ภาวะหลงใหลบูชาในสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้น (reification)

ในสังคมทุนนิยมนั้น มาร์กซ์ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับกำลังแรงงาน ซึ่งเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่สุดของมนุษย์เอง ในการอธิบายความสัมพันธ์นี้โดยละเอียด มาร์กซ์ทำโดยผ่านทางปัญหาความแปลกแยก (ซึ่งได้เคยเสนอไว้แล้วใน......) ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้ใช้แรงงาน กล่าวคือ เมื่อกำลังแรงงานได้ถูกใช้ไปในการผลิต แต่เมื่อกิจกรรมนั้นสิ้นสุดลงกรรมสิทธิ์ของผลลัพธ์ที่ได้กลับตกไปเป็นของนายทุน นั่นคือมองได้ว่าเป็นการละทิ้งกรรมสิทธิ์ในกำลังแรงงานของตนเอง สภาวะเช่นนี้ก่อให้เกิดความแปลกแยกจากธรรมชาติของตนเอง และก่อให้เกิดความรู้สึกสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

ในสภาวะเช่นนี้ให้เกิดสภาพการคลั่งไคล้โภคภัณฑ์ (commodity

fetishism) ซึ่งผู้คนจะคิดว่าสิ่งสำคัญที่พวกเขาสร้างขึ้นก็คือสินค้า ความสำคัญทุกอย่างจะถูกถ่ายโอนไปที่วัตถุรอบกายแทนที่จะเป็นผู้คนด้วยกันเอง หลังจากนั้นผู้คนจะมองเห็นและเข้าใจตนเองผ่านทางความสัมพันธ์กับทรัพย์สินหรือสินค้าที่ตนเองครอบครองไว้เท่านั้น  เกิดความหลงใหลบูชาสิ่งที่ตนสร้างไว้ ดุจดั่งเช่นเดียวกับมนุษย์ยึดถือศาสนาเป็นที่พึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ความเชื่อที่ว่าสิ่งของที่คนผลิตขึ้นนั้นมีผลิตผลมากกว่าคนที่ผลิตมันขึ้นมานั้นอาจฟังประหลาด แต่มันก็แสดงให้เห็น กล่าวคือเห็นว่าสินค้านั้นมีความสำคัญมากกว่าผู้ผลิตสินค้า ผู้คนภายใต้ระบบทุนนิยมนั้นถูกทำให้แปลกแยกจากกำลังแรงงานของตนเอง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมนุษย์ตกเป็นทาสของทุน ยึดถือทุนเป็นสำคัญ ชนชั้นนายทุนก็ตกอยู่ในสภาพหลงใหลที่สิ่งตนเองสร้างขึ้นมา และใช้สิ่งนี้ในการกดขี่ชนชั้นแรงงานหรือกรรมกร

สุภางค์ จันทวานิช. (2553). ทฤษฎีสังคมวิทยา.กรุงเทพฯ:ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.คาร์ล มาร์กซ์. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A5_%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C  เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556