ยุบรวม รร.ขนาดเล็ก ชุมชนต้องมีส่วนร่วม



กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยหลักเกณฑ์ในการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก  ทั้งแนวโน้มจำนวนนักเรียนที่ลดลง คุณภาพของผู้เรียนต่ำลง และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เด็กไทยเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชี้แจงกรณีการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คน  จำนวน 5,962 แห่ง ว่า การยุบรวมโรงเรียน  มีการคำนึงถึงประโยชน์ผู้เรียนเป็นสำคัญ ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อคือ เด็กไทยทุกคนเข้าถึงการศึกษาตามกฎหมาย  หากมีการเคลื่อนย้ายนักเรียน จะต้องดูแลให้นักเรียนได้รับความสะดวกในการเดินทาง และการมีส่วนร่วมของชุมชน จนถึงการยินยอม

โดยย้ำว่า การยุบรวมจะเป็นทางเลือกสุดท้าย จึงเชื่อว่าจะมีจำนวนโรงเรียนถูกยุบรวมไม่มากนัก ทั้งนี้การยุบรวม อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาในแต่ละพื้นที่  

ซึ่งนายกำจัด คงหนู ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 หรือ สพป. กล่าวว่า การยุบโรงเรียนเป็นเรื่องที่ดำเนินการมานานแล้ว  ตั้งแต่ปี 2523  และพื้นที่จังหวัดปทุมธานี มีโรงเรียนที่เข้าข่าย 2 แห่ง

ที่มา http://news.voicetv.co.th/thailand/69602.html  

คำสำคัญ (Tags): #เล่าเรื่องที่เมืองปทุม #ยุบโรงเรียน #โรงเรียนขนาดเล็ก #กำจัด คงหนู 
สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
6 คนชอบ

ความเห็น

การดำเนินงานรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อรองรับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2


จำนวนคนอ่านล่าสุด 1140 คน
วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 16:17 น.  ข่าวสดออนไลน์ 


"สพฐ." แจงเงื่อนไขยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก

 วันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แถลงชี้แจงกรณียุบโรงเรียนขนาดเล็ก ว่า ขอยืนยันว่าเงื่อนไขที่นำไปสู่การยุบโรงเรียนนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อยุบแล้วเด็กสามารถเข้าถึงการศึกษาหรือไม่ เพราะหากมีเด็กแม้เพียงคนเดียวไม่มีที่เรียนก็ไม่สามารถยุบได้ ที่สำคัญเมื่อยุบรวมโรงเรียนแล้ว การเดินทางต้องไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเด็ก อย่างไรก็ตามก่อนจะถึงขั้นยุบรวมได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการยินยอมและความร่วมมือจากชุมชน โดยวันที่ 24 พ.ค.นี้  สพฐ.จะประชุม ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ เพื่อติดตามนโยบายที่มอบให้ลับไปสำรวจว่าในพื้นที่มีโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คนเท่าไหร่ และในปีการศึกษา 2556 นี้สามารถหลอมรวมโรงเรียนได้กี่แห่ง 

 "ข้อมูลตั้งแต่ปีการศึกษา 2551-2555 พบว่านักเรียนสังกัด สพฐ. มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง  โดยในปี2551 มีนักเรียน 8,025,702 คน พอถึงปี 2555 จำนวนลดลงเหลือ 7,397,961 คน ซึ่งเหตุผลหนึ่งเกิดจากอัตราการเกิดของประชากรลดลง ขณะที่โรงเรียนสังกัด สพฐ. มีอัตราการยุบเลิกน้อยมาก โดยปี 2551 มีโรงเรียนทั้งสิ้น 31,821 แห่ง เมื่อถึงปี 2555 ยังมีโรงเรียนอยู่ 31,116 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 14,816 แห่ง ทั้งนี้เนื่องจากการยุบเลิกนั้น ไม่ใช่พิจารณายุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด แต่ต้องพิจารณาตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้แล้ว หากชุมชนต้องการขอสงวนไว้ ชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อคงคุณภาพเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในพื้นที่พิเศษ เช่น อยู่ในพื้นที่ห่างไกล กันดาร ตั้งอยู่บนภูเขา เกาะ ชายแดน หรือพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งได้รับการยกเว้นหากไม่ต้องการควบรวมโรงเรียน"เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

 ด้านนายกำจัด คงหนู ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ปทุมธานี เขต 1 กล่าวว่า นโยบายยุบรวมหรือเลิกโรงเรียนขนาดเล็กมีมานานแล้ว โดยระบุอยู่ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้ง รวมหรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2550 ฉะนั้นประเด็นนี้จึงเป็นการปฏิบัติตามปกติ และเป็นอำนาจของ สพท.ที่จะพิจารณาดำเนินการ ผ่านการสำรวจอัตราการลดลงของประชากรในพื้นที่ตั้งโรงเรียน พิจารณาว่าคุณภาพการศึกษาลดลงหรือไม่ ที่สำคัญคือต้องฟังเสียงชุมชน โดยยึดความต้องการของชุมชนเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาคนในชุมชนก็ต้องการให้ลูกหลานได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพทั้งนั้น 

 ส่วนนายประกอบ กุลเกลี้ยง ผอ.สพป.หนองคาย เขต 1 กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอัตราเด็กลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่าง จ.หนองคาย ปีการศึกษา 2555 มีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่ 72 แห่ง แต่พอถึงปี 2556 กลับเพิ่มขึ้นเป็น 88 แห่ง โดย 70 แห่ง เป็นโรงเรียนที่มีจำนวนเด็กต่ำกว่า 61 คน ซึ่งสาเหตุนอกจากอัตราการเด็กเกิดใหม่ลดลงแล้ว  ยังเกิดจากการเติบโตของโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนเทศบาล ที่ให้บริการเหนือกว่าโรงเรียนของรัฐ อย่างโรงเรียนเอกชนใน จ.อุดรธานี ใช้วิธีนำรถมารับส่งเด็กที่ จ.หนองคาย ถึงหน้าบ้าน 

 "การบริหารจัดการโรงเรียนเล็กมีปัญหา เนื่องจากรัฐจัดจัดสรรเงินอุดหนุนให้ตามรายหัวนักเรียน เมื่อเด็กมีจำนวนน้อยโรงเรียนก็ได้รับเงินอุดหนุนน้อยตาม ส่งผลให้มีงบประมาณไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการภายในโรงเรียน และยังส่งผลไปถึงจำนวนครูที่ไม่ครบชั้น ซึ่งกล่าวได้ว่าหากจะดูโรงเรียนที่สมบูรณ์ ต้องดูว่ามีครูครบชั้นหรือไม่" ผอ.สพป.หนองคาย เขต 1 กล่าว


       “ชินภัทร” สั่งเขตพื้นที่ฯ สำรวจและทำแผนบริหาร ร.ร.เล็ก ส่ง 24 พ.ค.รู้ชัดยุบไม่ยุบกี่โรง พร้อมแจงสถิติ 5 ปี จำนวน ร.ร.และตัวเลขเด็กลดลง ยันไม่ยุบเพราะต้องการประหยัดงบ แต่เพื่อคุณภาพ และไม่ยุบ ร.ร.ที่มี นร.น้อยกว่า 60 คนทุกโรง ต้องภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยเฉพาะยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
       
       นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) แถลงข่าวชี้แจงนโยบายการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอชี้แจงว่านโยบายการยุบโรงเรียนไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ได้ทำโดยพลการ แต่มีแนวทางและมาตรการในการดำเนินการอย่างชัดเจน ซึ่งการยุบรวมโรงเรียนของ สพฐ.นั้นเป็นผลมาจากจำนวนประชากรนักเรียนที่ลดลงด้วย โดยจากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2551-2555 พบว่า จำนวนนักเรียนลดลงจากประมาณ 8 ล้านคน ในปี 2551 เหลือ 7.39 ล้านคน ในปี 2555 ขณะที่จำนวนโรงเรียนของ สพฐ.ก็ปรับลดลงทุกปีเช่นกัน โดยในปี 2551 สพฐ.มีโรงเรียนทั้งหมด 31,821 โรง ในปี 2552 มีจำนวนโรงเรียนปิดไป 313 โรง เหลือ 31,508 โรง ปี 2553 ปิด 84 โรง เหลือ 31,424 โรง ปี 2554 ปิดไป 169 โรง เหลือ 31,255 โรง และปี 2555 ปิดไป 139 โรง เหลือ 31,116 โรง
       
       
       
       “ในช่วง 5 ปี จำนวนโรงเรียน สพฐ.ลดไป 705 โรง ซึ่งเป็นไปตามจำนวนประชากรวัยเด็กที่ลดลง แต่คำนวณแล้วแต่ละปีมีโรงเรียนลดจำนวนลงน้อยมาก เช่นปี 2552 ลดจำนวนโรงเรียนลงแค่ 0.7% ซึ่งยืนยันว่าการยุบเลิกโรงเรียนมีขั้นตอน และเงื่อนไขการพิจารณา สำคัญที่สุดคือยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ขอยืนยันว่า สพฐ.ไม่ได้มุ่งหวังแต่บริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่อยากให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ถ้ายุบโรงเรียนแล้วเด็กเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษาเด็กไม่มีที่ไป การยุบโรงเรียนนั้นจะทำไม่ได้เลย และเมื่อยุบโรงเรียนแล้วต้องมีการดูแลเรื่องรับส่งนักเรียนไม่ให้เป็นปัญหา สุดท้ายจะต้องได้รับความยินยอมจากชุมชนด้วย ต้องทำให้ชุมชนมั่นใจได้ว่านักเรียนจะได้ย้ายไปเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพดีกว่า” นายชินภัทร กล่าว
       
       ส่วนกรณีที่สภาการศึกษาทางเลือก ระบุว่าหากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ยุตินโยบายดังกล่าวจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้าน เลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า อยากชี้แจงให้เข้าใจความหมายของยุบโรงเรียน ไม่ได้หมายความว่า สพฐ.จะเดินหน้ายุบโรงเรียนทันทีถ้ามีนักเรียนน้อยกว่า 60 คน โรงเรียนกลุ่มนี้แค่เป็นกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น ซึ่ง สพฐ.ได้ให้เขตพื้นที่การศึกษาไปทำแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่และให้ส่งมาภายในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ถึงตอนนั้นจึงจะรู้ว่าโรงเรียนใดจะอยู่ในข่ายยุบหรือไม่ยุบ ทั้งนี้ ยืนยันว่าการยุบโรงเรียนของ สพฐ.ไม่ได้ขัดกับรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และโอกาสทางการศึกษา เพราะ สพฐ.มีเงื่อนไขชัดเจนว่าการยุบโรงเรียนต้องไม่ส่งผลกระทบต่อเด็ก ไม่ทำให้เด็กไร้ที่เรียน และโรงเรียนแห่งใหม่ต้องมีคุณภาพดีกว่า
       
       ด้าน นายกำจัด คงหนู ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ปทุมธานี เขต 1 กล่าวว่า เรื่องการจัดตั้ง รวม ยุบเลิกโรงเรียนนั้น มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2550 กำหนดรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน โดยเป็นอำนาจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาเขตพื้นที่การศึกษา ถือปฏิบัติกันมาเป็นปกติ อย่าง สพป.ปทุมธานี เขต 1 มีโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียน 120 คนลงมา จำนวน 27 โรง และโรงเรียนที่มีนักเรียน 60 คนลงมา จำนวน 2 โรง ทั้งนี้ ในภาพรวมการยุบโรงเรียนขนาดเล็กต้องดูจำนวนประชากรในพื้นที่ด้วยว่าลดลงมากน้อยแค่ไหน และต้องดูคุณภาพของการจัดการศึกษาในโรงเรียนนั้นด้วย ถ้าไม่มีคุณภาพจะทำให้เด็กในโรงเรียนนั้นขาดโอกาสที่จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะยุบโรงเรียนได้นั้นต้องได้รับฉันทานุมัติจากชุมชนด้วย และต้องดูว่านักเรียนมีที่ไปหรือไม่ ถ้ามีแม้แต่เด็กคนเดียวที่ไม่มีช่องทางไปเรียนตรงอื่นได้ ก็ไม่มีทางจะยุบโรงเรียนนั้น
       
       ขณะที่ นายประกอบ กุลเกลี้ยง ผอ.สพป.หนองคาย เขต 1 กล่าวว่า นโยบายยุบโรงเรียนเป็นนโยบายสาธารณะมาแต่ปี 2540 เพราะอัตราการเกิดของประชากร ขณะเดียวกันอัตราการเกิดของประชากรลดลง ขณะเดียวกันโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนเทศบาล มีการเติบโตขึ้นมาก เพราะได้รับงบประมาณจำนวนมาก และมีความคล่องตัวในการบริหารงานเหนือกว่า ยิ่งในภาวะการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โรงเรียนเอกชนใน จ.อุดรธานี มาขนนักเรียนใน จ.หนองคาย ไปหมด เพราะฉะนั้น จำนวนนักเรียนโรงเรียนของรัฐจึงลดลง เช่น ที่หนองคาย มีโรงเรียนขนาดเล็ก นักเรียนจำนวนไม่ถึง 60 คน จำนวน 70 โรง นักเรียนต้องเร่งทำแผน 3 ปี เพื่อบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพ เพราะโรงเรียนขนาดเล็กเมื่อเทียบคะแนนโอเน็ตแล้ว ส่วนใหญ่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ เพราะว่า 90% มีครูไม่ครบชั้น

Home> News> Thailand> ยุบรวม รร.ขนาดเล็ก ชุมชนต้องมีส่วนร่วม

ยุบรวม รร.ขนาดเล็ก ชุมชนต้องมีส่วนร่วม

 

  

กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยหลักเกณฑ์ในการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก  ทั้งแนวโน้มจำนวนนักเรียนที่ลดลง คุณภาพของผู้เรียนต่ำลง และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เด็กไทยเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

 

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชี้แจงกรณีการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คน  จำนวน 5,962 แห่ง ว่า การยุบรวมโรงเรียน  มีการคำนึงถึงประโยชน์ผู้เรียนเป็นสำคัญ ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อคือ เด็กไทยทุกคนเข้าถึงการศึกษาตามกฎหมาย  หากมีการเคลื่อนย้ายนักเรียน จะต้องดูแลให้นักเรียนได้รับความสะดวกในการเดินทาง และการมีส่วนร่วมของชุมชน จนถึงการยินยอม

 

โดยย้ำว่า การยุบรวมจะเป็นทางเลือกสุดท้าย จึงเชื่อว่าจะมีจำนวนโรงเรียนถูกยุบรวมไม่มากนัก ทั้งนี้การยุบรวม อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาในแต่ละพื้นที่  

 

ซึ่งนายกำจัด คงหนู ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 หรือ สพป. กล่าวว่า การยุบโรงเรียนเป็นเรื่องที่ดำเนินการมานานแล้ว  ตั้งแต่ปี 2523  และพื้นที่จังหวัดปทุมธานี มีโรงเรียนที่เข้าข่าย 2 แห่ง

by Wipa

10 พฤษภาคม 2556 เวลา 16:21 น.

View 348

Keyword: การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ นายชินภัทร ภูมิรัตน โรงเรียนขนาดเล็ก การศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตพื้นที่การศึกษา ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวนนักเรียน การศึกษาที่มีคุณภาพ นายกำจัด คงหนู

Embed code :

                           10 พ.ค. 56  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลมีการบันทึกเทปรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน เพื่อนำไปออกอากาศในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 11พ.ค. นี้ ทางช่อง11 โดยรายการแบ่งเป็น 2 ช่วงเช่นเดิม

                         แหล่งข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ในเทปนี้ ช่วงที่หนึ่งของรายการเป็นการเชิญนายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข มาพูดถึงการประชุมเชิงนโยบาย เรื่อง การพัฒนาศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพ (Medical Hub) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา

                         ส่วนอีกช่วงของรายการเป็นการเชิญนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาชี้แจงกรณียุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์และโจมตีอย่างมากในช่วงนี้

                         นอกจากนี้มีการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในกรมประชาสัมพันธ์ว่า หลังจากมีการโอนตัวนายธีระพงษ์ โสดาศรี จากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำแล้ว ปรากฏว่าขณะนี้ช่อง11 กำลังมีการปรับผังรายการของสถานี และปรากฏว่าในผังใหม่มีการถอดรายการของสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรายการของทีมโฆษกรัฐบาล คือรายการ "ครม.เพื่อประชาชน" ที่จะออกอากาศทางช่อง11 ทุกวันอังคารเวลาประมาณ 21.00-21.30น. ซึ่งจะเป็นการรายงานมติครม.โดยทีมโฆษกรัฐบาล โดยมีการออกอากาศเทปสุดท้ายเมื่อวันอังคารที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา

                         นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับสำนักข่าวเนชั่นถึงการงดออกอากาศรายการ "ครม.เพื่อประชาชน" ว่า ตนทราบเพียงว่าช่อง11 ขอเวลาช่วงดังกล่าวคืน เพื่อจัดทำผังรายการใหม่ 

 

"บิลลี่ โอแกน"โพสต์"อย่ารังแกเด็ก"

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันที่หน้าเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวนาม Billy Ogan ของ บิลลี่ โอแกน อดีตดารา นักร้อง ได้โพสต์แสดงความเห็นว่า "ขอเชิญทุกท่านที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนทั่วประเทศ จำนวน 16,000 ร่วมเป็นกำลังใจให้เด็กๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน"

                        นอกจากนี้ บิลลี่ ได้โพสจ์รูปตัวเองโชว์ข้อความว่ามีเนื้อหาว่า "เราต่อต้านการยุบโรงเรียน 16,000 แห่งทั่วประเทศ โปรดอย่ารังแกเด็ก ที่ต้องการโรงเรียนและการศึกษา รัฐมีหน้าที่จัดหา ไม่ใช่

 

"ชินภัทร"หอบชาร์ทแจงยุบร.ร.ไม่ได้หวังประหยัด

 

                        ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) แถลงข่าวชี้แจงนโยบายการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อม ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยากชี้แจงว่านโยบายการยุบโรงเรียนไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ได้ทำโดยพลการแต่มีแนวทางและมาตรการในการดำเนินการอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การยุบรวมโรงเรียนของ สพฐ.เป็นผลมาจากจำนวนประชากรนักเรียนที่ลดลงด้วย ถ้าดูข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีตั้งแต่ปี 2551-2555 จะพบว่าจำนวนนักเรียนลดลงจากประมาณ 8 ล้านคนในปี 2551 เหลือ 7.39 ล้านคน ในปี 2555 ขณะที่จำนวนโรงเรียนของ สพฐ.ก็ปรับลดลงทุกปีเช่นกัน ในปี 2551 สพฐ.มีโรงเรียนทั้งหมด 31,821 โรง พอถึงปี 2552 มีจำนวนโรงเรียนปิดไป 313 โรง เหลือ 31,508 โรง ปี 2553 ปิด 84 โรงเหลือ 31,424 โรง ปี 2554 ปิดไป 169 โรงเหลือ 31,255 โรง และปี 2555 ปิดไป 139 โรงเหลือ 31,116 โรง

                        “ใน 5 ปี สพฐ.ลดจำนวนโรงเรียนไป 705 โรง ซึ่งเป็นไปตามจำนวนประชากรวัยเด็กที่ลดลง แต่คำนวณแล้ว แต่ละปีมีโรงเรียนลดจำนวนลงน้อยมาก เช่นปี 2552 ลดจำนวนโรงเรียนลงแค่ 0.7% และขอยืนยันว่า การยุบเลิกโรงเรียนมีขั้นตอนและเงื่อนไขการพิจารณา เงื่อนไข คือ ยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ขอยืนยันว่า สพฐ.ไม่ได้มุ่งหวังแต่บริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่อยากให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ถ้ายุบโรงเรียนแล้วเด็กเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษาเด็กไม่มีที่ไป การยุบโรงเรียนนั้นจะทำไม่ได้เลย และเมื่อยุบโรงเรียนแล้วต้องมีการดูแลเรื่องรับส่งนักเรียนไม่ให้เป็นปัญหา สุดท้ายจะต้องได้รับความยินยอมจากชุมชนด้วย ต้องทำให้ชุมชนมั่นใจได้ว่านักเรียนจะได้ย้ายไปเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพดีกว่า”นายชินภัทร กล่าว

                        เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่สภาการศึกษาทางเลือก จะเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านนโยบายยุบรวมโรงเรียนนั้น อยากชี้แจงให้เข้าใจความหมายของ ยุบโรงเรียน ไม่ได้หมายความว่า สพฐ.จะเดินหน้ายุบโรงเรียนทันทีถ้ามีนักเรียนน้อยกว่า 60 คน โรงเรียนกลุ่มนี้แค่เป็นกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น ซึ่ง สพฐ.ได้ให้เขตพื้นที่การศึกษาไปทำแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่และให้ส่งมาภายในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ถึงตอนนั้นจึงจะรู้ว่าโรงเรียนใดจะอยู่ในข่ายยุบหรือไม่ยุบ ทั้งนี้ ยืนยันว่าการยุบโรงเรียนของ สพฐ.ไม่ได้ขัดกับรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิ เสรีภาพและโอกาสทางการศึกษาเพราะ สพฐ.มีเงื่อนไขชัดเจนว่าการยุบโรงเรียนต้องไม่ส่งผลกระทบต่อเด็กไม่ทำให้เด็กไร้ที่เรียน และโรงเรียนแห่งใหม่ต้องมีคุณภาพดีกว่า

                        นายกำจัด คงหนู ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ปทุมธานี เขต 1 กล่าวว่า เรื่องการจัดตั้ง รวม ยุบเลิกโรงเรียนนั้น มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2550 กำหนดรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน โดยเป็นอำนาจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาเขตพื้นที่การศึกษา ถือปฏิบัติกันมาเป็นปกติ อย่าง สพป.ปทุมธานี เขต 1 มีโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียน 120 คนลงมา จำนวน 27 โรง และโรงเรียนที่มีนักเรียน 60 คนลงมา จำนวน 2 โรง

                        “ในภาพรวมการยุบโรงเรียนขนาดเล็กต้องดูจำนวนประชากรในพื้นที่ด้วยว่าลดลงมากน้อยแค่ไหน และต้องดูคุณภาพของการจัดการศึกษาในโรงเรียนนั้นด้วย ถ้าไม่มีคุณภาพจะทำ ให้เด็กในโรงเรียนนั้นขาดโอกาสที่จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะยุบโรงเรียนได้นั้นต้องได้รับฉันทานุมัติจากชุมชนด้วย และต้องดูว่านักเรียนมีที่ไปหรือไม่ ถ้ามีแม้แต่เด็กคนเดียวที่ไม่มีช่องทางไปเรียนตรงอื่นได้ ก็ไม่มีทางจะยุบโรงเรียนนั้น “ นายกำจัด กล่าว

                        นายประกอบ กุลเกลี้ยง ผอ.สพป.หนองคาย เขต 1 กล่าวว่า นโยบายยุบโรงเรียนเป็นนโยบายสาธาณะมาแต่ปี 2540 เพราะอัตราการเกิดของประชากร ขณะเดียวกันอันตราการเกิดของประชากรลดลงขณะเดียวกันโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนเทศบาล มีการเติบโตขึ้นมากเพราะได้รับงบประมาณจำนวนมากและมีความคล่องตัวในการบริหารงานเหนือกว่า ยิ่งในภาวะการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โรงเรียนเอกชนใน จ.อุดรธานี มาขนนักเรียนใน จ.หนองคาย ไปหมด เพราะฉะนั้น จำนวนนักเรียนโรงเรียนของรัฐจึงลดลง เช่น ที่หนองคาย มีโรงเรียนขนาดเล็ก นักเรียนจำนวนไม่ถึง 60 คน จำนวน 70 โรง นักเรียนต้องเร่งทำแผน 3 ปีเพื่อบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพ เพราะโรงเรียนขนาดเล็กเมื่อเทียบคะแนนโอเน็ตแล้วส่วนใหญ่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ เพราะว่า 90% มีครูไม่ครบชั้น       

               

นักวิชาการชี้ยุบ ร.ร.ขนาดเล็กพิจารณาความเหมาะสม 
 

                        ดร.กฤษณพงษ์ กีรติกร รองประธานคณะกรรมการการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวว่า เรื่องของการยุบโรงเรียนขนาดเล็กตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกสื่อไปนั้น อาจสร้างความสับสน เพราะถ้าโรงเรียนใดมีการบริหารจัดการได้ดีเด็กนักเรียนมีคุณภาพก็ไม่ควรยุบ และโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลความเจริญก็ไม่ควรยุบควรจะให้มีในพื้นที่นั้นต่อไป และหากว่าโรงเรียนในพื้นที่มีปัญหาเรื่องการจัดการก็ควรมีการปรึกษากับชุมชนว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมได้หรือไม่ ซึ่งตนเชื่อว่า บางพื้นที่อาจไม่ได้ยุบทีเดียว แต่อาจจะมีการเปลี่ยนเงื่อนไขการดำเนินการ

                        “ถ้าให้มีการปิดโรงเรียน หรือยุบไปเฉยๆ คนก็ตกใจ ทั้งๆ บางโรงเรียนมีคุณภาพ โรงเรียนที่เด็กอยู่บนภูเขาจะไปปิดไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในแต่ละพื้นที่และเป็นเรื่องจุลภาคมาก แม้ว่าในต่างประเทศที่มีปิด หรือยุบโรงเรียนบ้าง แต่เหตุผลเขาของเขาจะไม่เหมือนกับไทย แต่หมู่บ้านแต่ละแห่งของเขาก็ใหญ่มาก มีถนน มีสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าถึง ในขณะที่ประเทศไทยบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กคืออยู่ตามหมู่บ้านขนาดเล็ก และหมู่บ้านก็กระจัดกระจายออกไปอยู่นอกเมือง อาจมีปัญหาเรื่องของการขาดแคลนครู มีครูไม่ครบชั้น ทำให้การเรียนการสอนของครูทำได้ไม่เต็มที่” ดร.ดร.กฤษณพงษ์ กล่าว

                        ด้าน ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักวิชาการด้านการศึกษาจากธนาคารโลก กล่าวว่า ที่ผ่านมาการศึกษาวิจัยเรื่องของการใช้เงินงบประมาณในการจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ พบว่ายิ่งเป็นเรื่องเรียนที่อยู่ห่างไกลและมีเด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจนยิ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้งบประมาณมาก ซึ่งเราพบว่าโรงเรียนขนาดเล็กค่าใช้จ่ายต่อหัวเด็ก สูงกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่หลายเท่า และผลลัพธ์ทางการศึกษาก็ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เพราะครูไม่ครบชั้น ดังนั้น ตนเห็นเห็นด้วยกับเรื่องที่ให้มีการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าโรงเรียนขนาดเล็กใดมีประสิทธิภาพดีอยู่แล้วก็ไม่ควรไปยุบให้อยู่ในพื้นที่เดิม


จะยุบโรงเรียนขนาดเล็ก  มองไปแล้วหน้าจะปฎิรูปการทำงานของครูไทยดีกว่าถ้าจะยุบยุบบุคลากรทางการศึกษาดีกว่า เพราะโรงเรียนจะดีไม่ใช่เพราะเด็กอยู่ที่ครู  ชุมชน  ร่วมมือกัน   คำถามครูทำหน้าที่การสอนดีพอหรือยัง  คำว่าจิตวิญญาของครูไปไหน 


การยุบโรงเรียนขนาดเล็ก !!! 

ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนขนาดเล็กเพราะตั้งเเต่ก่อนเรียนอยู่วัดมีเด็กนักเรียน14_15คนครูแค่2คนยังสอนได้ไม่มีปัญหาเลยครับจบมายังเป็นข้าราชการได้

บทความในวันเดียวกัน

มีต่อ