย่างไร ก็เขียนไปเช่นนั้น

ที่สำคัญผู้เขียนมองว่า…การได้เขียนในสิ่งที่อยากเขียน ได้เล่าในสิ่งที่อยากเล่า มันเป็นอะไรที่ง่ายสำหรับผู้เขียน มากกว่าจะเขียนบันทึกทางวิชาการ ที่ผู้เขียนไม่สันทัด (ที่จริงความรู้ของผู้เขียนนั้นมีไม่มากพอต่างหากล่ะ.. ที่จะเขียน สู้การเป็นผู้อ่านที่ดีในความใคร่รู้ ของผู้เขียนต่อมุมมองของผู้รู้..ไม่ได้)

เมื่อเรามีมุมมองในชีวิตของเราแบบนี้ การได้เขียนจากมุมมองชีวิตตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เขียนชอบที่จะเขียนทิ้งไว้ในบันทึก ผ่านสังคมประเทืองปัญญาแห่งนี้


อะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วตกผลึกทางความคิดจากประสบการณ์ของชีวิตแบบนี้.... เป็นสิ่งที่ผู้เขียนชอบเขียนมากกว่าการเขียนเชิงอื่นใด?

และนี่คือ...คำตอบของผู้เขียน ที่อยากให้อาจารย์ขจิตและสมาชิกในชุมชนแห่งนี้รับทราบด้วยเช่นกัน


5. ท่านคิดว่าท่านมีวิธีการเขียนหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกต่อยอดความรู้ได้อย่างไร

วิธีการเขียนหรือการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียนเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกต่อยอดความรู้นั้น ผู้เขียนไม่อยากจะพูดเลยนะครับว่า…ผู้เขียนไม่มีวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่ชัดเจน และพูดได้เดี๋ยวนั้น แต่หากย้อนกลับไปดูบันทึกหลาย ๆ บันทึกที่ผู้เขียนเขียนทิ้งไว้ ผู้เขียนชอบขมวดปมคิดของผู้เขียนเอง การขมวดสิ่งสำคัญ ๆ ที่อยู่ในใจของผู้เขียนและถ่ายทอดเป็นภาษาเขียนทิ้งท้ายไว้ในแต่ละบันทีกนี่กระมัง? น่าจะเป็นประเด็นการต่อยอดทางความคิดที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ได้บ้าง สำหรับผู้อ่านที่เข้ามาอ่านบันทึกของผู้เขียน


ผู้เขียนรู้สึกเช่นนั้นครับ




6.ท่านคิดว่ารางวัลสุดคะนึงมีผลต่อการเขียนของตนเองหรือสมาชิกหรือไม่ อย่างไร

ผู้เขียนรู้สึกว่า…ผู้เขียนโชคดีเสียมากกว่า ที่ได้รับความเมตตา สงสาร จากคณะกรรมการตัดสินรางวัลสุดคะนึง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่ตัดสินมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับผู้เขียน ทั้ง ๆ ที่สังคมประเทืองปัญญาแห่งนี้มีผู้รู้ และผู้มีประสบการณ์ชีวิตมากมายเหลือเกิน ที่เขียนบันทึกทิ้งไว้ให้สมาชิกในสังคมประเทืองปัญญาแห่งนี้ได้อ่านได้ติดตามกัน


หากรางวัลสุดคะนึงที่ผู้เขียนได้รับในครั้งนี้ สามารถเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนบันทึกของสมาชิกท่านอื่นท่านใดก็ตาม ผู้เขียนกลับรู้สึกขอบพระคุณ ที่ท่านได้เห็นคุณค่าในของบันทึกน้อย ๆ ที่ผู้เขียนเขียนด้วยใจ ด้วยความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียน ผ่านสังคมประเทืองปัญญาแห่งนี้

แค่นี้….ผู้เขียนก็รู้สึกเป็นเกียรติมากพอแล้ว ที่ท่านกรุณาสละเวลามาอ่าน มาเยี่ยมชม ฝากข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น และที่สำคัญคือ... การส่งมอบกำลังใจให้กับผู้เขียน

เพราะนี่คือ.... รางวัลอันทรงเกียรติในชีวิตของผู้เขียนที่มองมีค่าในความรู้สึก..... แก้วแหวนเงินทองหรือของมีค่าอื่นใดก็มิอาจเทียมได้




ผู้เขียนขอขอบพระคุณสังคมประทืองปัญญาแห่งนี้อีกครั้ง ที่ให้โอกาสผู้เขียนได้ทำในสิ่งที่ผู้เขียนรักเป็นชีวิตจิตใจทั้งการอ่านและการเขียน


คุณงามความดีของบันทึกนี้… หากมี ผู้เขียนขอมอบตอบแทนสังคมแห่งนี้เช่นกัน


พงศ์เพชร์ แสงศรี

นามปากกา....แสงแห่งความดี

11 พฤษภาคม 2556

เวลา 13.53 น


p/p